ตรวจสอบสิทธิ์ผู้มีรายได้น้อย 2560 ดูคู่มือ-เงื่อนไข ได้สิทธิ์อะไร เช็คตัวเองด่วน!

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

ผู้มีรายได้น้อย, ลงทะเบียนคนจน

ผู้มีรายได้น้อย ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์

หลังจากที่โครงการช่วยเหลือ ผู้มีรายได้น้อย หรือ ที่เรียกว่า โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ รอบสาม ได้หมดเวลาได้ตั้งแต่ช่วงวันที่ 3 เมษายน – 15 พฤษภาคม 2560

ซึ่งหลายคนที่เคยลงทะเบียน ผู้มีรายได้น้อย รอบสามที่ผ่านมานี้ อาจจะต้องการทราบว่า ตนมีรายชื่อในส่วนของผู้มีสิทธิ์ได้รับเงิน ผู้มีรายได้น้อย ดังกล่าวหรือไม่ วันนี้ BUGABOO NEWS มีรายละเอียดทั้งหมดของโครงการ ผู้มีรายได้น้อย
ทั้งช่องทางการตรวจสอบสิทธิ์ ผู้มีรายได้น้อย เงื่อนไข และคู่มือการใช้ รวมถึงบัตรคนจนแบบใหม่ 2 แบบ มาฝากให้ได้เช็คกันจ้า 

โดยทางเฟซบุ๊กเพจ กรมประชาสัมพันธ์ ได้โพสต์แนะนำขั้นตอนสำหรับผู้ผ่านคุณสมบัติ โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ  ผู้มีรายได้น้อย และรายละเอียดอื่นไว้ ดังนี้ 


โดยช่องทางการตรวจสอบรายชื่อ ผู้มีรายได้น้อย สามารถตรวจได้ 3 ช่องทาง คือ

ช่องทางที่ 1 : ตรวจสอบ ผู้มีรายได้น้อย จากเว็บไซต์ 
- www.epayment.go.th   (เว็บไซต์ epayment)
- www.mof.go.th  และ (เว็บไซต์กระทรวงการคลัง)
- www.fpo.go.th  (เว็บไซต์สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง)

*โดยพิมพ์เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ลงไปในช่องที่กำหนด ระบบก็จะแจ้งผลการตรวจสอบทันทีว่าเรานั้นผ่านคุณสมบัติหรือไม่

ช่องทางที่ 2 : ตรวจสอบ  ผู้มีรายได้น้อย ผ่านสายด่วนของ 6 หน่วยงาน ในเวลาราชการ ได้แก่
- สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 1359 
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โทร. 02-555-0555
- ธนาคารออมสิน โทร. 1115 
- ธนาคารกรุงไทย โทร. 02-111-1111 
- กรมบัญชีกลาง โทร. 02-270-6400
- เบอร์โทรศัพท์ของสำนักงานเขตกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต


ช่องทางที่ 3 : ตรวจสอบ  ผู้มีรายได้น้อย โดยตรงด้วยตัวเอง ณ ที่ทำการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร



*ทั้งนี้ หากท่านตรวจสอบรายชื่อ ผู้มีรายได้น้อย เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่มีชื่อผ่านคุณสมบัติ ผู้มีรายได้น้อย ควรปฏิบัติดังนี้

ในกรณีผู้ลงทะเบียน  ผู้มีรายได้น้อย ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ และยังอยากได้รับสวัสดิการ  ผู้มีรายได้น้อย อยู่ ก็สามารถยื่นอุทธรณ์ เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติ  ผู้มีรายได้น้อย ใหม่ได้ภายในวันที่ 29 กันยายน 2560 โดยสามารถปฏิบัติได้ตาม 7 ขั้นตอนต่อไปนี้

1 ผู้ลงทะเบียน  ผู้มีรายได้น้อย ตรวจสอบผลผ่าน 3 ช่องทางไปแล้ว และพบว่าตัวเองไม่ผ่านคุณสมบัติ

2 เข้าไปตรวจสอบรายชื่อ  ผู้มีรายได้น้อย ผ่านทางเว็บไซต์ บนหน้าจอแสดงผลตรวจสอบจะระบุคุณสมบัติที่ไม่ผ่าน และต้องการอุทธรณ์ ให้กดปุ่ม “ยื่นคำขออุทธรณ์”

3 กรอกแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขออุทธรณ์ โดยหลังจากกดปุ่ม "ยื่นอุทธรณ์" ระบบจะถามวันเดือนปีเกิด เพื่อยืนยันตัวบุคคล พร้อมทั้งเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ หลังจากนั้นให้กดปุ่มสีเหลืองด้านล่างของหน้าจอที่เขียนว่า “บันทึกและส่งคำขออุทธรณ์”

4 หลังจากกดปุ่มบันทึกและส่งคำขออุทธรณ์แล้ว ข้อความบนปุ่มสีเหลืองจะเปลี่ยนเป็น “อยู่ระหว่างการอุทธรณ์”

