รีวิวหนัง Blade Runner 2049

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

ด้วยความเป็นหนังภาคต่อ จึงเท้าความถึงภาคแรกกันก่อน Blade Runner 2019 ภาพยนตร์ดัดแปลงจากนวนิยาย Do androids dream of electric sheep? จากปลายปากกาของ Philip K. Dick ภาคแรก (1982) เล่าถึงเหตุการณ์ในปี 2019 กับการก่อกบฏของเหล่า Replicants หรือ "มนุษย์เทียม" ที่ถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อเป็นแรงงานทาสทั้งบนโลกและอาณานิคมบนดาวดวงอื่น ซึ่งมนุษย์เทียมจะถูกดัดแปลงทางพันธุกรรมให้มีความสามารถเหนือมนุษย์ แต่จะมีอายุขัยเพียง 4 ปีเท่านั้นเพื่อไม่ให้เป็นภัยต่อมนุษย์จริง และเมื่อเกิดการก่อกบฏของมนุษย์เทียม การ "ปลดระวาง" จึงเป็นวิธีที่ทางการออกกฎหมายเพื่อกำจัดสิ่งนอกกฎหมาย ด้วยการตามตัว ริค เดคคาร์ด (แฮริสัน ฟอร์ด) อดีต Blade Runner มาจัดการกับ 6 มนุษย์เทียมที่แฝงตัวอยู่บนโลก แต่เรื่องดันกลับตาลปัตรเมื่อ เดคคาร์ด ดันไปตกหลุมรัก ราเชล (ณอห์ณ ยัง) มนุษย์เทียมสาวสวยประดุจนางฟ้า และนั่นคือที่มาของความลับที่ถูกเก็บซ่อนไว้ถึง 30 ปี

Blade Runner 2049 จึงเป็นหนังภาคต่อที่มีสะพานข้อมูลจากภาคที่แล้ว โดยเฉพาะความลับ 30 ปีที่ถูกเก็บซ่อนไว้จะมาเฉลยกันในภาคนี้ ด้วยการสืบสาวราวเรื่องของเจ้าหน้าที่ K (ไรอัน กอสลิ่ง) Blade Runner จาก LAPD ผู้ที่ถูกตราหน้าว่าเป็น "ของปลอม" ที่แปรพักต์มารับใช้ทางการ หน้าที่ของเขาคือการตามล่าเพื่อปลดระวางมนุษย์เทียมที่หลบหนี โดยมี "จอย" โฮโลแกรมหญิงสาวผู้มีบุคลิกในอุดมคติ ที่คอยเคียงข้าง K เป็นเพื่อน ไม่สิ! เป็นคนรักคู่คิดในชีวิตเมื่อเขากลับบ้าน

ในภาคนี้ได้ ไรอัน กอสลิ่ง มารับบทนำดำเนินเรื่อง บทของเจ้าหน้าที่ K มีลักษณะของ Lone Wolf หรือหมาป่าเดียวดายผู้ออกล่าตามลำพัง หน้าตาเหงาๆ กับสายตาเศร้าๆ ของกอสลิ่ง ยิ่งทำให้หนังดิ่งลึกไปกับความเดียวดายตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง และเพื่อบรรเทาความเหงาและทำให้เขามีความหมาย การเป็น Blade Runner และการได้ระบายทุกอย่างกับจอย คือสิ่งที่ K พอจะทำได้ในช่วงที่เขายังสงสัยว่าตนเองเป็นอะไร ระหว่างมนุษย์จริงหรือมนุษย์เทียม

ตัวหนังยังคงเคารพในแนวทางของความเป็นไซไฟและฟิล์มนัวร์ตามแบบฉบับปี 1982 ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินเรื่องที่ไม่ได้เน้นแอ็คชั่น แต่เป็นการไปซัดกันหนักๆ กับเส้นเรื่อง จนคนดูต้องตั้งคำถามว่ามนุษย์แท้ หรือ Replicants ใครกันแน่ที่ควรค่าพอกับความเป็น "มนุษย์" กันแน่

มาถึงตัวละคร ริค เดคคาร์ด กันบ้าง ในภาคนี้ยังคงเป็น แฮร์ริสัน ฟอร์ด ที่มารับบทเดิมเหมือนเมื่อครั้งในปี 1982 แต่คราวนี้เขามาในบทของชายผู้กุมความลับตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมันอาจเปลี่ยนสังคมของมวลมนุษยชาติไปตลอดกาล และคือคนที่เจ้าหน้าที่ K ตามหาเพื่อคลายปมสงสัย กับความทรงจำทั้งหมดที่อยู่ในหัวของเขาว่ามันคือความจริงหรือเป็นเพียงสิ่งที่ถูกโปรแกรมขึ้นมา

นีอันเดอร์ วอลเลส อีกหนึ่งบทเด่นที่ไม่พูดถึงคงจะไม่ได้ ตัวละครตัวนี้ได้ จาเรต เลโต้ นักร้องนำวงร็อค 30 SECOND TO MARS ผู้เคยฝากผลงานจอเงินไว้กับภาพยนตร์ทำเงินอย่าง Suicide Squad ในบท The Joker ที่มาในเรื่องนี้จาเรตไม่ต้องออกแอ็คชั่นอะไรให้เปลืองแรง แต่การแสดงออกมาทางสีหน้า อารมณ์ ท่วงท่า หรือไดอาล็อกที่เนิบช้าแต่ดุดัน ก็ทำให้บทตัวร้ายตัวนี้ดูมีพลังและคูลสุดๆ

ตัวละครหญิง เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นไม้ตายของหนังเรื่องนี้ ดูเหมือนพวกเธอจะได้รับการให้ความหมายแทนความรู้สึกลงไปในบทบาทของแต่ละตัวละคร โดยเฉพาะ จอย หญิงสาวในอุดมคติผู้มีความรักและแรงปรารถนาที่ได้ อนา เดอ อาร์เมส นักแสดงสาวชาวคิวบามารับบทนี้ ซึ่งเธอก็ทำได้ดีเกินคาด ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่จะทำให้ชายคนหนึ่งวางความไว้ใจและวางหัวใจไว้ที่เธออย่างไร้ข้อกังขา เตือนไว้ก่อนนะ...ว่าดูจบแล้วระวังจะตกหลุมรักเธอแบบไม่รู้ตัว

ใครที่ชื่นชอบหนังไซไฟจินตานาการล้ำๆ แบบไม่หนักบู๊ ชื่นชอบหนังแนวไซไฟปรัชญาแบบ The Matrix หรือ Ghost in the Shell ยิ่งเป็นแฟนตัวยงของ Blade Runner ไม่ควรพลาดหนังเรื่องนี้ด้วยประการทั้งปวง เทคะแนนให้เกือบเต็ม 10 เอาไปเลย 9.5

BUGABOO MOVIE

TAG : รีวิวหนัง Blade Runner 2049รีวิวหนังBlade Runner 2049