หนึ่งในทีมค้นหาปล่องถ้ำ เล่าเรื่องลี้ลับ พบแสงและเสียงปริศนาในถ้ำหลวง

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม


เรียกได้ว่า การรอคอยของผู้คนทั่วโลก นับตั้งแต่ 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอะคาเดมีเข้าไปติดถ้ำหลวง และเจ้าหน้าที่จากนานาชาติยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ร่วมกันกู้ภัยเป็นเวลานานถึง 17 วัน ได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความปลื้ม ดีใจ ที่ทั้งหมดปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม หลายคนสงสัยว่า ถายในถ้ำจะมีลักษณะอย่างไร ทั้งสภาพอากาศ แสง หรือเสียงภายในถ้ำ ท่ามกลางความมืด โดยทีมค้นหาปล่องถ้ำหลวงได้โพสต์เล่าเรื่องราว ที่ไม่อาจพิสูจน์ได้จากการปฏิบัติหน้าที่ ผ่านเฟซบุ้ก Folk Kamponsak Sassadee ซึ่งตนระบุว่า ได้ยินเสียงคล้ายเสียงคนสวดมนต์ และ แสงที่ล่องลอยอยู่ในน้ำเอื่อย ๆ  โดยข้อความทั้งหมดระบุว่า

เสียง .....

ในช่วงสุดท้ายของการค้นหาปล่องถ้ำเมื่อวาน ขณะกำลังนั่งพักคนเดียวอยู่ในโถงเล็กๆสุดปลายทาง ที่ระดับความลึกกว่า 50 ม. พี่ชัยซึ่งเป็นเพื่อนคู่บัดดี้ที่อยู่ใกล้ที่สุดนั้นอยู่สูงขึ้นไปกว่า 30 ม. ต้องตะโกนสุดเสียงทักทายกันทุกๆ 5 นาที หากมีการเงียบไม่มีการตอบรับ ทีมสนับสนุนข้างบนอีกกว่า 30 คน จะลงมาชาร์ตทันทีตามกฏ

รัศมีรอบตัวแค่วาเดียวคือผนังทึบตัน ระดับออกซิเจนอยู่ที่ 20.9 ที่มุมปลายเท้ามีช่องเล็กๆกว้างไม่ถึงศอกยาวราวเมตรนึง มีลมเย็นๆไหลช้าๆออกมาทางช่องนั้น จึงนอนราบเพื่อเอียงไปฟังเสียงลมที่ไหลออกมา แต่ ...... แต่ปรากฏว่ามันไม่ได้มีเพียงแค่เสียงของลม มันมีเสียงอื่นๆปะปนอยู่ในนั้นเบาๆ ด้วยความตื่นเต้นจึงรีบตะโกนบอกคู่บัดดี้ว่า ให้ทุกคนเงียบ

และแล้ว ก็ได้ยินเสียงชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ มันคล้ายเสียงแมลงบางอย่าง บางทีก็คล้ายเสียงคนซุบซิบเบาๆแหบๆ บางทีคล้ายเสียงคนสวดมนต์ในภาษาที่ไม่คุ้นเคย ...... พื้นที่นอนคว่ำอยู่นั้นก็เปียกชุ่มและเย็นยะเยือกพอๆกับนอนบนแผ่นน้ำแข็งบางๆ และได้ทำการทดลองบางอย่างในแบบที่ทดลองเป็นประจำเมื่อพบบางอย่างที่ไม่ปกติด้วยการปิดไฟฉายที่กำลังมีควันคลุ้งออกมาจากฝ่ามือ ปรากฏว่าเสียงนั้นก็หายไปพร้อมกับความมืดสนิทที่มาเยือนในทันทีทันใด ...... ทุกทิศทางนั้นมืดยิ่งกว่าปิดตา หนาว เงียบ นับเวลาต่อไปเรื่อยๆจนครบ 5 นาที จึงตะโกนขึ้นไปข้างบนว่า .... เคลียยย

ตั้งแต่มาสำรวจที่นี่ได้พบกับสัญญาณบางอย่างที่น่าสนใจมากมายในแต่ละครั้ง แต่ไม่ควรจะเล่าให้ใครฟังหากภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะไม่มีใครกล้าลงมาเป็นคู่บัดดี้ให้เราสำรวจจนจบ เมื่อภารกิจจบก็เล่าได้