5 หลังจากปิดรับการยื่นขออุทธรณ์ กระทรวงการคลังจะรวบรวมข้อมูลส่งให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ  ผู้มีรายได้น้อย ต่อไป

6 หน่วยงานตรวจสอบใช้เวลา 1 สัปดาห์ในการตรวจสอบ ผู้มีรายได้น้อย  และจะส่งผลการอุทธรณ์กลับมาให้กระทรวงการคลังภายในวันที่ 16 ตุลาคม 2560

7 กระทรวงการคลังจะประกาศผลการอุทธรณ์ในวันที่ 24 ตุลาคม 2560 ผ่าน 2 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ epayment และสายด่วน 6 หน่วยงาน


ทั้งนี้ ถ้าผลการอุทธรณ์  ผู้มีรายได้น้อย ยังยืนตามผลเดิม คือ ไม่ผ่านคุณสมบัติ ผู้ลงทะเบียน  ผู้มีรายได้น้อย ก็จะไม่มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการ ผู้มีรายได้น้อย

แต่ถ้ายื่นอุทธรณ์สำเร็จ ผู้ลงทะเบียนจะมีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการ ผู้มีรายได้น้อย โดยจะได้รับบัตรล่าช้ากว่าปกติ 30 วัน และไม่ได้รับสวัสดิการย้อนหลัง 



แต่เอ... แล้ว ผู้มีรายได้น้อย จะได้สิทธิ์อะไรบ้างนะ?

สรุปแนวทางการให้ความช่วยเหลือ : ประชารัฐสวัสดิการ เป็นการให้วงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อใช้ชำระค่าสินค้าและบริการผ่านเครื่องรับช าระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานหรือร้านค้าที่กำหนด เมื่อชำระค่าสินค้าและบริการแล้ว วงเงินจะลดลงตามยอดที่ใช้จ่าย และถึงรอบวันที่ 1 ของทุกเดือน (ยกเว้น วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม ทุกวันที่ 1 ของทุก 3 เดือน)

วงเงินจะถูกปรับเป็นค่าเริ่มต้นของวงเงินแต่ละสวัสดิการเสมอ ซึ่งวงเงินคงเหลือของเดือนที่ผ่านมาจะไม่มีการสะสมในเดือนถัดไป และไม่สามารถถอนวงเงินสวัสดิการจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นเงินสดได้


ทั้งนี้ การช่วยเหลือของโครงการ ผู้มีรายได้น้อย นี้จะแยกเป็น 2 ส่วน คือ

1. ส่วนแรกจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ และ
2. ส่วนที่สองจะช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่ายการเดินทาง ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ 


1. ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ

ประกอบด้วย ค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อการเกษตรจากร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านค้าอื่น ๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด โดยรัฐบาลจะให้เงินในบัตรไปซื้อสินค้า

เงินช่วยเหลือที่ ผู้มีรายได้น้อย ได้รับ :

           กลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินจำนวน 300 บาทต่อเดือน

          
 กลุ่มที่มีรายได้ตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่กิน 1 แสนบาท จะได้รับเงินจำนวน 200 บาทต่อเดือน         

นอกจากนี้ ทั้ง 2 กลุ่ม ยังได้วงเงินสำหรับเป็นส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนดอีกคนละ 45 บาทต่อ 3 เดือน

อย่างไรก็ตาม เงินจำนวนดังกล่าวจะไม่สามารถนำไปใช้หนี้ที่ค้างชำระกับร้านค้า หรือนำไปซื้อสุรา บุหรี่ได้ เพราะไม่ใช่สินค้าอุปโภคที่จำเป็น แต่สินค้าที่สามารถซื้อได้ เช่น ข้าวสาร ผงซักฟอก ยาสีฟัน ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และปุ๋ยเคมี 


2. ช่วยลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง

ประกอบด้วย ค่าโดยสารรถเมล์ รถไฟฟ้า รถโดยสารของ บขส. และรถไฟ
          
เงินช่วยเหลือที่ ผู้มีรายได้น้อย ได้รับ :

           ค่าโดยสารรถเมล์ รถไฟฟ้า จำนวน 500 บาทต่อเดือน (ใช้ชำระค่าโดยสารด้วยระบบ e-Ticket)

          
 ค่าโดยสารรถ บขส. วงเงินไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน

          
 ค่าโดยสารรถไฟ วงเงินไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน

โดยเงินช่วยเหลือในแต่ละส่วนจะแยกออกจากกันอย่างชัดเจน ไม่นำมารวมกัน 


มาที่เรื่องเงื่อนไขของการใช้สิทธิ ผู้มีรายได้น้อย กันบ้าง

โดยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไปผู้มีสิทธิสามารถใช้สิทธิตามวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ ผ่านเครื่องรับช าระเงินอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานหรือ ร้านค้าที่กำหนด ได้แก่

  จุดรับชำระเงินตามร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านอื่นๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด
  จุดรับชำระเงินตามร้านค้าก๊าซที่กระทรวงพลังงานก าหนด
  เครื่องแตะบัตรช าระเงินบนรถประจำทาง ขสมก./รถไฟฟ้า
  จุดจำหน่ายบัตรโดยสารรถ บขส.
  จุดจำหน่ายบัตรโดยสารรถไฟทุกสถานี (รฟท.) 



