[friday ESPRESSO] บุรีรัมย์ เมืองทอง หมดยุควลี! งูเหลือมเชือกกล้วย

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม


บุรีรัมย์ เมืองทอง หมดยุควลี! งูเหลือมเชือกกล้วย

คอลัมน์ friday  ESPRESSO (พฤ 12/10/60)


เรียกว่าเจอกันเมื่อไหร่ใส่กันมันส์เมื่อนั้นสำหรับการโคจรมาพบกันของสองยอดทีมแดนสยามทศวรรษนี้ ระหว่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ล่าสุดก็เป็นเกมฟุตบอลโตโยต้าลีกคัพ 2017 รอบ 8 ทีม สุดท้าย ที่เชื่อว่าคงจะมีหลายๆคนบ่นแน่ๆ ว่าทั้งสองทีมเจอกันเร็วเกินไปน่าจะไปเจอกันรอบชิงโน่น

โดยส่วนตัวผมก็คิดแบบนี้ แต่อย่างที่เกริ่นไว้ว่าสองทีมเจอกันเมื่อไหร่การันตีความมันส์ได้แทบทุกครั้ง และนัดนี้ก็เป็นอีกนัดที่ผมได้นั่งชมเกมตลอดการแข่งขัน ยอมรับว่าเป็นเกมที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพอย่างแท้จริง

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแท็กติก วิธีการเล่น หรือเรื่องตัวผู้เล่นที่ต่างฝ่ายต่างจัดเต็มขนมาใส่กัน ทั้งสตาร์นักเตะไทย และต่างชาติ แค่เอ่ยชื่อดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต , แจ็คสัน โคเอลโญ่ สองแนวรุกมหาโหดของบุรีรัมย์ หรือจะเป็นฝั่งเมืองทอง ก็ไม่น้อยหน้าเพราะที่ส่งลงมาก็โหดไม่ใช่เล่น ชื่อของ เลอันโดร อัสซัมเซา และ เฮอร์แบตี้ อดีตดาวซัลโวราชบุรี ก็เรียกเสียงฮือฮาให้แฟนบอลทั้งสองทีม หรือแฟนบอลไทย ส่องสปอตไลท์จับจ้องได้ไม่ยาก

ไม่เพียงเท่านั้นการคัมแบ็กคืนถิ่นเก่าของนักเตะบุรีรัมย์ หลายๆคนทั้ง ชัปปุยส์ , อดิศักดิ์ ไกรษร และ ธีราทร บุญมาทัน ก็ยังสร้างความสนใจให้เกมนี้เพิ่มขึ้นทบทวี ส่วนรูปเกมการเล่นนั้นการเจอกันของทั้งสองทีม ไม่ใช่เหมือนงูกับเชือกกล้วยเช่นในอดีตอีกแล้วที่บุรีรัมย์ จะผูกปีชนะแทบตลอดในการเจอกัน เพราะปฎิเสธไม่ได้ว่าในช่วงสองสามปีหลัง เมืองทอง พัฒนาขึ้นมามากส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเรื่องการเสริมทัพตัวผู้เล่น ที่ขยับปรับแต่งอย่างต่อเนื่อง

การดูดเอาซูเปอร์สตาร์ระดับดาวดังรวมถึงทีมชาติไทย หลายๆคนมาเล่นก็คือจุดแข็งที่เมืองทอง ทำได้ดี สวนทางกับ บุรีรัมย์ ที่ต้องยอมรับว่าในความจริงแม้จะยืนระยะในลีกได้ดี แต่ในเกมนี้เห็นได้ชัดเลยว่าเรื่องคุณภาพของผู้เล่นในจังหวะชี้เป็นชี้ขาด สำคัญๆมากๆ เพราะจะว่าไปนัดนี้ บุรีรัมย์ บุกหนักใส่ได้แบบต่อเนื่องมีโอกาสลุ้นพังประตูมากมาย แต่อย่างที่บอกไปก็คือในเรื่องเด็ดขาด

รวมถึงเกมรับแผงหลังยันผู้รักษาประตู เมืองทอง โดยรวมทำได้ดีกว่ามากๆ โดยเฉพาะฟอร์มเซฟประตูในหลายๆจังหวะของ กวินทร์ บินได้ นั้นผมขอยกนิ้วให้เลยว่าสมราคามือ 1 โกล์ทีมชาติยุคไทยแลนด์ 4.0 อย่างปฎิเสธไม่ได้ รวมถึงแท็กติกการเล่นของเมืองทอง ในยุคของ โค้ชแบน ธชตวัน ศรีปาน นั้นต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เพราะเกมนี้แม้จะเน้นรับลึกสุดๆ แต่ก็มีจังหวะสลับโต้กลับที่อันตราย

ซึ่งก็ได้ผลเพราะหนึ่งจากสองประตูที่เมืองทองได้ ก็มาจากจังหวะสวนกลับเร็วจากลูกชิพเหนือๆของ ธีราทร เด็กเก่าของเจ้าถิ่นก่อนที่หลังยิงเข้าจะมีจังหวะดีใจให้พูดถึงกันพอหอมปาก หอมคอ แต่ก็ยังดีที่ไม่มีดราม่ากันหนัก ซึ่งก็เป็นเรื่องดีในแง่ของการมองให้เป็นสีสันบอลไทยดีกว่า ครับ เกมจบก็คือเพื่อนกัน

เพราะอย่าลืมว่า บุรีรัมย์ เมืองทอง ยังมีโอกาสเจอกันอีกในบอลถ้วยช้างเอฟเอคัพ 2017 ซึ่งหลังผลจับสลากออกมาทั้งสองทีมไม่ได้เจอกันนั่นหมายความว่าในรอบต่อไปในรอบตัดเชือก หรือรอบชิง แฟนบอลไทยก็ยังมีโอกาสได้เห็นเกมยักษ์ชนยักษ์กันอีกครั้ง

ส่วนเรื่องผลการแข่งขันจะออกมาแบบไหนยังเป็นเรื่องไกลที่จะคาดคะเน แต่มั่นใจเหลือเกินว่าวลี งูเหลือมเชือกกล้วย คงใช้ไม่ได้อีกแล้วจากนี้ในยุคที่สองบิ๊กทีมนี้เจอกัน.

ยอดี้

BUGABOO SPORTS 

เครดิตภาพเพจ Muangthong United FC.

TAG : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด