ยังวิกฤต! น้ำท่วมใต้ยังน่าห่วง หลังน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้ระบายได้ช้า

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

ข่าว 7 สี - น้ำท่วมหลายจังหวัดภาคใต้ พื้นที่ปลายน้ำยังน่าห่วง ถึงแม้ว่าฝนจะหยุดตกในหลายพื้นที่แล้ว แต่การระบายน้ำทำได้ค่อนข้างล่าช้า เพราะยังมีน้ำทะเลหนุน

น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา พื้นที่ปลายน้ำยังถูกน้ำท่วมเฉลี่ยประมาณ 1 เมตร เนื่องจากมวลน้ำจากลุ่มน้ำสาขาในพื้นที่จังหวัดสงขลา ได้หลากมารวมกัน ก่อนจะระบายออกสู่ทะเล ประกอบกับน้ำทะเลหนุน โรงเรียนได้รับผลกระทบแล้วกว่า 80 โรงเรียน ในจำนวนนี้ ได้หยุดการเรียนการสอน 62 แห่ง น้ำท่วมในพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาในครั้งนี้ ถือว่าหนักสุดในรอบ 12 ปี นับตั้งแต่เหตุน้ำท่วมใหญ่ เมื่อปี 2548

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำตรัง ยังคงวิกฤติโดยเฉพาะพื้นที่ 11 ตำบล ของอำเภอเมืองตรัง และอำเภอกันตัง ซึ่งเป็นจุดรับน้ำก่อนระบายลงสู่ทะเล เป็นผลจากพนังกั้นน้ำชั่วคราวแตกเสียหาย ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหนัก ต้องใช้เรือในการเข้า-ออกหมู่บ้าน บางส่วนต้องอพยพไปอาศัยตามเต็นท์ชั่วคราว ส่วนที่ไม่ออกจากบ้านเพราะห่วงทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่ได้นำเสบียงอาหารไปส่งให้ คาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาเพิ่ม และไม่มีน้ำทะเลหนุน ราว 1 สัปดาห์น่าจะคลี่คลายได้

ในพื้นที่หลายอำเภอ ของจังหวัดพัทลุง วันนี้ไม่มีฝนตก ทำให้น้ำท่วมในพื้นที่ 3 ตำบล ของอำเภอกงหรา และอีก 1 ตำบลของอำเภอควนขนุน รวมทั้งย่านธุรกิจเทศบาลตำบลควนขนุน ระดับน้ำลดลงต่อเนื่องจนเกือบกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ส่วนพื้นที่ตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง ระดับน้ำลดลงต่อเนื่องเฉลี่ยสูง 80 เซนติเมตร ขณะที่พื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา อาทิ อำเภอปากพะยูน และบางแก้ว ระดับน้ำยังทรงตัว เนื่องจากระบายน้ำลงสู่ทะเลได้ล่าช้า เพราะน้ำทะเลหนุน แต่ก็มีแนวโน้มที่จะลดลง เนื่องจากฝนทิ้งช่วง หลายหน่วยงานเร่งช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว

น้ำท่วมย่านเศรษฐกิจ ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี เริ่มคลี่คลายแล้ว ตามชุมชน ถนนสายต่าง ๆ รวมถึงร้านค้าหลายจุด ระดับน้ำเริ่มลดลงกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร กลับมาเปิดร้านแล้ว ส่วนพื้นที่ 2 ตำบลในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ยังคงมีน้ำท่วมขัง เพราะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำปัตตานี คาดว่า 2 วันนี้ หากไม่มีฝนตกซ้ำอีกจะกลับเข้าสู่ปกติ

น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังทรงตัว เพราะยังมีฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง 7 อำเภอ ยังคงมีน้ำท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้าน เนื่องจากการระบายน้ำลงสู่ทะเลล่าช้าจากภาวะน้ำทะเลหนุน ต้องนำวัวไปไว้ริมถนน และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มหาซื้อฟางไปเลี้ยงวัว

ส่วนน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เริ่มคลี่คลายแล้วหลังฝนหยุดตก ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลัก 3 สาย คือ สุไหงโก-ลก, บางนรา และ สายบุรี มีปริมาณน้ำเอ่อท้นตลิ่ง ได้ลดระดับลงต่อเนื่องเหลือเพียง 3 ชุมชน คือ ชุมชนหัวสะพาน ชุมชนท่าเจ๊ะกาเซ็ง และชุมชนท่าโรงเลื่อย อำเภอสุไหงโก-ลก คาดว่าพรุ่งนี้น้ำท่วมขังจะกลับคืนสู่สภาวะปกติ

TAG : สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้สถานการณ์น้ำท่วมน้ำท่วมน้ำท่วมภาคใต้น้ำท่วม60น้ำท่วมสงขลา