คลิปที่เกี่ยวข้อง

เจาะลึกเส้นทางชีวิตนักแสดง ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ กว่าจะได้รางวัลออสการ์มาครอง

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ

การรอคอยอันยาวนานของ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ นักแสดงหนุ่มวัย41ปีสิ้นสุดลงสักที หลังคว้ารางวัลด้านภาพยนตร์มาแล้วมากมายหลายเวที แต่เพิ่งจะเคยได้สัมผัสกับ รางวัลออสการ์ เป็นครั้งแรกเมื่อคือวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ท่ามกลางการลุ้นเอาใจช่วยของคนทั้งในวงการและนอกวงการ รวมถึงแฟนๆมากมายทั่วโลก กับ The Revenant ภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมของ อเลฮังโดร กอนซาเลซ อินาร์ริตู ที่บอกเล่าเรื่องราวของ ฮิวจ์ กลาส นักสำรวจในตำนานของสหรัฐฯ ซึ่งในหนัง ลีโอ ต้องลงทุนเปลี่ยนลุคสุดโทรม ไว้หนวดเครารุงรัง กินเนื้อดิบทั้งๆตัวเองเป็นมังสวิรัติ คลานไปมาบนพื้นดินในป่า แก้ผ้าเปลือยกลางหิมะท่ามกลางอุณหภูมิติดลบ ฯ

ลีโอนาร์โด ประเดิมชีวิตการแสดงครั้งแรกกับหนังเรื่อง Critters 3 ก่อนที่จะมาแจ้งเกิดใน This Boy's Life เขาเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบยอดเยี่ยมครั้งที่1 ตอนปี 1994 ในวัยเพียง19ปี จากบทหนุ่มพิการทางสมองใน What’s Eating Gilbert Grape ซึ่งพลาดไปเพราะวัยวุฒิ-บรามี ถัดมาไม่นาน ลีโอ ก็กลายเป็นขวัญใจวัยรุ่นสาวๆจากบท โรมิโอ จาก Romeo + Juliet (1996) และมาโด่งดังเป็นพลุแตกเมื่อรับบท แจ็ค ในภาพยนตร์รักโรแมนติกที่เคยทำรายได้สูงสุดของโลกอย่าง Titanic ในปี 1997

ต่อมาปี 2002 ลีโอ มีผลงานบันเทิงสมวัยหนุ่มกับหนังที่สร้างจากเรื่องจริงอย่าง Catch Me If You Can ในบทนักต้มตุ๋น ประกบกับ ทอม แฮงส์ แถมเป็นผลงานกำกับของ สตีเวน สปีลเบิร์ก ทว่าออสการ์กลับเมินภาพยนตร์เรื่องนี้ไป การเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 2 เขาขยับขึ้นมาลุ้นในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมกับภาพยนตร์เรื่อง The Aviator ในปี 2004 แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับ เจมี่ ฟ็อกซ์ จากหนังเรื่อง Ray  

The Revenant

ครั้งที่ 3 เกิดขึ้นในปี 2006 ลีโอนาโด กับมาดมือปืนรับจ้างจาก Blood Diamond ชิงสาขานักแสดงนำชาย แต่ ออสการ์ ปีนั้นก็มอบให้ นักแสดงผิวสีอย่าง ฟอเรสต์ วิตเทกเกอร์ จากหนังดราม่าการเมืองเรื่อง The Last King of Scotland ส่วนภาพยนตร์รีเมคหนังฮ่องกงชื่อดัง Infernal Affairs อย่าง The Departed ของผู้กำกับ มาร์ติน สกอร์เซซี ที่เขาแสดงนำเป็น บิลลี่ ตำรวจหนุ่มที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มคนร้าย กลับได้ไปถึง4รางวัลในปีเดียวกัน โดยเฉพาะภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รอบนี้เริ่มมีหลายคนเริ่มตั้งข้อสังเกตว่ากรรมการเวที ออสการ์ อาจจะไม่ชอบผลงานของ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ก็เป็นได้

กระนั้น ลีโอนาร์โด ก็ไม่ลดละ เขาไม่ผ่อนคลายตัวเองด้วยการรับบทธรรมดาหรือเล่นหนังรักโรแมนติกที่ใช้หน้าตามากกว่าฝีมือเหมือนกับนักแสดงหนุ่มรุ่นเดียวกันเลย ลีโอ เลือกบทที่ท้าทาย โทนหนังตรึงเครียดตลอด ไม่ว่าจะเป็นบทชายจิตหลอนใน Shutter Island กับ บทนักโจรกรรมความฝัน Inception ซึ่งเรื่องหลังตัวหนังได้รางวัลออสการ์ด้านเทคนิคไป4สาขา ในปี 2010 แต่เขากลับไม่แม้แต่จะมีชื่อเขาชิงรางวัลในสาขานักแสดง เช่นเดียวกับการรับบทพ่อค้าทาสจอมโหดในหนัง Django Unchained ของผู้กำกับ เควนติน แทแรนติโน ในปี 2013

การชวด ออสการ์ ของ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ที่น่าปวดใจที่สุดน่าจะเป็นปี 2014 กับภาพยนตร์เรื่อง The Wolf of Wall Street ที่เขากลับมาร่วมงานกับ มาร์ติน สกอร์เซซี อีกครั้งกับบท จอร์แดน เบลฟอร์ธ สุดยอดนักขายในตำนานตลาดหุ้นสหรัฐฯ คาแร็กเตอร์สุดบ้าบิ่นที่มีฉากน่าจดจำอย่างการเลื้อยขึ้นรถสปอร์ต ฉากเซ็กส์แบบสุดสยิวกับมาร์ก็อต ร็อบบี้ และฉากพูดปลุกใจพนักงานสุดบ้าบิ่น ถึงจะเฉียดใกล้แค่ไหน แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่ได้ ออสการ์ เมื่อรางวัลนักแสดงนำชายในปีนั้นตกเป็นของ แมทธิว เดวิด แม็คคอนาเฮย์ จากหนังเรื่อง Dallas Buyers Club ขณะที่หนังอีกเรื่องที่เขาแสดงได้ดีไม่น้อยอย่าง The Great Gatsby ก็ถูกมองข้ามจากคณะกรรมาการ ตอนนั้นหลายคนเริ่มนำการได้รางวัล ออสการ์ ของ ลีโอ ไปล้อกับเรื่องต่างๆมากมายว่า สิ่งใดจะเกิดก่อนกัน 

จนในที่สุด ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ปี2016 ลีโอนาร์โด ก็สมหวังหลังจากคอยมา20กว่าปี The Revenant คว้ารางวัลใหญ่ในเวที ออสการ์ 2016 ไปถึง3รางวัลคือ ผู้กำกับภาพยอดเยี่ยม , ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และแน่นอนว่าปิดท้ายอย่างยิ่งใหญ่ด้วยรางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ก็ไม่รู้ว่าหลังจากนี้เขาจะผ่อนเครื่องทางการแสดงหนังมารับบทเบาๆกับหนังตลก หนังฮีโร่ หรือหนังรักเหมือนคนอื่นบ้างไหม

BUGABOO NEWS

TAG : ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอออสการ์The Revenant