เจาะประเด็นเด็ด : จริงหรือ? ดรามาพระ-เณร ถูกตัดน้ำตัดไฟ จ.เลย

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

เกิดกระแสร้อนระอุในโลกโซเชียล หลังมีผู้โพสต์ภาพพระและสามเณรของวัดแห่งหนึ่งที่ จ.เลย แล้วตั้งคำถามว่า "โยมทำอย่างนี้กับพระ-เณรได้อย่างไร" อ้างว่าพระและสามเณรที่นี่ต้องใช้ชีวิตลำบาก เพราะถูกโยมตัดน้ำ ตัดไฟ และนำแผงเหล็กมาปิดกั้นเส้นทางเข้าออก สังคมตั้งคำถาม เมืองพุทธอย่างเราจะเกิดเหตุเช่นนี้จริงหรือ ทีมข่าวเจาะประเด็นเด็ด บุกลงพื้นที่พิสูจน์ความจริง

ทีมข่าวได้บุกไปที่วัดตรีสวัสดิ์วนาราม อยู่ที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย พระอาจารย์ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาส เล่าให้ฟังว่า ตอนเริ่มสร้างวัดนี้ใหม่ ๆ เมื่อปี พ.ศ.2556 ตอนนั้นยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย แต่หลวงพ่อเข้ามาจำพรรษาที่นี่ และได้เป็นเจ้าอาวาสมาจนปัจจุบันนี้ ทั้งวัดมีพระสงฆ์ 1 รูป เณร 28 รูป โดยมี โยมสุกัญญา เป็นผู้บริจาคที่ดินสร้างวัด 20 ไร่ จนปลายปี พ.ศ.2558 วัดจึงได้รับ "วิสุงคามสีมา" ยกสถานะเป็นวัดอย่างสมบูรณ์

จู่ ๆ ช่วงออกพรรษาที่ผ่านมา โยมอุปัฏฐากท่านนี้ก็ได้ตัดน้ำ-ตัดไฟ โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ทั้งพระ-เณรเกือบ 30 รูป ต้องบำเพ็ญเพียรศึกษาพระธรรมอย่างยากลำบาก โดยเฉพาะเณรที่ต้องอ่านหนังสือและสวดมนต์ด้วยการจุดเทียนไข ส่วนน้ำอาบก็ไม่มี พระอาจารย์ต้องไปหาเครื่องปั่นไฟมาสูบน้ำให้เณรได้มีน้ำกินน้ำใช้

ลำบากเรื่องน้ำ-ไฟ ยังไม่พอ ยังมีการนำแผงเหล็กมาปิดถนนบนสะพานที่เชื่อมต่อไปยังโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ที่อยู่ห่างวัดราว 600 เมตร ทำให้เณรเดินทางไปเรียนไม่สะดวก รถเข้าออกในวัดไม่ได้ อีกทั้งก่อนหน้านี้ทุกเช้าจะมีคนนำอาหารมาให้เณรฉัน แต่ช่วง 5 เดือนมานี้ โยมอุปัฏฐากสั่งห้ามทุกคนไม่ให้นำอาหารมาส่งให้พระและเณรที่อยู่ในวัด พระและเณรจึงต้องฉันอาหารบิณฑบาตประทังชีวิต และยังมีการพูดไว้ว่า ถ้าใครนำอาหารมาให้ ขอให้เป็นมะเร็ง ตรงนี้ทำให้พระและเณรเกิดความไม่สบายใจ

ทีมข่าวได้สอบถามข้อเท็จจริงอีกด้านจากสามเณร ก็บอกว่าต้องใช้เส้นทางนี้เดินไปเรียนที่โรงเรียนสาธิต มมร. ทุกวัน ก่อนหน้าที่จะปิดถนน วันไหนฝนตกก็จะมีรถเข้ามารับ แต่ตอนนี้รถเข้าออกไม่ได้ ถ้าฝนตกก็ต้องยอมรับสภาพ เพราะหากใช้อีกเส้นทางก็จะไกลขึ้นอีก 10 กิโลเมตร แต่ก็ไม่ได้ลำบากมากนัก เพราะใช้ชีวิตแบบนี้เป็นประจำ แต่สิ่งที่รู้สึกแย่ก็คือ การปิดกั้นถนน ซึ่งเหมือนกับเป็นการตัดขาดแบ่งแยกเณรออกจากโรงเรียน ถ้าเป็นไปได้ อยากให้รื้อเหล็กออกไป

เจ้าอาวาส บอกว่า ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมโยมถึงทำเช่นนี้ แต่ที่ผ่านมา โยมจะเข้ามาบริหารจัดการเงินภายในวัดทั้งหมด เคยจัดกฐินมาแล้ว 5 ครั้ง ได้เงินราว 1 ล้านกว่าบาท โยมท่านนี้ก็ไม่ได้ชี้แจงว่านำเงินไปทำอะไรบ้าง ไม่มีหลักฐานเอกสารให้เห็น ปีที่แล้วทางโรงเรียนสาธิต มมร. ได้จัดกฐินขึ้น ได้เงินมาราว 500,000 บาท โยมท่านนี้ก็นำปัจจัยไปทั้งหมดเช่นเคย ส่วนเงินอุดหนุนรายเดือนจากโรงเรียนพระปริยัติธรรม จำนวน 70,000 บาท ก็เข้าบัญชีส่วนตัวของโยมรายนี้ นำไปบริหารจัดการเองทั้งหมด อย่างไรก็ดี โยมอุปัฏฐาก ถือเป็นผู้มีพระคุณ

