จดหมายเหตุสนามหลวง - กำแพงแห่งรักของชาวหัวหิน

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

หากเอ่ยถึง วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สถานที่แปรพระราชฐานที่สำคัญ พสกนิกรไทยต่างทราบดีว่าเป็นสถานที่ที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปประทับบ่อยที่สุด จนเรียกกันว่าที่นี่คือ "บ้านของพ่อ"

เพื่อแสดงความอาลัย และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ชาวหัวหินและศิลปินท้องถิ่นจิตอาสานับร้อยชีวิต ต่างพร้อมใจกันบรรจงวาดภาพด้วยสีน้ำอะคริลิก ถ่ายทอดเรื่องราวโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของพระองค์ท่าน ลงบนกำแพงปูน ยาวกว่า 240 เมตร บริเวณริมถนนหัวหิน-วัดห้วยมงคล เปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ใหม่ ส่งต่อไปยังเยาวชนรุ่นหลัง ติดตามในจดหมายเหตุสนามหลวง

โครงการ "วาดสีสันโครงการพ่อ" บนถนนหัวหิน-วัดห้วยมงคล หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อถนนโค้งพระจันทร์ หรือ ถนนห้วยคต เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือของเทศบาลเมืองหัวหิน กับเหล่าศิลปินกลุ่มจิตอาสานับร้อยชีวิต รวมตัวกันจัดขึ้นเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ผ่านภาพวาดบนช่องกำแพงสำนักงานชลประทานที่ 14 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งสิ้น 60 บล็อก ระยะทางทั้งสิ้น 240 เมตร

ภาพวาดเหล่านี้ ล้วนถ่ายทอดงานในโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีอยู่กว่า 4,000 โครงการ ตั้งแต่โครงการแรกจนถึงโครงการสุดท้าย แต่กลุ่มศิลปินจะคัดเลือกเหลือเพียง 58 โครงการ ที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดเพชรบุรี รวมถึงโครงการที่จะสามารถถ่ายทอด
ผ่านปลายพู่กันของกลุ่มศิลปินจิตอาสา ออกมาเป็นภาพวาด เผยแพร่สู่สายตาประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่สัญจรไป-มาบนถนนสายดังกล่าว เพื่อศึกษาเรียนรู้และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย

หนึ่งในศิลปินกลุ่มจิตอาสา เปิดใจว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการรังสรรค์ปลายพู่กันวาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และโครงการพระราชดำริโครงการแรกของพระองค์ท่าน เมื่อครั้งเสด็จนิวัติประเทศไทย ได้เสด็จพระราชดำเนินมาที่ถนนแห่งนี้ จึงเป็นต้นกำเนิดของโครงการพระราชดำริอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย

จึงได้แนวคิดที่จะวาดภาพบนกำแพง เพื่อสื่อถึงพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสถานที่สำคัญของอำเภอหัวหิน นั่นคือ วัดห้วยมงคล ในปัจจุบัน เข้ามาประกอบในภาพเพื่อต้องการสื่อให้ผู้ที่มองภาพวาดนี้ รู้ความเป็นมาและเรื่องราวที่เกิดขึ้น

เช่นเดียวกับ ครูน้อย เป็นนักวาดภาพมากว่า 30 ปี ศิษย์เก่าเพาะช่าง เผยว่า รู้สึกเทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 มาตลอดทั้งชีวิต มาครั้งนี้เมื่อมีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งในการรังสรรค์ปลายพู่กันเพื่อพ่อหลวง ดังนั้นการจะลงสีหรือลงน้ำหนักมือแต่ละส่วนต้องแม่นยำ และต้องคำนวณน้ำหนักให้ดี โดยเฉพาะการวาดพระพักตร์พระองค์ท่านให้เสมือนจริงมากที่สุด ครั้งนี้จึงได้เลือกพระบรมฉายาลักษณ์ ขณะพระองค์ฉายพระรูปมาเป็นแบบ ผสมผสานเข้ากับโครงการพระราชดำริ เกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ที่ได้เป็นพระบิดาแห่งการจัดการทรัพยากรน้ำ ให้กับพสกนิกรชาวไทยมาอย่างช้านาน จึงตั้งใจจรดปลายพู่กันวาดอย่างตั้งใจ