ทั้งนี้ บัตร ผู้มีรายได้น้อย ที่แจกจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ซึ่งแบบแรกจะเป็นมี 2 ชิปการ์ด ผลิตมาจำนวน 1.3 ล้านใบ เพื่อมอบให้กับประชาชนใน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม ซึ่งจะสามารถใช้กับระบบตั๋วร่วม เพื่อขึ้นรถเมล์และรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ได้

ส่วนบัตรสวัสดิการแบบที่ 2 ของคนในจังหวัดอื่น ๆ จะมีชิปการ์ดเดียว จึงไม่สามารถนำมาใช้ขึ้นรถเมล์และรถไฟฟ้าได้ อย่างไรก็ตาม หากมีการเปลี่ยนภูมิลำเนาเข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ก็สามารถมาแจ้งเปลี่ยนเป็นบัตรแบบ 2 ชิปการ์ดได้ 


หน้าตาบัตร ผู้มีรายได้น้อย 

ในเรื่องของลักษณะบัตรคนจน สวัสดิการ ผู้มีรายได้น้อย ที่จะใช้กัน คือ บัตรจะมีภาพเบื้องหลังเป็นภาพสะพานภูมิพล 1 สะพานภูมิพล 2 และประตูระบายน้ำ คลองลัดโพธิ์ (อันเนื่องมาจากพระราชดำริ) เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9)

นอกจากนี้ ภาพสะพานยังเปรียบเสมือนรัฐบาล จะทำหน้าที่เป็นสะพานพาพี่น้องประชาชนผ่านภาวะที่ลำบากไปสู่ทางที่ดีกว่า และพบเจอกับสิ่งใหม่ที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป

โดยบัตร ผู้มีรายได้น้อย มีคุณลักษณะทำจากพลาสติก มี Chip และแถบแม่เหล็ก ขนาดเป็นไปตามมาตรฐานสากล มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลเทียบเท่ากับระบบสากลของบัตรที่มีลักษณะและคุณสมบัติเดียวกัน มีอายุการใช้งาน 5 ปี นับจากเดือน/ปีที่ผลิต (30 กันยายน 2565) ใช้เป็นเครื่องมือในการชำระค่าสินค้าและบริการทั้งในภาคการขนส่งและนอกภาคการขนส่ง รวมทั้งยืนยันสิทธิในการรับความช่วยเหลือจากภาครัฐทุกครั้ง

นอกจากนี้ บัตรผู้มีรายได้น้อย ยังมีคุณสมบัติเป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) สามารถเติมเงินลงในบัตรได้ และถอนเงินในส่วนที่เติมนี้เป็นเงินสดที่ตู้ ATM หรือสาขาธนาคารได้ มี 2 แบบ ดังนี้ 
 
แบบที่ 1 บัตร Hybrid 2 Chips เป็น Contact Chip และ Contactless Chip และแถบแม่เหล็ก Contactless Chip จะเป็นไปตามมาตรฐานกลางระบบตั๋วร่วม (แมงมุม) สำหรับผู้มีสิทธิ
ที่ลงทะเบียน ผู้มีรายได้น้อย กับหน่วยรับลงทะเบียนในเขตกทม. นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยาสมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร
 
 

แบบที่ 2 บัตร EMV เป็น Contact Chip และแถบแม่เหล็ก สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียน ผู้มีรายได้น้อย กับหน่วยรับลงทะเบียนนอกเขตจังหวัดดังกล่าว (นอกเขต กทม. นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร) 
 


 
** คำแนะนำการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ **
     1. บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นสิทธิเฉพาะตัวของบุคคลที่ระบุบนหน้าบัตรเท่านั้น เว้นแต่ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่สามารถเดินทางได้ สามารถให้ผู้ดูแลเป็นผู้ใช้สิทธิแทนได้ ตามเงื่อนไขที่กำหนด
     2. กรุณาเก็บบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและรักษาบัตรไว้เป็นอย่างดี เพื่อประโยชน์ของท่านในการรับสวัสดิการจากรัฐบาล
     3. หากมีการตรวจสอบแล้วพบว่าให้ผู้อื่นนำบัตรไปใช้ เจ้าของบัตรจะถูกตัดสิทธิในบัตรและผู้ที่นำบัตรผู้อื่นไปใช้จะมีความผิด ต้องชดใช้เงินคืนแก่ทางราชการ 



ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร. 0-2109-2345 ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 – 17.30 น. หรือ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 02-273-9020


BUGABOO NEWS
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊กเพจ กรมประชาสัมพันธ์ และทวิตเตอร์ @pphiangphorr
 

TAG : ผู้มีรายได้น้อยลงทะเบียนคนจนตรวจสอบสิทธิ์ผู้มีรายได้น้อย