ทีมเก็บรังนกเกาะลิบง ยังไม่พบปล่องทะลุเนินนมสาว ยันเดินหน้าสำรวจต่อ

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

ประเด็นเด็ด 7 สี - ภารกิจในการช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย ที่ยังคงติดอยู่ภายในถ้ำหลวง ยังคงเดินหน้าทั้งเรื่องของการสูบน้ำออกจากถ้ำ รวมไปถึงอีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือในส่วนของทีมเก็บรังนกเกาะลิบง จังหวัดตรัง ที่ตัดสินใจอยู่ต่อ แล้ววันนี้ได้ขึ้นดอยนางนอน เพื่อไปค้นหาปล่อง ที่อาจจะเชื่อมโยงลงไปสู่เนินนมสาว ภายในถ้ำ แต่ว่าวันนี้ยังไม่พบ เจ้าหน้าที่เองยังคงตัดสินใจลุยค้นหาต่อไป คืบหน้าล่าสุดติดตามได้จากคุณธัญญารัตน์ ถาม่อย

บรรยากาศที่ถ้ำหลวง ขณะนี้เจ้าที่ทุกฝ่ายยังคงเร่งเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทีมระบายน้ำออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ซึ่งวันนี้เป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากตลอดทั้งวันยังไม่มีฝนตกลงมา บวกกับการเบี่ยงทางน้ำเหนือถ้ำหลวง ทำให้ปริมาณน้ำในถ้ำมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทีมด้านนอกถ้ำหลวง วันนี้อีกหนึ่งความหวังแล้วก็เป็นอีกหนึ่งทีมที่ได้รับเสียงชื่นชมก็คือทีมเก็บรังนกจากเกาะลิบง ที่กลับมาช่วยเจ้าหน้าที่ ขึ้นสำรวจปล่องเหนือถ้ำหลวง เพื่อหาแนวทางในการนำทั้ง 13 ชีวิตออกมา เมื่อสักครู่ได้มีโอกาสพูดคุยกับทั้งหมด ซึ่งเพิ่งจะเสร็จสิ้นภารกิจเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา

การระบายน้ำในถ้ำหลวงออกให้ได้มากที่สุด ซึ่งถือเป็นแนวทางหลักในการ เปิดทางให้หน่วยซีลและทีมนักดำน้ำ พาน้อง ๆ ทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 ชีวิต ออกมา วันนี้มีแนวโน้มที่ดี ข้อมูลจากทีมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยซึ่งเข้าไปช่วยเรื่องการสูบน้ำ บอกว่า น้ำหลายจุดมีระดับลดลงมากเป็นผลดีต่อการทำงานของหน่วยซีล ซึ่งเมื่อช่วงเย็นนี้ได้มีการเสริมกำลังหน่วยซีลอีก 31 นาย มาช่วยเหลือปฏิบัติงานด้วย แต่ก็ยังไม่สามารถบอกถึงขั้นว่าน้ำที่ลดลงจะนำเด็กออกมาได้หรือไม่ เนื่องจากต้องดูปัจจัยหลายด้านที่จะทำให้ปลอดภัยที่สุด

อีกด้านของภารกิจที่เจ้าหน้าที่ยังเดินหน้าก็คือการสำรวจหาปล่องเหนือถ้ำหลวง โดยปรับแผนหลังหน่วยซีลและทีมนักดำน้ำ พบตัวทั้ง 13 ชีวิต ทีมเดินเท้าสำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่อุทยาน ขณะนี้จึงเน้นสำรวจปล่อง บริเวณเหนือเนินนมสาว ตรงกับที่ทั้ง 13 ชีวิตติดค้างอยู่ โดยวันนี้มีกำลังสำคัญ อีกส่วนมาจากพี่ ๆ ทีมคนถ้ำจิตอาสาแห่งเกาะลิบง หรือกลุ่มรับจ้างเก็บรังนกนางแอ่น ทั้ง 13 คน จากเกาะลิบง จังหวัดตรัง ที่เดินทางไกล มาร่วมภารกิจค้นหาทีมนักฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมี่ ทั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา

ทีมเก็บรังนกจากเกาะลิบง ใช้ความสามารถในการปีนป่ายถ้ำ ซึ่งมีสภาพทั้งสูงชันและมืด ไต่ตามปล่องด้วยเชือกเพียงเส้นเดียว ด้วยความชำนาญเฉพาะตัวจากประสบการณ์เก็บรังนกในถ้ำทางภาคใต้มานานกว่า 30 ปี มาร่วมภารกิจ เมื่อวานนี้พวกเขากำลังจะเดินทางกลับจังหวัดตรัง ก่อนจะถูกเรียกตัวกลับมาช่วยภารกิจอีกครั้ง หลังมีข้อมูลจากทหารแจ้งว่ามีหน่วยซีลที่อยู่ในถ้ำได้ยินเสียงไก่และเสียงสุนัขที่น่าจะมาจากนอกถ้ำ จึงเรียกตัวพวกเขามาช่วยสำรวจปล่องหาจุดที่อาจจะเชื่อมถึงในถ้ำ

วันนี้ทีมเก็บรังนกจากเกาะลิบง เริ่มงานกันตั้งแต่เช้า เดินขึ้นเขาไปบริเวณจุดเหนือเนินนมสาว และเพิ่งจะเสร็จสิ้นภารกิจเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ทีมข่าวได้มีโอกาสไปพูดคุย พวกเขาเล่าว่าสาเหตุที่มีการเรียกตัวกลับมา เพราะทีมเจ้าหน้าที่ต้องการทีมที่เชี่ยวชาญในการโรยตัวลงปล่องถ้ำ วันนี้กลับมาร่วมภารกิจ สำรวจได้ทั้งหมด 2 ปล่อง ลงไปที่ความลึกประมาณ 70 เมตร อุปสรรคสำคัญที่ทีมเก็บรังนกจากเกาะลิบงพบ ไม่ใช่การที่จะต้องเดินขึ้นเขา หรือการโรยตัว แต่เป็นสภาพถ้ำหลวงซึ่งแตกต่างจากถ้ำในภาคใต้ เนื่องจากหินบริเวณนี้บางจุดจะเป็นหินสไลด์ ค่อนข้างต้องใช้ความระมัดระวัง ทำให้ทีมงานต้องประชุมกันก่อนที่จะลงไป แม้จะวันนี้เหนื่อยกันมาทั้งวัน และยังไม่พบปล่องที่ลงไปในจุดเหนือเนินนมสาวได้ แต่พี่ ๆ ทีมเก็บรังนกก็บอกว่าพรุ่งนี้จะเดินหน้ากันต่อแต่เช้า

แม้จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ ยังไม่สามารถประเมินได้อย่างแน่ชัด ว่าจะนำเด็ก ๆ ทั้ง 13 คนออกมาได้เมื่อไหร่ แต่เป้าหมายของทีมเก็บรังนกจากเกาะลิบง รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ก็คือการปฏิบัติภารกิจจนกว่าพาทั้ง 13 ชีวิตออกมาได้อย่างอย่างปลอดภัย

TAG : ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนเด็กหายทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายถ้ำหลวงเชียงรายเด็กติดในถ้ำนักฟุตบอลติดในถ้ำเด็กสูญหายในถ้ำ13ชีวิตรอดแล้วทีมเก็บรังนกเกาะลิบง

คลิปที่เกี่ยวข้อง