การวาดภาพบนพื้นกำแพงปูน เมื่อเทียบกับการวาดบนวัสดุโดยทั่วไป เช่น ผ้า หรือ กระดาษ กำแพงปูนถือว่ามีความยากหลายเท่าตัว ดังนั้นสิ่งจำเป็น คือ สมาธิที่แน่วแน่และความแม่นยำ เพราะไม่เพียงแค่ปัญหาเรื่องผิววัสดุ เรื่องของสภาพอากาศ ทั้งฝนตก แดดออก ก็เป็นอุปสรรคกับงานวาดภาพไม่น้อย จึงต้องใช้เวลานานร่วมเดือน เพื่อให้ภาพวาดโครงการพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 9 สื่อความหมายให้กับผู้พบเห็นเข้าใจได้ลึกซึ้ง ทั้งเรื่องของการลงสี การวาดลวดลาย จึงต้องร่วมกันพิจารณาแต่งเติม แก้ไข ปรับปรุง ให้ภาพนั้นสื่อความหมายที่ตั้งใจไว้

เจตจำนงค์ของกลุ่มจิตอาสา นอกจากจะน้อมรำลึก และแสดงความจงรักภักดี ที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ตราตรึงอยู่ในความทรงใจของพสกนิกรชาวไทยตราบนานเท่านานแล้ว ยังมุ่งหวังให้เป็นแหล่งเรียนรู้สืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านไปยังคนรุ่นหลังสืบไป

กำแพง "วาดสีสันโครงการพ่อ" นอกจากจะเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มศิลปินจิตอาสา ชาวบ้าน นักเรียน นักศึกษา ยังมีหน่วยงานทางจังหวัด และบริษัทห้างร้าน นำอุปกรณ์ทั้งแปรง พู่กัน และสี มาร่วมบริจาคกันอย่างมากมาย วัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้หัวหิน เมืองของพ่อ ได้มีแหล่งที่จะสามารถใช้แสดงออกถึงความจงรักภักดี และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเยาวชนรุ่นหลัง ได้สืบสานพระราชปณิธานโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9

คนที่เข้ามาชื่นชมกำแพงวาดสีสันโครงการพ่อ รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของพระองค์ท่าน ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย ตลอดการครองสิริราชสมบัติ 70 ปี จึงได้น้อมนำคำสอนของพ่อถ่ายทอดมาสอนลูก ๆ ในการประพฤติตนเป็นคนดี และรู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง ให้รู้จักแบ่งปัน เพราะเชื่อว่าหากปลูกฝังลูก ๆ ตั้งแต่เด็ก เติบโตมาต้องเป็นคนดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม

ส่วนชาวหัวหินรายนี้ เปิดใจทั้งน้ำตา รู้สึกซาบซึ้งใจที่ชาตินี้เกิดมาใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ในหลวงรัชกาลที่ 9 แม้เสด็จสวรรคตแล้ว แต่จะตั้งใจพัฒนาเมืองหัวหิน เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นบ้านของพ่ออีกหลัง ให้เป็นสถานที่ที่น่าจดจำของพสกนิกรชาวไทยไปตราบนานเท่านาน

ด้านนายกเทศมนตรี เมืองหัวหิน เตรียมผลักดันพัฒนาถนนสายนี้ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกจุดหนึ่งในอำเภอหัวหิน เพราะภาพวาดบนกำแพงแต่ละภาพ ได้สื่อถึงพระราชปณิธานที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์อย่างแท้จริง

กำแพงแห่งนี้ จึงเป็นเสมือนหนึ่งในอนุสรณ์แห่งความรัก ความผูกพัน และเทิดทูนยิ่งเหนือสิ่งอื่นใด ของชาวอำเภอหัวหิน ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และยังเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระองค์ท่าน รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ผู้มาเยือนหัวหิน จะต้องได้มาสัมผัสด้วยตาและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกสักครั้งหนึ่ง

ชาวหัวหิน ให้คำมั่นสัญญาว่านับจากนี้จะช่วยกันดูแลกำแพงแห่งรักแห่งนี้ ให้มีความงดงาม คงสีสัน และเรื่องราวที่ทรงคุณค่าแห่งการจดจำที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไปตราบนิจนิรันดร์

TAG : เจาะประเด็นสเปเชียลจดหมายเหตุสนามหลวงกำแพงแห่งรักของชาวหัวหินบ้านของพ่อวังไกลกังวลวาดสีสันโครงการพ่อ