จดหมายเหตุสนามหลวง - วิถีชาวเขา ใต้ร่มพระบารมี

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

พระราชกรณียกิจที่คุ้นตาพสกนิกร คือ การที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในทุกที่ ทุกถิ่น แม้จะยากลำบากทุรกันดาร อีกพื้นที่ซึ่งพระองค์ทรงช่วยชุบชีวิตให้ชาวบ้าน คือ หมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้งดอยปุย ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

จากที่ชาวไทยภูเขาไม่มีถิ่นฐานที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แต่เมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยือน พร้อมพระราชทานอาชีพให้ ก็ช่วยให้ทุกชีวิตมีกินมีใช้ ยังความผาสุกมาสู่ครอบครัว พวกเขาจึงสำนึกเสมอว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงชุบชีวิตให้ เหมือนได้เกิดใหม่

ลุงชงยี แซ่ย่าง ชาวไทยภูเขาเผ่าม้งบนดอยปุย เล่าให้ฟังด้วยความภาคภูมิใจ ถึงวินาทีที่ได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จในหลวง เมื่อครั้งที่ตนยังเป็นหนุ่มว่า วันนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินจากดอยสุเทพ และพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ลัดเลาะไปตามป่าเขา ซึ่งขณะนั้นยังเป็นทางเท้า ไม่มีการก่อสร้างถนนเหมือนในปัจจุบัน

กระทั่งถึงหมู่บ้าน พระองค์ทรงหยุดแวะเยี่ยมเยียนชาวบ้านด้วยความเมตตา ทรงเป็นห่วงความเป็นอยู่ของราษฎร จึงรับสั่งให้ตำรวจตระเวนชายแดนสร้างโรงเรียนขึ้น เพื่อให้ชาวไทยภูเขาได้มีความรู้ ได้เรียนหนังสือเหมือนชาวไทยพื้นราบ โดยใช้ชื่อว่า "โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 1" อาคารเรียนเดิมยังคงใช้อยู่จนถึงทุกวันนี้ เป็นสถานที่เรียนของเด็กเล็กในหมู่บ้าน อีกช่องโอกาสที่ช่วยเติมเต็มพื้นฐานด้านการศึกษา เมื่อเรียนจบขั้นพื้นฐานจากในหมู่บ้าน ลูกหลานชาวไทยภูเขาก็จะไปเรียนต่อในตัวเมือง

ครั้งหลังสุด เมื่อปี 2517 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเยี่ยมชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ก็ยังมีรับสั่งถามเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ และบอกว่าหากชาวไทยภูเขาที่นี่สุขสบายแล้ว ก็จะเสด็จพระราชดำเนินไปช่วยราษฎรที่อื่นต่อไป เพราะหลายพื้นที่ยังคงเดือดร้อน

ในทุกครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมายังพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ชาวไทยภูเขาที่นี่จะเดินทางไปตั้งหน้าตั้งตารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จทุกครั้ง หวังเพียงได้เห็นพระพักตร์ของพระองค์ เพื่อเติมพลังใจให้สู้ชีวิต

ช่วงที่เสด็จพระราชดำเนิน จะเป็นช่วงที่ดอกฝิ่นชูช่อขึ้นเต็มภูเขา จึงทรงมีรับสั่งให้ชาวไทยภูเขาเลิกปลูกฝิ่น โดยได้พระราชทานพันธุ์ไม้ผล เช่น พลับ ท้อ และสตรอว์เบอร์รี ให้นำไปปลูกเลี้ยงชีพ ส่งขายสหกรณ์ชุมชน

ใครไม่ถนัดที่จะทำการเกษตร ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ก็ให้หันมายึดอาชีพค้าขาย ทั้งขายผลไม้ สินค้าพื้นเมือง และของฝาก ให้นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมหมู่บ้าน จนมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าเดิมมาก และไม่มีใครคิดจะย้ายถิ่นฐานไปที่อื่นเหมือนบรรพบุรุษในอดีต

แปลงปลูกฝิ่นในหมู่บ้าน ถูกแทนที่ด้วยแปลงไม้ดอกเมืองหนาวบานสะพรั่งทั่วดอย ให้นักท่องเที่ยวได้มาชมความงามได้ทุกฤดู เพราะอากาศบนดอยปุยหนาวเย็นตลอดทั้งปี

หนึ่งในชาวเขาที่เคยเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เล่าอย่างภาคภูมิใจว่า ตอนอายุได้เพียง 7 ขวบ เดินตามพ่อมารับเสด็จพระองค์ท่านที่โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 1 พอโตขึ้นอายุได้ 14 ปี ก็ได้รับพระราชทานผ้าห่ม ความรู้สึกในวันนั้นยังตราตรึงใจจนถึงทุกวันนี้ ยังจดจำได้ดีถึงพระสุรเสียงที่ทรงมีรับสั่งว่า "ขอให้ทุกคนเป็นเด็กดี"

นอกจากนี้ พระองค์ท่านได้ทรงพระราชทานเหรียญเงินให้ชาวไทยภูเขาติดตัว ไว้ใช้แทนบัตรประชาชน โดยเหรียญด้านหนึ่งเป็นพระบรมรูป มีตัวหนังสือกำกับว่า "ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9" และอีกด้านเป็นรูปแผนที่ประเทศไทย มีตัวเลขประจำเหรียญและตัวย่อจังหวัด พร้อมตัวหนังสือสลักว่า "เหรียญที่ระลึกสำหรับชาวเขา"

