จดหมายเหตุสนามหลวง - ศิลปะรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

พระอัจฉริยภาพด้านศิลปะของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นที่ประจักษ์ชัด ทั้งด้านศิลปกรรม จิตรกรรม และประติมากรรม เป็นแบบอย่างให้คณะอาจารย์ นักศึกษา ในแวดวงช่างศิลป์ไทยเจริญรอยตาม

หลังจากพระองค์เสด็จสวรรคต สถาบันการศึกษาต่างๆ ได้ร่วมแสดงความจงรักภักดี น้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านด้วยการสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะ แทนความอาลัยรักที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 พระผู้สถิตในดวงใจคนไทยทุกคน

วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ โรงเรียนพระราชทาน ที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 100 ปี กับภาพความทรงจำที่ชาวเพาะช่างจดจำมิรู้ลืม คือ วันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดนิทรรศการภาพถ่ายทั่วประเทศ ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2508 เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น สร้างขวัญกำลังใจให้กับคณาจารย์และศิษย์เพาะช่างมาจนทุกวันนี้

และด้วยจิตสำนึกแห่งความจงรักภักดี เมื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต วิทยาลัยเพาะช่างจึงได้ร่วมแรงร่วมใจ รังสรรค์กำแพงแห่งศิลปะ ความยาวกว่า 5 เมตร เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "ฝากข้อความถึงพ่อ" ของสาขาประติมากรรม

ชิ้นงานศิลปะและข้อความระลึกถึงพระองค์ท่าน ถูกถ่ายทอดบนบล็อกไม้นับพันชิ้น จัดเรียงบนกำแพงด้วยงานศิลปะหลากแขนง ทั้งงานศิลปกรรม จิตรกรรม และประติมากรรม

อาจารย์วิทยาลัยเพาะช่าง เปิดใจ เดิมทีต้องการเพียงให้นักศึกษาจัดทำผลงานศิลปะ เป็นสื่อแทนการน้อมรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่มาคิดว่าคนไทยอีกหลายคนก็คงอยากจะน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านด้วย แต่อาจจะไม่มีพื้นที่แสดงออก วิทยาลัยเพาะช่างจึงเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมแสดงผลงานในครั้งนี้ด้วย

นางสาวศิริลักษณ์ ศรีสงคราม นักศึกษาชั้นปีที่ 2 หนึ่งในนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม เผยว่า ใช้เวลาทำผลงานนี้ร่วม 3 เดือน ตนรู้สึกซาบซึ้งที่ได้ร่วมแสดงผลงานศิลปะ เพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ส่วนตัวแล้วยังน้อมนำแนวพระราชดำริในการทำความดี โดยไม่หวังผลตอบแทน มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต ตนได้เป็นจิตอาสาสอนศิลปะให้กับประชาชนทั่วไปมาโดยตลอด สัมผัสได้ถึงความรู้สึกจงรักภักดีที่อยู่ในหัวใจของคนไทยทุกคน

ศิลปะ ไม่ใช่แค่การสร้างสรรค์ผลงานออกมาให้ชมความสวยงามด้วยสีสันและรูปร่างเท่านั้น แต่ต้องสื่อสารให้เห็นถึงคุณค่าทางจิตใจ นั่นก็คือ ความจงรักภักดีที่พสกนิกรชาวไทยทุกคนมีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่ได้ร่วมใจกันนำหลักวิชาความรู้ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมา สร้างสรรค์ผลงานศิลป์ ซึ่งสะท้อนถึงความรู้สึกที่พสกนิกรชาวไทยมีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9

แผ่นวงกลมสีขาวขนาดใหญ่ที่ติดอยู่เหนืออาคาร ภายในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คือ "ประติมากรรมแสงเงาพระพักตร์ ในหลวง ร.๙" ที่เหล่าคณาจารย์และนักศึกษาร่วมกันออกแบบขึ้น เพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ความพิเศษของผลงานชิ้นนี้ คือ ผู้ชมจะได้เห็นพระพักตร์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ชัดเจนสวยงามที่สุด ในช่วงเวลาที่กำหนด ตามหลักการเรื่องแสงและเงา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิชาเรียนในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และยังได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญการคำนวณปฏิทินหลวง สำนักพระราชวัง รวมทั้งใช้กลไกจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มาช่วยปรับให้ผลงานชิ้นนี้มีความสมบูรณ์แบบมากขึ้น

