DSI เรียก พล.ต.อ.สมยศ แจงปมยืมเงิน เสี่ยกำพล 300 ล้านบาท 15 ก.พ.นี้

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

ข่าว 7 สี - กรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่งหนังสือเรียกอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แจงปมขอยืมเงิน 300 ล้านบาท จากเจ้าของธุรกิจอาบอบนวดแล้ว

พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์ ในสถานบริการวิคตอเรียซีเคร็ท อาบอบนวด ที่มี นายกำพล วิระเทพสุภรณ์ และพวก ตกเป็นผู้ต้องหา มีหนังสือเรียก พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าชี้แจงกรณีการขอยืมเงินจาก นายกำพล จำนวน 300 ล้านบาท ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นี้

การเรียกเข้าชี้แจงดังกล่าว ดีเอสไอ ต้องการสอบถามว่าการขอยืมเงินจำนวนดังกล่าวมีที่มาที่ไปอย่างไร และเงินที่ขอยืมเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจอาบอบนวดหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ พนักงานสอบสวนได้ส่งหนังสือแจ้งไปยัง พลตำรวจเอกสมยศ แล้ว แต่ยังไม่มีคำตอบกลับมาว่าจะมาพบตามวันเวลาที่ระบุไว้หรือไม่

ส่วนการติดตามตัว นายกำพล และ นางนิภา วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของวิคตอเรียซีเคร็ท อาบอบนวด ล่าสุด พบข้อมูลว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้หลบหนีเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยออกทางชายแดนจังหวัดสระแก้ว ขณะนี้ อยู่ระหว่างประสานประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อช่วยติดตามตรวจสอบแล้ว

ส่วนที่ศาลอาญา นายเกิดใหม่ รวยจริงนะ หรือ "ป๋าเกิด" จำเลยในคดีสมคบกันกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ และเป็นธุระจัดหาเพื่อการค้าประเวณีหญิงสาวอายุไม่เกิน 18 ปี ได้นัดเจรจาไกล่เกลี่ยกับหญิงสาวผู้เสียหาย 1 คน จากทั้งหมด 3 คน ซึ่งคู่ความสามารถตกลงกันได้ แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดการไกล่เกลี่ย ส่วนหญิงผู้เสียหายอีก 2 คน จะนัดมาไกล่เกลี่ยอีกครั้งวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ อย่างไรก็ตาม ป๋าเกิด ได้ยืนยันอีกครั้งว่าไม่เคยข่มขืนหญิงสาวในสังกัด และรู้สึกท้อแท้กับเรื่องที่เกิดขึ้น

ล่าสุด มีการยื่นหลักฐานขอ ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและดำเนินการเรื่องนี้แล้ว โดย นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ สมาชิก สนช. ว่าจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน และร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ เนื่องจากไม่แจ้งรายการกู้ยืมเงินจำนวน 300 ล้านบาท จาก นายกำพล วิระเทพสุภรณ์ หรือ เสี่ยกำพล เจ้าของสถานบริการวิคตอเรียซีเคร็ท ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง สนช. ในปี 2557 ตามที่ พลตำรวจเอกสมยศ กล่าวอ้าง

นอกจากนี้ ยังขอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช. อื่นอีกหรือไม่ รวมทั้งกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรณี พลตำรวจเอกสมยศ ให้สัมภาษณ์ว่ารับราชการตำรวจเป็นไซด์ไลน์ เพราะเห็นว่าเป็นการใช้เวลาราชการเพื่อประโยชน์หรือธุรกิจส่วนตน เข้าข่ายผิดจริยธรรม และผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วย

ทั้งนี้ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ จากพรรคเพื่อไทย ก็เตรียมยื่นขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีหนี้สินของ พลตำรวจเอกสมยศ จากกรณีเดียวกันนี้ว่าแจ้งบัญชีโดยถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ และมีการได้รับประโยชน์อื่นใดเข้าข่ายความผิดตามความในกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 103 หรือไม่

TAG : กรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอสมยศยืมเงินเสี่ยกำพลยืมเงิน 300 ล้านยืมเงินเสี่ยกำพลพลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วงวิคตอเรียซีเคร็ทพลตำรวจเอกสมยศ ยืมเงิน 300 ล้านพลตำรวจเอกสมยศ อาบอบนวดเสี่ยกำพล