จดหมายเหตุสนามหลวง - พลังจิตอาสาเพื่อในหลวง ร.๙

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

นับจากวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านมาจนถึงวันนี้ แม้พสกนิกรชาวไทยทั้งแผ่นดิน จะยังคงโศกเศร้าเสียใจยากที่จะทำใจได้

แต่ท่ามกลางความอาลัยนี้ อีกมุมหนึ่งประชาชนคนไทยจำนวนมากแทบทุกหมู่เหล่า ทุกระดับชั้น กลับเปลี่ยนพลังของความเสียใจ มาเป็นพลังของจิตอาสาทุ่มเทแรงกายแรงใจ เป้าหมายเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นการสานต่อ "ทำความดี-ตามรอยพ่อ" เป็นอย่างไรติดตามในจดหมายเหตุสนามหลวง 

หลังจากที่เชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาประดิษฐาน ณ พระนั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง เพื่อบำเพ็ญพระราชกุศล ประชาชนทั้งประเทศ ต่างหลั่งไหลไปกราบถวายบังคมพระบรมศพผู้คนเนืองแน่นทั่วทั้งบริเวณท้องสนามหลวงและบริเวณรอบ ๆ พระบรมมหาราชวังเพื่อแสดงความอาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

ในอีกมุมหนึ่งก็ได้เกิดภาพแห่งความประทับใจ ของกลุ่มจิตอาสาต่าง ๆ ที่สละเวลามาคอยอำนวยความสะดวก แบ่งปันน้ำใจช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าจะเป็นจิตอาสารถรับจ้างที่นำรถส่วนตัวของตนเองมาให้บริการรับส่งฟรี บ้างก็มาแจกขนม แจกน้ำ บางกลุ่มมาช่วยเก็บขยะและอีกหลากหลายหน้าที่ ทั้งหมดนี้ทำเพื่อพระองค์ท่านพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย

ไม่เพียงเท่านี้ ตลอด 1 ปี เรื่อยมาจนถึงห้วงเวลาใกล้วันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทุกฝ่ายต่างทุ่มเท มุ่งมั่นเต็มที่ในการเป็นส่วนหนึ่งเพื่อถวายงานแด่ในหลวง รัชกาลที่ ๙ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสร้างพระเมรุมาศ การจัดเตรียมสถานที่เพื่อให้งานครั้งนี้ออกมายิ่งใหญ่สมพระเกียรติ

ลุงประยูร คือหนึ่งจิตอาสาที่เดินทางมาจาก จังหวัดพัทลุง เมื่อรู้ข่าวว่ามีประกาศรับสมัครจิตอาสา ก็ไม่ลังเล หยุดรับงานประจำช่างเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังทันที เพื่อมาร่วมวาดฉากบังเพลิงพระบรมศพ

เช่นเดียวกับลุงเฉลิม ครูศิลปะวัยเกษียณ ก็รีบเก็บกระเป๋ามาอาศัยอยู่วัดในกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นช่างไม้บูรณะ "พระราเชนทรยานน้อย" สำหรับใช้ในการอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ซึ่งทั้ง 2 คน บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า สิ่งที่พวกตนทำอยู่นี้น้อยนิดแค่เศษธุลีดิน เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่พ่อหลวงทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์ เสด็จพระราชดำเนินไปทั่วทุกสารทิศ บำบัดทุกข์บำรุงให้ราษฎร การถวายงานครั้งนี้เสมือนเป็นการแสดงความกตัญญุต่อผู้มีพระคุณใหญ่หลวง                                     

พลังของจิตอาสา  พลังของความจงรักภักดี แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในครั้งนี้ ประกอบด้วยผู้คนมากมายทุกสาขาอาชีพทุกระดับชั้น ไม่เว้นแม้แต่ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เข้าร่วมเป็นจิตอาสาเขียนภาพจิตรกรรมฉากบังเพลิง พระเมรุมาศ

นายชวน หลีกภัย เปิดใจ เมื่อได้รับข่าวเศร้า ยากที่จะทำใจยอมรับได้ แต่ก็เก็บความเสียใจไว้ ลุกขึ้นมาเป็นจิตอาสาเพื่อถวายงานแด่ในหลวงรัชกาล 9 โดยเมื่อกลางเดือนเมษายน ได้เริ่มเข้ามาปรับแต่ง ต้นแบบดินเหนียวขาสิงห์ที่สำนักช่างสิบหมู่ แล้วก็ถูกชักชวนให้มาร่วมเขียนสีฉากบังเพลิงพระเมรุมาศ โดยมองว่าเป็นงานที่ถนัดกว่า เพราะเคยมีวิชาความรู้จากเตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากรและเคยรับจ้างเขียนฝาผนังมาก่อนเมื่อสมัยวัยรุ่น ครั้งนี้ได้มาเขียนภาพดอกบัว และร่วมออกแบบลงสี ผ้านุ่งเทวดา นางฟ้า โดยเน้นลายผ้าที่ขึ้นชื่อจากภาคต่าง ๆ ของไทย

อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เล่าถึงความประทับใจ ในฐานะผู้ที่เคยถวายงานใกล้ชิดในหลวงรัชกาลที่ ๙ ว่าพระองค์ทรงเป็นนักปราชญ์ที่เปี่ยมไปด้วยพระอัจฉริยภาพ ทรงมีพระเมตตาต่อตนเองและพสกนิกรชาวไทย ครั้งหนึ่งจำได้ไม่ลืมทรงมีรับสั่งถามถึงอาการป่วยของ"นางถ้วน"ผู้เป็นแม่ ซึ่งอดีตนายกไม่คิดเลยว่าพระองค์จะเอาพระราชหฤทัยใส่ขนาดนี้   

การได้มาร่วมจิตอาสากว่า 3 เดือน แม้จะไม่ได้มาทุกวัน แต่ก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในงานพระราชพิธีสำคัญ และได้รับใช้พระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย 

และในช่วงวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ วันที่ 26 ตุลาคมที่จะถึงนี้ จะเป็นอีกครั้งที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก ถึงพลังจิตอาสาจากทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่ามีมากกว่า 4 ล้านคน จะได้ทำหน้าที่อย่างพร้อมเพรียงกระจายอยู่ทั่วประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศลเป็นครั้งสุดท้าย แต่ก็เชื่อว่าพลังจิตอาสาทุกคน จะยังคงมีหัวใจที่มุ่งมั่น"ทำความดี-ตามรอยพ่อ"ตลอดไป

TAG : เจาะประเด็นสเปเชียลจดหมายเหตุสนามหลวงพลังจิตอาสาเพื่อในหลวง ร๙จิตอาสา