ผู้ต้องหาร่วมวางแผนปล้นเงินนักธุรกิจค้าเพชร-ทองคำ เข้ามอบตัวอีก 1 คน แต่ยังปฏิเสธ

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

เช้านี้ที่หมอชิต - ความคืบหน้าคดีปล้นเงินจำนวน 196 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 60 ล้านบาท ซึ่งตำรวจจับกุมตัวไปแล้ว 6 คน ผู้ต้องหาอีกคนที่เป็นผู้ร่วมวางแผนได้เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว แต่ยังปฏิเสธ

คืนวันที่ 2 ตุลาคม เกิดเหตุคนร้ายเป็นชาย 5-7 คนใช้ปืนปล้นเงินสกุลเยนจำนวน 196 ล้านเยน หรือ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 60 ล้านบาท จากชาย 2 คนที่รับจ้างจากนักธุรกิจค้าเพชรและทองคำ ให้ขับรถขนเงินจำนวนนี้ จากสนามบินสุวรรณภูมิ มาส่งให้เขาที่คอนโดมิเนียม ในซอยรัชดาภิเษก โดยขับรถมาจอดที่บริเวณลานจอดรถชั้น 5 ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ แต่เพียงไม่นาน ตำรวจก็รู้ตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมด พบว่าเป็นคนใกล้ชิดกับผู้เสียหาย โดยสามารถจับกุมตัวผู้วางแผนและผู้ร่วมขบวนการได้ 6 คน

นายนัฐพงศ์ ธัญญะตุ่น หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ พร้อมทนายความ เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจนครบาลพหลโยธิน หลังตำรวจมีหลักฐานเชื่อมโยงว่าเขาวางแผนร่วมกับ นายนัฐพงศ์ ซึ่งเป็นคู่เขยในการปล้นครั้งนี้ โดยจากการสอบสวน เขายังคงปฏิเสธ

ย้อนกลับไปวันเกิดเหตุ ตำรวจพบหลักฐานสำคัญ ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด ที่จับพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัย เมื่อช่วง 21.30 น. ขณะชายสวมเสื้อสีขาว เดินมาจากลานจอดรถชั้น 5 ก่อนเปิดประตูมายืนรอบริเวณหน้าลิฟท์ และภาพอีกมุมหน้าคอนโดมิเนียม ในอีก 2 ชั่วโมงต่อมา มีรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด สีส้ม และรถบีเอ็มดับเบิลยูสีขาว ซึ่งเป็นรถที่ลูกจ้างของนักธุรกิจกำลังขับขึ้นลานจอดรถ เพื่อนำเงินมาส่ง ก่อนที่รถทั้งสองคันจะถูกคนร้ายชิงไปและนำมาจอดทิ้งไว้ บริเวณถนนเทียมร่วมมิตร

หลักฐานทั้งหมดเป็นเบาะแสสาวไปถึงตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นลูกจ้างที่รับขนเงินและเป็นคนใกล้ชิดผู้เสียหาย จนถึงวันนี้ตำรวจพบมีผู้ร่วมขบวนการแล้ว 10 คน และสามารถจับกุมได้แล้ว 6 คน คือ นายณรงค์ชัย สวัสดิผล, นายชวลิต เจริญผล, นายสุรศักดิ์ ศรีฑะวงศ์, นายพงษ์ศักดิ์ ปิตศิริพันธ์, นายกฤษดา อัตถาเวช และ นายศรายุทธ ฤทธิชัยนุวัฒน์

ผู้ต้องหารับสารภาพ เปิดห้องพักที่คอนโดมิเนียมดังกล่าวเพื่อเตรียมการมานาน 1 เดือน โดยกระจายกันหลบซ่อนตัวบนลานจอดรถชั้น 5 ดักรอจนลูกจ้างขับรถขนเงินมาส่ง จึงใช้ปืนข่มขู่ ใช้เทปกาวปิดปาก นำเชือกมัดมือมัดเท้า เอากระสอบป่านคลุมศีรษะ แล้วใช้ไม้ตี ก่อนชิงเงินทั้งหมดขึ้นรถกระบะที่อีกฝ่ายขับมาหลบหนีไป

กรณีที่ผู้เสียหายขนเงินข้ามประเทศมาเป็นจำนวนมาก ตำรวจพบว่าทำลักษณะนี้มาแล้วประมาณ 5 ปี โดยถูกต้องตามกฎหมาย แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีความผิดปกติหรือไม่

ผู้ต้องหาอีก 3 คนที่เพิ่งถูกออกหมายจับ คือ นายเมธวิน เลิศพิทยากุล, นายภากร ธรรมราษฎร์ และ นายอนุชา พินิจผล ตำรวจพบเบาะแสทั้งหมดแล้ว อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาสอบสวนดำเนินคดี

TAG : ปล้นเงินปล้นเงินนักธุรกิจปล้นนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นปล้นเงิน 196 ล้านเยนคดีปล้นเงิน