ทุกวันนี้ แม้ใกล้ครบ 1 ปี ที่พระองค์เสด็จสวรรคต แต่ก็ยังรู้สึกใจหาย ยังคงระลึกถึง เฝ้ามองพระบรมฉายาลักษณ์ที่สะสมและตั้งบูชาไว้ในบ้านทุกวัน

ที่สำคัญ ได้น้อมนำคำสอนของพระองค์มาสอนลูกหลานให้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ตนเองตั้งใจทำกินส่งลูกเรียนจนจบปริญญาโท และน้องชายก็เป็นนายตำรวจใหญ่ นับว่าทุกคนในบ้านได้น้อมนำพระราชดำรัสมาใช้ในชีวิตประจำวันจนประสบความสำเร็จ

โดยในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตนและชาวเขาเผ่าม้งบ้านดอยปุย และขุนช่างเคี่ยน หลายร้อยคน จะสวมใส่ชุดชาวเขา แล้วเดินเท้าจากหมู่บ้านไปยังศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สถานที่ตั้งพระเมรุมาศจำลองของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อไปร่วมในพระราชพิธี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น หากไม่ได้อยู่ใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ท่าน ก็ยังไม่รู้ว่าพวกตนจะต้องระหกระเหินไปอยู่ที่ใด

ชาวไทยภูเขาบางคนเปิดใจ ชีวิตนี้โชคดี ได้มีโอกาสเดินทางมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท และเดินแบบเฉพาะหน้าพระพักตร์ เมื่อครั้งอายุ 15 ปี เผยวินาทีนั้นว่า ยังคงจดจำภาพที่ทรงโบกพระหัตถ์และแย้มพระสรวลได้ติดตา ไม่รู้ลืม และหลังจากนั้นก็ยังได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอีกหลายครั้ง กระทั่งพระองค์เสด็จสวรรคต ก็ยังได้เดินทางไปกราบถวายบังคมพระบรมศพ ทุกวันนี้ยังคิดถึงพระองค์ตลอดเวลา บางครั้งก็ร่ำไห้ด้วยระลึกถึงพระองค์ท่าน

หลังจากที่พระองค์มีพระราชดำริ ริเริ่มจัดตั้งสหกรณ์ชุมชนขึ้นมา เพื่อเป็นแหล่งรองรับผลผลิตทางการเกษตร และสินค้าหัตถกรรมของชาวไทยภูเขา นายก๊า แซ่ย่าง เล่าว่า เดิมเคยทำงานอยู่โรงงานในตัวเมือง แต่ต่อมาได้ผันตัวเองมายึดอาชีพเย็บกระเป๋าผ้าขายนักท่องเที่ยว ยอมทิ้งงานในเมืองกลับมาอยู่บ้าน ทำตามพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน ที่อยากให้ชาวไทยภูเขาอยู่กับที่ ไม่ย้ายถิ่นฐานไปที่ไหน

ทุกวันนี้รายได้จากการเย็บกระเป๋าผ้าขายให้กับนักท่องเที่ยว และส่งออกไปขายตามตลาดต่าง ๆ ช่วยให้ นายก๊า แซ่ย่าง สามารถส่งลูก ๆ เรียนหนังสือจนจบปริญญาโท ปริญญาตรี ทุกคนต่างนำวิชาความรู้ไปประกอบอาชีพเลี้ยงครอบครัว พออยู่พอกินอย่างพอเพียง

หลังจากพระองค์เสด็จสวรรคต ชาวไทยภูเขาเผ่าม้งได้ร่วมกันจัดนิทรรศการ นำภาพถ่ายในอดีตที่พระองค์ท่านเคยเสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมชาวไทยภูเขา จัดแสดงไว้ให้นักท่องเที่ยวได้รับชม เพราะถือได้ว่า หมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง เป็นหมู่บ้านของในหลวงรัชกาลที่ 9 เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทรงทุ่มเทพระวรกาย ริเริ่มหลายโครงการที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวไทยภูเขาให้ดีขึ้น พระองค์ท่านเคยเสด็จพระราชดำเนินมาที่หมู่บ้านชาวเขาถึง 14 ครั้ง แม้หนทางจะทุรกันดารยากลำบากก็ตาม ส่งผลให้หมู่บ้านได้รับเลือกให้เป็น 1 ในพื้นที่ 80 แห่ง สร้างอนุสรณ์สถานที่ระลึกแห่งการเสด็จพระราชดำเนิน

ชาวไทยภูเขาเผ่าม้งจึงได้หารือกันว่า เมื่ออดีต ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทุ่มเทพระวรกาย ไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก เสด็จพระราชดำเนินข้ามน้ำ ผ่านลำห้วย ลัดเลาะป่าเขา มาทรงเยี่ยมชาวไทยภูเขาเผ่าม้งมาตลอด ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในวาระที่พระองค์ท่านเสด็จสู่สรรคาลัย พวกเขาก็จะเดินเท้าระยะทางราว 19 กิโลเมตร ไปร่วมแสดงความอาลัย

พวกเขายังบอกอีกว่า การที่ชาวไทยภูเขาหลายหมู่บ้าน พากันเดินเท้าเพื่อจะไปร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ถือเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะทำถวายพระองค์ท่านได้ ชาวไทยภูเขาจะน้อมนำแนวพระราชดำริการใช้ชีวิตพอเพียง มาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ตามรอยพระบาทในหลวงรัชกาลที่ 9

TAG : เจาะประเด็นสเปเชียลจดหมายเหตุสนามหลวงวิถีชาวเขาใต้ร่มพระบารมีวิถีชาวเขาใต้ร่มพระบารมีชาวไทยภูเขาเผ่าม้งดอยปุยเชียงใหม่