สั่งสอบ! ตำรวจตั้งด่านลอย เรียกรับส่วย อึ้ง ทำเป็นประจำชาวบ้านเห็นจนชินตา

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

มีการแชร์คลิปภาพตำรวจนายหนึ่ง ที่เรียกรถที่มีลักษณะวิ่งทับเส้นจราจรจอดเข้าข้างทาง ก่อนเข้าไปพูดคุยและมีลักษณะคล้ายรับเงินสินบน ล่าสุด รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว

เป็นคลิปแรกที่ถูกโพสต์ในเพจ "ไทยแลนด์เพลสนิวส์" เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยในภาพเป็นเหตุการณ์ที่ชายคนหนึ่งกำลังขับรถผ่านถนนวิภาวดีรังสิต และกำลังเปลี่ยนเส้นทางสู่ถนนแจ้งวัฒนะ ผ่านแยกใต้สะพานข้ามแยกหลักสี่ ก่อนจะถูกตำรวจนายหนึ่งเรียกจอดริมทางใต้สะพาน เพื่อบอกเรื่องที่กระทำผิดวินัยจราจร จากนั้นตำรวจนายนี้ได้เปิดช่องทางเลือกให้เสียเงินค่าปรับที่ถูกลง เพื่อแลกกับการที่ไม่ต้องเสียเวลาไปจ่ายค่าปรับที่สถานีตำรวจ

ทันทีคลิปดังกล่าวถูกนำไปเผยแพร่เฟซบุ๊ก ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของตำรวจนายนี้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม จากนั้นไม่กี่วันเพจเดียวกันยังมีการนำคลิปวิดีโออีกชิ้นหนึ่งมาโพสต์ มีความยาวประมาณ 6 นาที โดยบอกว่าคลิปนี้เป็นตำรวจนายเดิมที่กระทำผิดอีก แต่คราวนี้เป็นภาพมุมสูงที่จับพฤติกรรมเรียกรถที่เข้าข่ายผิดกฎจราจรหลายคันทั่งรถเก๋ง รถกระบะ และรถตู้ ที่ขับปาดเส้นทึบบริเวณทางแยกเข้าใต้สะพานไปจอดหลบมุม ก่อนจะเข้าไปขอดูใบขับขี่ จากนั้นก็พบมีพฤติการณ์คล้ายขอรับสิ่งของบางอย่างเก็บใส่กระเป๋ากางเกง และปล่อยรถที่กระทำผิดไป

ทีมสนาม่าวได้นำเรื่องนี้สอบถามไปทางรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งก็ได้รับการเปิดเผยว่า เบื้องต้น ได้ตรวจดูคลิปดังกล่าวแล้ว ตั้งข้อสังเหตว่าเป็นการตั้งด่านตรวจที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากมีตำรวจเพียงนายเดียวที่ปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งเมื่อสังเกตที่มือพบว่าไม่มีสมุดใบสั่ง และเมื่อสั่งการให้กองบังคับการตำรวจจราจรตรวจสอบ ก็พบว่าตำรวจนายดังกล่าวเป็นตำรวจยศร้อยตำรวจโทในสังกัดจริง แต่ปัจจุบันอยู่ระหว่างถูกพักเวรสายตรวจ เนื่องจากเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพิ่งถูกสั่งย้ายไปช่วยราชการภายในชั่วคราว หลังพบมีพฤติกรรมไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ และอยู่ระหว่างการฝึกอบรมวินัย เบื้องต้น จึงสันนิษฐานว่าคลิปภาพดังกล่าว อาจเป็นการออกปฏิบัติหน้าที่โดยพลการ

ล่าสุด ทีมสนามข่าวได้รับคำยืนยันจากผู้บังคับการตำรวจจราจรกลางว่า มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยขั้นร้ายแรงแล้ว แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ว่ากรณีดังกล่าวจะมีบทลงโทษอย่างไร แต่ยืนยันว่ากรณีนี้ต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการให้ถึงที่สุด

ขอบคุณคลิปภาพจาก : เฟซบุ๊ก Thailandpressnews

TAG :