ด้านเจ้าอาวาสเองก็บอกว่า ไม่ติดใจเรื่องจำนวนเงินทั้งหมด เพราะไม่อยากให้มองเป็นเรื่องของผลประโยชน์ แต่อยากให้โยมอุปัฏฐากทำในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อสามเณรก็พอ

เพื่อเป็นการให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทีมข่าวจึงเดินทางไปที่บ้านของโยมอุปัฏฐากวัดแห่งนี้ ทุกคนเรียกกันว่า คุณยาย โดยคุณยายบอกว่าไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูล จึงส่งคนสนิทมาชี้แจงในทุกประเด็น

คนสนิทของโยมอุปัฏฐาก และพระพี่เลี้ยง พร้อมทั้งครู ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาคุณยายได้บริจาคที่ดินให้สร้างโรงเรียนเปิดสอนภาษาบาลี และพระธรรมวินัยให้กับสามเณร จากนั้นก็สร้างวัดให้อยู่ติดกับโรงเรียน เพื่อให้สามเณรได้อยู่ใกล้กับโรงเรียนมากขึ้น นอกจากสามเณรที่อาศัยในวัดจำนวน 28 รูป ก็ยังมีสามเณรที่อาศัยอยู่ที่กุฏิ ในพื้นที่ของโรงเรียนสาธิต มมร. อีกราว 40 รูป

ชนวนข้อพิพาทเรื่องเงินกฐินและเงินที่รับบริจาคทั้งหมด คุณยาย ได้นำไปเป็นค่าใช้จ่ายของทางวัด ทั้งค่าน้ำ-ค่าไฟ และค่าอาหารของสามเณร ครู และพระทุกรูป ยืนยันว่า ทั้งหมดผ่านการเห็นชอบจากพระผู้ใหญ่ ที่ไม่ได้มอบอำนาจให้เจ้าอาวาสจัดการเรื่องนี้ เพราะขณะนี้วัดยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลรายได้ของวัด และที่ผ่านมา เจ้าอาวาสเองก็ไม่ค่อยจะมาดูแลสามเณร และไม่เคยเข้ามาสอนหนังสือเณรที่โรงเรียน แต่กลับมาเซ็นชื่อรับเงิน เดือนละ 9,000 บาท ทุกเดือน ซึ่งคุณยายมองว่าไม่เหมาะสม

เมื่อเป็นเช่นนี้ คุณยายจึงไม่ไว้วางใจ บอกว่าที่ผ่านมาพระก็ไม่เคยแม้แต่จะมาพูดคุยกับคุณยาย ถามหาแต่เรื่องเงินรายได้ และมักจะออกไปกิจนิมนต์นอกวัดเป็นประจำ ทิ้งให้สามเณรดูแลกันเอง คุณยายจึงตัดน้ำ ตัดไฟ เพื่อต้องการจะให้สามเณรมาอาศัยที่กุฏิของโรงเรียน ส่วนเรื่องอาหารของเณรยืนยันว่า ได้นิมนต์ให้สามเณรมาฉันอาหารที่โรงเรียนได้ตามปกติ ส่วนการนำเหล็กมาปิดกั้นสะพานนั้น เพราะเกรงว่าวันหนึ่งจะมีคนภายนอกเข้ามาทำเรื่องไม่ดีไม่งามเกิดขึ้น จึงนำเหล็กมาปิดเส้นทางรถเข้าออก แต่สามเณรสามารถเดินทางมาเรียนได้ หากวันไหนฝนตกก็จะส่งรถไปรับเณร อีกเส้นทางด้านหน้าวัด ยืนยันว่าคุณยายทำทั้งหมดก็เพื่อประโยชน์ของสามเณร

ด้านชาวบ้านที่อาศัยอยู่ละแวกนี้ต่างตอบว่า ไม่มีใครทราบปัญหาเบื้องลึกว่าชนวนเหตุความขัดแย้งมาจากเรื่องใด แต่หลายคนมองว่า คุณยายเจ้าของที่ดินทำเกินกว่าเหตุ ทั้งที่วัดแห่งนี้เป็นวัดที่คุณยายเป็นคนอุปัฏฐากที่ดินให้ ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนบอกว่า เห็นสามเณรเดินมาบิณฑบาตทุกเช้า แต่ไม่เคยเห็นเจ้าอาวาสมาบิณฑบาตด้วย และไม่เคยมีใครได้พูดคุยกับเจ้าอาวาสเลย

ขณะที่ นายอำเภอด่านซ้าย ก็ได้ลงพื้นที่ไปพูดคุยกับทั้งสองฝ่าย เพื่อเป็นตัวกลางคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น มองว่าจากที่ทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีการพูดคุยกัน และที่ผ่านมาวัดแห่งนี้ยังไม่มีคณะกรรมการที่คอยมากำกับดูแลให้ชัดเจน จึงต้องรอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่จากโรงเรียนสาธิต มมร. รวมไปถึงทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องลงมาจัดการ และหาทางออกที่เป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายให้เร็วที่สุด

ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้โลกโซเชียลไวมาก ๆ การที่ภาพต่าง ๆ เหล่านี้ถูกแชร์ออกไป และอาจจะเป็นเพียงความจริงด้านเดียวหรือบางส่วน ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร สังคมก็พิพากษาไปแล้ว และแน่นอนว่าได้ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของพุทธศาสนาอย่างเลี่ยงไม่ได้

TAG : เจาะประเด็นเด็ดเจาะประเด็นสเปเชียลตัดน้ำตัดไฟวัดโยมอุปัฏฐากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยเงินวัด

คลิปที่เกี่ยวข้อง