เปิดใจผู้ปกครอง วินาทีทีมหมูป่าเอาตัวรอดในถ้ำหลวง ไม่มีผู้ช่วยโคชเอกคงไม่รอด

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

เจาะประเด็นข่าวค่ำ - หลังจาก ทีมหมูป่าอะคาเดมี ทั้ง 13 คน ได้รับการช่วยเหลือออกมาจากถ้ำหลวงอย่างปลอดภัย โดยทั่วโลกต่างชื่นชมปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้ ขณะที่การเอาตัวรอดในถ้ำเป็นเวลานานกว่า 9 วัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะไปพบตัว โดยไม่มีเด็กคนไหนบาดเจ็บ ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าทึ่ง  โดยเฉพาะสื่อต่างชาติต่างชื่นชม และตั้งคำถามว่า เด็กมีวิธีเอาตัวรอดอย่างไรในถ้ำ ผู้สื่อข่าวของเรา คุณไพจิตร ภานนท์ ได้พูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กที่ยอมเปิดใจ เล่านาทีที่เด็ก ๆ รอดชีวิตออกมาได้ ติดตามจากรายงาน

เสียงชื่นชม นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือ ผู้ช่วยโคชเอก หนึ่งใน 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอะคาเดมี ที่เข้าไปติดถ้ำหลวง ยังมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับครอบครัวของ เด็กชายดวงเพชร พรมเทพ หรือ น้องดอม วัย 13 ปี ซึ่งเป็นกัปตันทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี พ่อของน้องดอม บอกว่า หากไม่มีผู้ช่วยโคชเอก เด็กทัั้ง 12 คน อาจไม่มีชีวิตรอด

คำบอกเล่าของเด็ก ๆ ทุกคน ที่เล่าให้ผู้ปกครองฟัง ขณะเข้าเยี่ยมอาการถึงนาทีหนีน้ำเอาตัวรอด กระทั่งเข้าไปติดในถ้ำ ยืนยันว่า พวกเขาตั้งใจเข้าไปเที่ยวเพียง 1 ชั่วโมง จึงไม่ได้เตรียมอาหาร หรือตุนอาหารเข้าไป ตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่เกิดเหตุไม่คาดคิดเมื่อมีฝนตกหนัก น้ำไหลทะลักเข้าถ้ำอย่างเร็ว ผู้ช่วยโคชเอก จึงพยายามหาทางให้ทุกคนหนีรอด ด้วยการวิ่งหนีน้ำ

กระแสน้ำที่เชี่ยว และไหลอย่างรวดเร็ว ทำให้เด็ก ๆ ต้องทิ้งกระเป๋าและรองเท้าเอาไว้เพื่อเอาตัวรอด และนี่กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่พบ และมั่นใจว่าเด็ก ๆ หนีน้ำเข้าไปหลบในถ้ำ

จากบริเวณสามแยกเข้าไปในถ้ำ เด็กเล่าว่า ผู้ช่วยโคชเอก ใช้ไฟฉายส่องใต้น้ำ จนเห็นช่องแคบที่มีทรายกั้นอยู่ จำได้ว่ามีทางเข้าไปเพราะเคยมาก่อนหน้านี้ จึงให้เด็ก ๆ ช่วยกันขุด และหนีเข้าไปด้านใน โดยระหว่างทาง นายเอกพล จะใช้ก้อนหินขีดที่ผนังถ้ำเพื่อทำสัญลักษณ์

เมื่อหนีไปถึงเนินนมสาว นายเอกพล ให้เด็ก ๆ ช่วยกันขุดโพรงที่อยู่สูงขึ้นไปอีก เพื่อใช้เป็นที่นอนและป้องกันความหนาว หากจะสังเกตจากคลิปวิดีโอที่นักประดาน้ำเข้าไปเจอทีมหมูป่าเป็นครั้งแรก ก็จะเห็นว่า เด็ก ๆ ออกมานั่งที่เนินนมสาว แต่หลังจากพูดคุยเป็นที่เรียบร้อย เด็กทั้งหมดเดินกลับขึ้นไป บนจุดที่สูงกว่า 

