ประเมินวิธีการนำตัวทั้ง 13 คน ออกจากถ้ำหลวงฯ ให้ปลอดภัย

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

เมื่อเวลา 21.30 น. ที่ผ่านมา พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่มาตรวจความคืบหน้าการช่วยเหลือทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงฯ เพื่อประเมินสถานการณ์ล่าสุดถึงแนวทางการช่วยเหลือ ที่จะส่งนักดำน้ำชาวอังกฤษที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องการกู้ภัย เข้าไปประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ซึ่งพบว่าปัญหาสำคัญอีกอย่างคือ ออกซิเจนที่เริ่มลดน้อยลง แม้จะมีการลำเลียงสายท่อออกซิเจนเข้าไปภายในถ้ำแล้ว แต่ยังลากไปไม่ถึงบริเวณเนินนมสาวที่เด็กอยู่ และเดินทางออกไปเมื่อเที่ยงคืนที่ผ่านมา โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อฯ

ส่วนการเจาะโพรงเหนือถ้ำเจาะไปแล้วกว่า 100 หลุม มีศักยภาพเพียง 18 หลุม แต่ก็ไม่น่าจะสามารถเข้าไปถึง ซึ่งความลึก 600 เมตรถึงจะถึง ซึ่งมีการเสนอให้เจาะแนวตั้ง นอกจากนี้ได้ปิดช่องน้ำไป 2 คลอง และฝนตกก็ไม่มีผล แต่เมื่อปิดปั้มน้ำ แต่มีน้ำขึ้นมาอีก 10 เซนติเมตร แต่ทั้งนี้มีความกังวลเรื่องอากาศ แต่ผู้เชี่ยวชาญชาวอังกฤษที่อยู่ภายในถ้ำยืนยันว่า เด็กยังเดินเล่นได้ตามปกติ นอกจากนี้จะมีนักว่ายน้ำในถ้ำระดับโลกชาวอังกฤษ จะเข้ามาช่วยในการช่วยเหลือเพิ่มอีกในวันพรุ่งนี้

ขณะที่สถานการณ์น้ำภายในถ้ำล่าสุด พบว่าลดลงกว่าร้อยละ 30 แล้ว ทำให้สามารถเดินเข้าไปปฏิบัติงานภายในถ้ำได้ แต่พบว่าน้ำในถ้ำมีอุณหภูมิต่ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่เองต้องใส่ชุดหมีในระหว่างเดินลุยน้ำเพื่อกันหนาว

ส่วนการพร่องน้ำที่บริเวณถ้ำ น้ำออกจากถ้ำก็เป็นไปตามแผน ที่สามารถเบี่ยงเบนเส้นทางน้ำเข้าถ้ำได้ ทำให้ระดับน้ำภายในถ้ำลดลง 30,000 ลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 35-40 เซนติเมตร หรือเฉลี่ยวันละ 5 เซนติเมตร

นอกจากนี้ ชุดสำรวจบริเวณนอกถ้ำ นำโดย บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ที่นำทีมอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมชาวบ้าน ไปสำรวจโพรงที่บริเวณปลายถ้ำหลวงฯ รอยต่อระหว่างดอยผาหมีกับดอยผาฮี้ โดยได้โรยตัวลงไปในโพรงอย่างยากลำบาก ใช้เวลาสำรวจโพรงนี้ 5 ชั่วโมง แต่ก็ไม่พบช่องที่สามารถจะทะลุลงไปที่พัทยา บีช ได้

ขณะที่บริษัท หัวเว่ย ประเทศไทย ส่งระบบสื่อสารอัจฉริยะ เอิร์ธ บรอดแบนด์ เทริ์คกิ้ง ซิสเต็ม เป็นระบบสื่อสารแบบ All online เชื่อมตรงศูนย์บัญชาการ สามารถส่งสัญญาณภาพ เสียง และวิดีโอ เรด้า แบบเรียลไทม์ และทำงานได้ดีในพื้นที่อับสัญญาณโทรศัพท์ และภูมิประเทศสลับซับซ้อน มาสนับสนุนปฏิบัติการช่วยเหลือทั้ง 13 คน ของเจ้าหน้าที่ดำเนินการได้สะดวกขึ้น

ขณะที่อดีตผู้ประสานงานด้านการกู้ภัยของอังกฤษ ซึ่งเคยช่วยเหลือผู้ประสบภัยภายในถ้ำในเมืองยอร์กเชอร์ แสดงความกังวลในการให้ความช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต ระบุว่า ความมืดในถ้ำ การใช้เชือกนำทาง และอุปกรณ์สำหรับดำน้ำ อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้เด็กได้รับอันตรายได้

ส่วนการใช้ระเบิดในการเปิดทางเข้าไปช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดี เนื่องจากจะก่อให้เกิดแก๊สพิษที่ฟุ้งกระจายไปรอบบริเวณและอาจเป็นอันตรายต่อผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ได้

ผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยในถ้ำทั้ง อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย มีความเห็นตรงกันว่า การส่งเสบียงอาหารและของที่จำเป็นเข้าไปภายในถ้ำ และรอจนกว่าน้ำลด ถือเป็นแนวทางที่ปลอดภัยที่สุด ในการช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต ถึงแม้ต้องใช้เวลาหลายเดือน แต่นี้ก็เป็นการแสดงความคิดเห็นและเสนอทางเลือกเท่านั้น

TAG : ถ้ำหลวง

คลิปที่เกี่ยวข้อง