เจาะประเด็น Special - ร้อง! แท็กซี่อันธพาลขู่แทงลูกค้า

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

โชเฟอร์แท็กซี่ก่อเหตุอีกแล้ว ล่าสุดสังคมออนไลน์ แห่วิจารณ์เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพวงจรปิดและข้อความเตือนภัย "แท๊กซี่อันธพาลขู่จะแทงลูกค้า" เผยให้เห็นพฤติการณ์โซเฟอร์แท็กซี่สีฟ้าด่ากราดและชักท่อนเหล็กและมีดดาบยาวออกมาจากรถ เหมือนจะทำร้ายผู้โดยสาร ซึ่งมาเป็นครอบครัว มีทั้งผู้สูงอายุ ผู้หญิง และเด็กวัย 3 ขวบอยู่ด้วย อ้างผู้โดยสารปิดกระโปรงหลังรถเสียงดัง แม้จะยกมือขอโทษแล้วก็ตาม สร้างความไม่มั่นใจให้กับผู้โดยสารรถแท็กซี่

ทีมข่าวเจาะประเด็นสเปเชียล ลงพื้นที่ไปเปิดใจผู้โดยสารที่ประสบเหตุ ขณะที่ล่าสุดกรมการขนส่งทางบก ได้เรียกตัวโชเฟอร์เลือดร้อนรายนี้ มาสอบสวนดำเนินการแล้ว

ก่อนอื่นย้อนดูคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านพุทธมลฑล สาย 5 ที่ผู้โพสต์คลิปได้แฉให้เห็นพฤติการณ์ของคนขับแท็กซี่สีฟ้าทะเบียน ทว 396 กทม. ขณะกำลังรับผู้โดยสาร 4 คน ที่มีหญิงชราและเด็กเล็กอยู่ด้วยแต่เกิดมีปากเสียงกันขึ้น ระหว่างนั้นคนขับแท็กซี่ก็ได้ชักท่อนเหล็กแป็บ และอาวุธมีดดาบยาวออกมาจากรถ ลักษณะข่มขู่ผู้โดยสาร หลังคลิปนี้แชร์ออกไปมีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว

ทีมข่าวลงพื้นที่ไปเปิดใจชายวัย 31 ปีผู้ประสบเหตุเล่าว่า เช้าวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประมาณ 9 โมงเช้า ตนได้พาครอบครัว ซึ่งมีภรรยา, แม่ยายวัย 65 ปี และลูกสาววัย 3 ขวบ เดินออกมาเรียกรถแท็กซี่หน้าหมู่บ้านให้ไปส่งที่สถานีขนส่งหมอชิต เพื่อกลับไปจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีกระเป๋าใส่เสื้อผ้าใบใหญ่ 1 ใบ และรถจักรยานของลูกสาวคันเล็กๆ 1 คัน

เมื่อแท็กซี่คันสีฟ้า ทะเบียน ทว 396 กทม.ขับมาพอดี ภรรยาจึงได้เรียกให้ไปส่ง ซึ่งคนขับได้จอดรถคร่อมเลนส์ เกือบกลางถนน ไม่ได้ชิดทางเท้าจากนั้นแม่ของตน ได้พาหลานสาวขึ้นไปนั่งรอบนรถแท็กซี่ ตนจึงบอกให้คนขับแท็กซี่เปิดกระโปรงหลังรถเพื่อยกข้าวของขึ้น แต่คนขับมีท่าทีไม่พอใจ ตนกับภรรยาจึงช่วยกันยกของขึ้นรถกันเอง จากนั้นก็ปิดกระโปรงหลังรถ ทันใดนั้นคนขับแท็กซี่ก็ตะโกนด่า ว่าตนเองปิดกระโปรงรถแรงและเสียงดัง ตนเองจึงยกมือไหว้ขอโทษแต่คนขับแท็กซี่ไม่ยอมหยุด พร้อมกับถือท่อนเหล็กแป๊บติดมือลงมาด้วย ตนกลัวว่าลูกสาวภรรยาและแม่จะได้รับอันตราย จึงยกมือขอโทษเป็นครั้งที่ 2 และให้ทุกคนลงมาจากรถทันที เพื่อที่จะเปลี่ยนรถแท็กซี่คันอื่น แต่คนขับก็ยังระเบิดอารมณ์ด่าทอไม่หยุด ไปฟังเสียงผู้เสียหาย

เห็นท่าบานปลาย ภรรยาของผู้เสียหาย จึงร้องขอให้คนขับแท็กซี่เปิดกระโปรงรถให้เพื่อขนกระเป๋าออก เปลี่ยนไปขึ้นรถคันใหม่ โดยจะขอจ่ายค่าเสียเวลาให้ด้วยแต่ไม่คิดคนขับแท็กซี่ จะเดินไปกดเปิดกระโปรงหลังรถ และคว้ามีดดาบยาวกว่า 1 ฟุตออกมาจากในรถด้วยและพูดจาโวยวายด่าซ้ำอ้างว่าตัวเองรวย มีห้องเช่ารายเดือน

ผู้เสียหาย ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้พูดจาด่าทอ หรือโต้เถียงกับคนขับแท็กซี่รายนี้ เพราะกลัวจะใช้อาวุธในมือทำร้ายคนในครอบครัว ก่อนจะมีรถที่ผ่านไปมาแถวนั้น ช่วยกันเข้ามาพูดคุย ส่วนตนเองก็รีบเรียกรถแท็กซี่คันใหม่เดินทางต่อทันที

ชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้นและเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า หลังจากที่ครอบครัวของผู้ประสบเหตุเปลี่ยนรถแท็กซี่คันใหม่ ออกจากจุดเกิดเหตุไปแล้ว คนขับแท็กซี่รายนี้ ยังแสดงอารมณ์ฉุนเฉียว ขับรถเข้าชิดขอบทาง แล้วเดินลงมาจากรถพูดจาหาเรื่องกับชาวบ้านแถวนั้นด้วย พร้อมตะโกนว่าเป็นคนในพื้นที่ ไม่เคยเกรงกลัวใครซึ่งไม่มีใครกล้าตอบโต้ เพราะกลัวจะได้รับอันตราย

แน่นอนว่า หลังคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดนี้ แพร่สะพัดออกไปประชาชนที่ใช้บริการรถแท็กซี่ ต่างรู้สึกหวาดกลัวและรู้สึกไม่ปลอดภัย เมื่อรู้ว่าคนขับรถแท็กซี่พกอาวุธ แถมข่มขู่ผู้โดยสารขนาดนี้ เป็นอันตรายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน ขณะที่กรมการขนส่งทางบกได้เรียกคนขับรถแท็กซี่รายนี้มาสอบสวนแล้ว

ประชาชนพูดตรงกันว่า คนขับรถแท็กซี่ไม่ควรพกพาอาวุธ เพราะเป็นอาชีพที่ให้บริการประชาชนไม่ได้จะไปมีเรื่องกับใคร หรืออาจนำมาก่อเหตุร้ายกับผู้โดยสารได้ทุกเมื่อ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาลงโทษให้เด็ดขาด

ล่าสุดกรมการขนส่งทางบก ได้เรียกตัวคนขับแท็กซี่รายนี้เข้ามาสอบสวนแล้ว ซึ่งทราบชื่อว่า นายมนัส ศักดิ์นุภาพ พร้อมกับนำรถแท็กซี่มาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วย เจ้าตัวอ้างว่า วันดังกล่าวผู้โดยสารได้ขอให้เปิดกระโปรงหลังรถเพื่อเอาของไปใส่ จึงบอกว่าให้ปิดเบาๆ เพราะก่อนหน้านี้เคยชำรุดมาแล้วและค่าซ่อมแพงแต่ผู้โดยสารคนดังกล่าว กลับปิดอย่างแรงจนเสียงดัง ตนยอมรับว่า ตอนนั้นรู้สึกโมโหอย่างมาก จึงเดินออกมาต่อว่า "ว่าทำไมปิดแรง" แต่ผู้โดยสารคนนั้นกลับเดินเข้าหาตนจึงต้องเดินไปเอามีดพก อ้างว่าแค่เล่มเล็กๆ มาถือเอาไว้เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น

และบอกสาเหตุที่ต้องพกมีด เพราะก่อนหน้านี้เคยถูกผู้โดยสารรายหนึ่งที่ไม่พอใจตน ใช้เท้าถีบข้างรถด้านซ้ายจนบุบ อีกฝั่งก็ถูกฟันและขว้างขวดเข้าใส่ แต่สุดท้ายก็ยอมรับผิด ที่ทำลงไปเพราะบันดาลโทสะ และหากรถครบอายุอีก 1 ปี ยืนยันจะเลิกขับรถแท็กซี่แล้ว

ด้านรองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยหลังสอบสวนว่า นายมนัส ยอมรับว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวขึ้นจริง เพราะมีเหตุฝังใจมาแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกได้ลงโทษโดยการ เปรียบเทียบปรับทั้งข้อหาการใช้วาจากิริยาไม่สุภาพต่อผู้โดยสารและขับขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาต ข้อหาละไม่เกิน 1,000 บาท เพราะใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะหมดอายุไปแล้ว และจะคาดโทษเอาไว้หากทำผิดอีกก็ต้องถูกลงโทษเข้มข้นมากขึ้น หรืออาจพักใบอนุญาตไม่เกิน 6 เดือน

ส่วนรถแท็กซี่คันดังกล่าวตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นรถของบริษัทไทยเอช ลิสซิ่ง จำกัด ซึ่งจะเรียกมารับผิดชอบเหตุที่เกิดขึ้นด้วย ฐานปล่อยให้ผู้ขับขี่ไม่มีใบอนุญาตมาขับรถสาธารณะและไม่แจ้งประวัติผู้ขับขี่ต่อกรมการขนส่งทางบก                   

ทีมข่าวได้ติดต่อไปยังบริษัทไทยเอช ลิสซิ่ง จำกัด เจ้าของรถแท็กซี่สีฟ้าคันนี้ แต่ได้รับการปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลใดๆ อ้างว่าขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เราก็หวังว่าเหตุการณ์นี้จะไม่เกิดขึ้นซ้ำกับผู้โดยสารรายอื่นๆ แม้คนขับรถแท็กซี่จะอ้างว่าพกพาอาวุธเพื่อใช้ป้องกันตัว แต่หากการควบคุมสติที่ดีพออาจนำไปสู่เหตุบานปลายได้ ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็ต้องย้ำว่า นี้เป็นเพียงแค่แท็กซี่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง โชเฟอร์รถแท็กซี่ดีๆก็ยังมีอีกมาก

TAG : เจาะประเด็น Specialแท็กซี่ใช้อาวุธข่มขู่ใช้อาวุธขู่คลิปแท็กซี่อันธพาล