การต้องใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำที่มืดและเต็มไปด้วยน้ำ ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็ก ๆ ทั้ง 12 คน ความกลัว ความหิว และความหนาว คือ ปัญหาสำคัญ เด็ก ๆ เล่าให้ผู้ปกครองฟังว่า ผู้ช่วยโคชเอก คอยปลอบใจ และสอนให้นั่งสมาธิ ไม่ใช้พลังงาน หากหิวก็จะกินน้ำที่หยดจากหินด้านบน และให้ใช้ไฟฉายวันละ 1 ครั้ง ต่อ 1 คน เท่านั้น

ตลอดเวลาที่ทั้ง 13 คน ติดอยู่ในถ้ำ ได้แต่เฝ้ารอว่าจะมีคนมาช่วย เพราะพวกเขาไม่รู้วัน ไม่รู้คืน ต้องนั่งซุกตัวเบียดกันในโพรงแคบ ๆ ที่ช่วยกันขุดขึ้น กระทั่งวันหนึ่งเห็นนักดำน้ำอยู่ด้านล่าง ทุกคนจึงวิ่งออกมาจากโพรง และมาร้องขอความช่วยเหลืออยู่ที่เนินนมสาวตามที่ปรากฏในคลิป ซึ่งจุดนี้เด็ก ๆ บอกว่า เขาดีใจมาก เพื่อนบางคนถึงกับร้องไห้

ผู้ปกครอง เล่าว่า เด็ก ๆ บางคนหิวจนแสบท้องแต่ ผู้ช่วยโคชเอก ก็คอยดูแล การกินน้ำหยดจากผนังถ้ำเพื่อความสะอาด แต่ก็ยังไม่อิ่ม ต่อมาจึงให้กินน้ำที่ไหลเข้ามาบ้างเพื่อความอยู่รอด หรือแม้แต่เด็กบางคนร้องไห้ด้วยความหนาว นายเอกพล ก็สวมกอด ผู้ปกครองของเด็กทุกคนจึงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ผู้ช่วยโคชเอก ถือเป็นคนสำคัญที่ทำให้เด็ก ๆ มีชีวิตรอด 

สอดคล้องกับภาพแรกที่นักประดาน้ำเข้าไปเจอตัวเด็ก และนำคลิปออกมาเผยแพร่ ผู้คนทั่วโลกต่างตื่นเต้น ดีใจ และประหลาดใจว่า เด็ก ๆ เอาตัวรอดโดยมีสภาพที่ยังแข็งแรงได้อย่างไร ในขณะที่ นายเอกพล มีสภาพร่างกายที่อ่อนเพลียมากกว่าเด็ก ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากการเสียสละ

ในวันที่ทั้ง 13 ชีวิต กลับมามีร่างกายที่แข็งแรง และกำลังเตรียมกลับออกมาใช้ชีวิตตามปกติ หลังแพทย์อนุญาตทั้ง 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอะคาเดมี ตั้งใจว่าทุกคนจะบวชเพื่อทดแทนคุณทุกคนที่ช่วยเหลือภารกิจนี้ โดยเฉพาะ ร้อยโทสมาน กุนัน หน่วยซีลนอกราชการที่สละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยอีก 13 ชีวิตที่ติดถ้ำหลวง

TAG : ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนเด็กหายทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายถ้ำหลวงเชียงรายเด็กติดในถ้ำนักฟุตบอลติดในถ้ำเด็กสูญหายในถ้ำ13ชีวิตรอดแล้วเด็กออกจากถ้ำทีมหมูป่าออกจากถ้ำน้องดอม ทีมหมูป่าโคชเอกเอกพล จันทะวงษ์

คลิปที่เกี่ยวข้อง