นักศึกษาที่มีร่วมสร้างผลงานชิ้นนี้ เผยว่า ถึงแม้ระหว่างการทำงานจะเจอปัญหาอุปสรรค แต่ก็ไม่คิดท้อถอย พยายามมุมานะทำจนสำเร็จ รู้สึกปลื้มปีติทุกครั้งที่มองเห็นผลงานชิ้นนี้ เพราะทำให้ระลึกถึงพระองค์ท่าน ที่ทรงเหน็ดเหนื่อยพระวรกาย ทรงงานหนักเพื่อคนไทยทุกคน

นอกจากวิทยาลัยเพาะช่าง และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่แล้ว คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็ได้รังสรรค์ผลงานเพื่อแสดงความอาลัยต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยเช่นกัน โดยกลุ่มนักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก นับร้อยชีวิต ได้ร่วมกันสร้างผลงานจรดปลายพู่กันวาดภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ สะท้อนความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะอัครศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ กษัตริย์ศิลปินในดวงใจ ที่ทรงทุ่มเทพระวรกายมุ่งแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนชาวไทย

กลุ่มคณาจารย์ และนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำแนวคิดเรื่องจารีตประเพณีภาคอีสาน "งานบุญผะเหวด" มาใช้เป็นตัวแทนสื่อถึงความจงรักภักดีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 จากเนื้อหาเรื่องราวของชาดก ตอน "มหาเวสสันดรชาดก" ที่เปรียบเสมือนผู้ให้อันยิ่งใหญ่ เฉกเช่นการน้อมนำพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาวาดภาพลงบน "ผ้าผะเหวด" ที่มีความยาว 189 เมตร ภายใต้ชื่อ "บิดาแห่งการให้ เทิดไท้ลงในผ้าผะเหวด" เนื่องจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นพระมหากษัตริย์ผู้บำเพ็ญทานบารมี พระราชทานความสุขให้กับพสกนิกรของพระองค์ เปรียบเสมือนพระเวสสันดร ผู้ซึ่งบำเพ็ญเพียรด้วยการบริจาคทานบารมี นอกจากได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณถึงพระองค์ท่านแล้ว ยังเป็นการสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของชาวอีสานด้วย

ล่าสุด นักศึกษาคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม ได้ร่วมวาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ลงบนวัสดุที่มีความคงทนแข็งแรง ในหัวข้อ "อัครศิลปิน" ประดับบริเวณกำแพงมหาวิทยาลัยศิลปากร ท่าพระ ฝั่งตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง

อาจารย์และนักศึกษาที่ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ เผยว่า ตั้งใจที่จะนำวิชาความรู้ด้านศิลปะ มาถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพด้านต่าง ๆ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 สู่สายตาประชาชน เพื่อให้ทุกคนได้ร่วมชื่นชมในพระอัจฉริยภาพ บันทึกเป็นความทรงจำไว้ตราบนานเท่านาน

นางสาวศิรินทร์ บุญโสธรสถิตย์ อายุ 65 ปี เผยว่า ตนอาศัยอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม พอทราบข่าวว่านักศึกษาร่วมกันวาดภาพให้ในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ตั้งใจเข้ามาชม และเมื่อได้เห็นก็รู้สึกปลื้มปีติที่ทุกคนร่วมใจกันทำเพื่อพระองค์ท่าน รู้สึกว่าตนโชคดีที่เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทย ใต้ร่มพระบารมี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เป็นอีกการรวมพลังความจงรักภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ของเหล่าศิลปิน คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา รวมถึงประชาชน ที่ได้ใช้ความรู้ความสามารถด้านศิลปะแขนงต่าง ๆ สร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่า แสดงความอาลัยต่อพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่จะสถิตในดวงใจของพสกนิกรไทยตลอดกาล

TAG : เจาะประเด็นสเปเชียลจดหมายเหตุสนามหลวงศิลปะรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ ๙อัครศิลปินพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์วิทยาลัยเพาะช่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มหาวิทยาลัยขอนแก่นมหาวิทยาลัยศิลปากรศิลปะ