King Arthur สปีดหนังสไตล์กาย ริชชี่ และเบ็คแฮมสอนปั่นฟรีคิก

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

สไตล์หนัง ผกก.กาย ริชชี่ ที่ความเร็วถือเป็นลายเซ็นประจำตัวของเขา King Arthur  เดินเรื่องด้วยความกระชับรวดเร็ว บางช่วงรวบตึงไปหน่อยเพื่อลดทอนสิ่งไม่สำคัญ แต่ก็ยังดูรู้เรื่องอยู่ ในข้อแม้ว่าคุณไม่ได้ก้มไปล้วงป๊อบคอร์นตอนนั้น ซึ่งไม่รู้ว่าเป็น Trick อย่างหนึ่งของ ผกก. หรือเปล่าที่จงใจตรึงคนดูไว้กับหน้าจอตลอดทั้งเรื่อง

ความเท่ ฉลาด มาดกวน และมุกตลก เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะได้เห็นในหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะกับอาร์เธอร์ (ชาร์ลี ฮันนัม) ตัวเอกของเรื่อง ซึ่งใครจะไปเชื่อว่ารัชทายาทกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่อย่างอาร์เธอร์ แพนดรากอน จะมีฝีปากที่เก่งกล้า ต่อปากต่อคำกับตัวละครอื่นๆ ได้เจ๋งแบบมีชั้นเชิง ไม่แพ้ฝีมือเชิงรบของเขาเลยทีเดียว

แต่ปากจะเก่งปานไหน เพลงดาบเพลงมวยจะดีปานใด แต่เมื่ออาร์เธอร์ต้องมาแบกรับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ ที่มาพร้อมความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง (ผิดเรื่องๆ) นั่นคือการได้ครอบครอง ดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ ต่อจากกษัตริย์อูเธอร์ (เอริก บานา) พระราชบิดาเพื่อกอบกู้ราชบัลลังก์ ก็ทำให้ชีวิตเขาเป๋ไปกับชะตากรรมที่กำลังเป็นอยู่ได้เหมือนกัน ว่านั่นมันใช่ตัวตนอย่างที่เขาเป็นหรือไม่ (อาร์เธอร์ไม่ได้โตมาในรั้วในวัง แต่โตมาในซ่องโสเภณี)

พูดถึงดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ ตามตำนานมันปักอยู่บนศิลา ที่ไม่ว่าชายชาตรีหน้าไหนก็มิอาจดึงมันออกมาได้ เว้นเสียแต่รัชทายาทสายตรงอย่างอาร์เธอร์เท่านั้น แน่นอนว่าก่อนหน้าหนังจะเข้าโรง ได้ถูกสปอยล์เรื่อง เดวิด เบ็คแฮม ในชุดทหารของวอร์ติเกิร์น (จู๊ด ลอว์) ไปแล้ว ขอสปอยล์ต่ออีกนิดว่าเบ็คแฮมคือทหารที่คุมการคัดเลือกพิธีการดึงดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ เป็นคนคอยแนะเคล็ดลับการดึงให้กับอาร์เธอร์ ซึ่งช็อตแรกที่เบ็คแฮมหันมาหากล้อง ก็ทำคนดูออกเสียง "ฮือออ" และ "กรี๊ดดด" เบาๆ พร้อมกันทั้งโรง จากนั้นใครที่พอจะเล่นฟุตบอลเป็นแล้วได้ฟังเฮียเบ็คสอนอาร์เธอร์ดึงดาบแล้ว ต้องอุทานเป็นเสียงเดียวกันว่า "นี่มันสอนวิธีการยิงฟรีคิกชัดๆ" เอาเป็นว่าเด็กผีได้เห็นการแสดง 10 วินาทีของเบ็คแฮมในเรื่องนี้ก็คุ้มเกินคุ้มแล้ว

ส่วนพาร์ทของ CG ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว หลายฉากสมควรไปดูแบบ 3D มุมกล้องแปลกๆ ฝังไว้ในหนังเรื่องนี้เพียบ ซาวน์ประกอบก็ทำได้ไม่เลว เสริมให้อาร์เธอร์ดูเท่และสมาร์ทขึ้นเป็นกอง ส่วนใครที่อยากฟังเพลงประกอบต่อ ลองไปเปิด YouTube แล้วเสิร์จหา Sam Lee เพลง The Wild Wild Berry คนนี้นี่คือสุดยอดคนดนตรีในแบบอิงลิชโฟล์คที่หาตัวจับยากคนหนึ่งในวงการ

King Arthur เสียอยู่อย่างเดียว คือการไม่มีอะไรให้จำ (เว้นที่ความจำไว้ให้ เดวิด เบ็คแฮม) อยู่ในโรงจะมันส์ขนาดไหน แต่เมื่อออกจากโรงแล้วก็จบกัน ไม่มีอะไรให้พูดต่อ คนดูจะจำ จู๊ด ลอว์ จาก Sherlock Holmes หรือจำ ไอดัน กิลเลน จาก Games of Trones ได้มากกว่า ส่วนชาร์ลี ฮันนัม ถือว่าดีแต่ก็ดีในแบบมาตรฐาน ไม่มีอะไรโดดเด่นไปกว่า Pacific Rim หรือเรื่องอื่นๆ ที่เขาแสดงมา ตัดคะแนนไว้ที่ 7 เต็ม 10

รีวิวโดย : ปลาทองจองเก้าอี้ C12

TAG : king arthurรีวิวหนังวิจารณ์หนัง