เร่งหาเบาะแสคนร้ายระเบิดตู้เอทีเอ็ม ยันหวังผลต่อทรัพย์ ไม่ใช่สร้างสถานการณ์

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจยังคงเร่งหาหลักฐาน เพื่อตามหาตัวคนร้ายบุกเดี่ยวเข้าไปวางระเบิดตู้เอทีเอ็มในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านถนนกรุงเทพกรีฑา โดยคนร้ายได้เงินไปเกือบ 4 แสนบาท ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี โดยตำรวจยืนยันว่าเหตุการณ์ครั้งนี้คนร้ายหวังผลต่อทรัพย์ ไม่ใช่สร้างสถานการณ์

ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณทางเข้าห้าง เผยให้เห็นภาพคนร้ายชายใส่เสื้อแขนยาวสีดำ สวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก เบาะช่วงท้ายจักรยานยนต์ติดตั้งกล่องเก็บสิ่งของ บุกเดี่ยวเข้าไปเก็บเอากล่องเซฟบรรจุเงินกว่า 4 แสนบาทจากตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงเทพ หลังเกิดเหตุระเบิดไม่ถึง 1 นาที ภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านถนนกรุงเทพกรีฑา เขตประเวศกรุงเทพมหานคร
 
ทันทีที่เกิดระเบิดชาวบ้านวิ่งออกมาดู แต่ไม่ถึง 2  นาทีคนร้ายได้ขี่จักรยานยนต์ สวนกลับออกมา  แล้วมุ่งหน้าหลบหนีไปทางถนนศรีนครินทร์ โดยมีกล้องวงจรปิดของร้านค้าริมถนนบันทึกไว้ได้ 

สอดคล้องกับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างที่ระบุว่า หลังเกิดระเบิดเธอรีบวิ่งมาดู แต่ไม่ถึง 2 นาที คนร้ายก็ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี

ช่วงเวลาเดียวกันยังมีผู้เห็นเหตุการณ์อีกคนที่พักอยู่ติดกับจุดเกิดเหตุ ที่พยายามมองดูเหตุการณ์เพราะหลังได้ยินเสียงระเบิด เขาเห็นนาทีที่คนร้ายพยายามเก็บเอาสิ่งของบางอย่างในจุดที่ตู้เอทีเอ็มระเบิด

ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หรือ EOD เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ โดยพบคราบดินระเบิดตามเศษซากของตู้เอทีเอ็ม ที่แตกกระจาย ซึ่งชี้ได้ว่าน่าจะเป็นระเบิดความดันสูง ลักษณะเป็นการเดินสายไฟตั้งเวลาจุดชนวน รัศมีทำลายล้าง 30 เมตร แต่จะเป็นดินระเบิดของประเภทระเบิดซีโฟร์ หรือ ทีเอ็นทีอยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างละเอียด 

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุคนร้ายใช้ระเบิดเพื่อชิงเงินในตู้เอทีเอ็ม  จึงกำชับให้มีการเก็บหลักฐานเกี่ยวกับคนร้ายให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่กับตู้เอทีเอ็มที่เกิดระเบิด หลังผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า กล้องสามารถบันทึกให้เห็นพฤติกรรมของคนร้ายในระยะใกล้และไกลได้  หากแรงระเบิดไม่ทำให้ข้อมูลเสียหาย

ขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านมา พลตำรวจตรีนันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 เรียกประชุมชุดสืบสวนทั้งหมด โดยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาได้สั่งการตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางที่คาดว่าผู้ก่อเหตุหลบหนี เบื้องต้นตรวจสอบไปแล้วในรัศมี 5 กิโลเมตร โดยยังไม่พบเบาะแสของผู้ก่อเหตุ เนื่องจากลงมือเพียงคนเดียวและใช้เวลาเพียง 6 นาที ในการก่อเหตุและหลบหนีไป คาดว่าเป็นมืออาชีพ ยืนยันว่าเหตุดังกล่าวผู้ก่อเหตุต้องการประสงค์ต่อทรัพย์เท่านั้น ไม่ใช่เป็นการ ก่อเหตุเพื่อการสร้างสถานการณ์ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่มีสัญลักษณ์ในการก่อเหตุแต่อย่างใด

TAG : วางระเบิดวางระเบิดตู้ ATM