....... เอาง่ายๆล่ะกันว่า ลงกันมาสองคน แต่ระหว่างขึ้นกลับ ....... นับเงาได้ 3 อย่าไปบอกพี่ชัยปอเต็กตึ๊งล่ะ นี่ครั้งแรกในถ้ำของแก

...... แล้วก็มีอีกเรื่องนึง ที่ไม่ควรเล่าจริงๆ เพราะจะทำให้หลายคนไม่กล้าปิดตาแล้วล้างหน้าในตอนดึกๆ และเรื่องลึกลับอีก 3 เรื่องที่พบที่นี่

แสง .....

หลายวันก่อน ตอนอยู่ในสถานที่ที่มืดสุดปลายทางเพียงคนเดียว และไม่เคยมีร่องรอยของผู้ใดเคยย่างกรายเข้ามาในนี้ ได้เข้าไปจนถึงจุดที่ลึกมาก มากจนตะโกนเรียกคู่บัดดี้แทบไม่ได้ยิน เชือกกว่า 60 เมตรที่ดิ่งลึกลงมานั้นสุดปลายเชือก แต่ ....

มีบางอย่างไม่ปกตินักที่ปลายสุดของอุโมงค์ ห่างออกไปเพียง 2 วา มีพื้นที่เล็กๆที่สามารถยืนได้ แต่การปลดเชือกออกจากตัวแล้วลงไปต่อนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำในภารกิจ สองจิตสองใจจะทำอย่างไรดีกับสิ่งที่เห็นเพียงแค่เอื้อม ตะโกนบอกคู่บัดดี้สุดเสียงว่า 5 นาที ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าเขาจะได้ยินหรือไม่

แล้วก็ปิดไฟฉายทั้ง 3 ดวง ทุกอย่างมืดลงฉับพลัน มองไปรอบตัวนั้นไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ร่างกายเซฟอยู่กับเชือกสุดสายคล้ายล่องลอยเบาอยู่กลางเวหา มีเพียงผนังชื้นๆและเย็นเฉียบให้พยุงตัวเป็นพิกัด

และแล้ว ผ่านไปราว 2 นาที สิ่งที่สงสัยไว้ มันค่อยๆสว่างขึ้นเหมือนมีการเรืองแสงในตัวเอง ขนาดมันเล็กๆเท่าเหรียญบาท และจากที่มีแค่ 3 ดวงในแต่แรกก็ดูเหมือนว่ามันจะมีเพิ่มขึ้นมาอีกหลายดวงเรืองแสง แสงนั้นบางมาก เคลื่อนไหวช้าๆคล้ายสิ่งที่ล่องลอยอยู่ในน้ำเอื่อยๆ

จากที่พยายามจ้องมองผ่านความมืดที่มืดที่สุดครั้งนึง ก็ไม่สามารถสรุปได้ว่า มันคืออะไร ..... เพราะเจอที่นี่เป็นครั้งแรก ถ้าเป็นแสงยาวๆเป็นเส้นๆนั้นจะไม่แปลกใจ เพราะเคยเจอบ่อยเป็นแสงจากหนอนต่างๆราว 2 ชนิด แต่นี่มันไม่ใช่ ... มันล่องลอยเบาๆช้าๆ อยากเอื้อมมือไปสัมผัสแต่เอื้อมไม่ถึง

... ก่อนจะรีบตะโกนบอกคู่บัดดี้ว่า เคลียยยยย .... แล้วรีบปีนป่ายกลับขึ้นสู่ปากปล่องเพื่อรายงานและส่งภาพถ่ายสภาพปล่องถ้ำที่สำรวจไปยังที่ศูนย์บัญชาการชั่วคราว แต่เรื่องแปลกๆที่ค้นพบนั้นจะไม่รายงาน ไม่อย่างนั้นอาจทำให้ทีมเสียขวัญได้ เพราะก่อนหน้านี้มีหลายทีมที่เจออะไรบางอย่างเข้าจนต้องรีบเก็บของกลับบ้านด่วน

BUGABOO NEWS
ขอบคุณภาพจากเฟซบุ้ก Folk Kamponsak Sassadee


TAG : ถ้ำหลวงเรื่องแปลก