Hapifork ส้อมอัจฉริยะ ช่วยลดความอ้วน

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

วันนี้ธีร์มี Gadgets สุดไฮเทคมาฝากคุณผู้ชมเพี้ยบเลยละครับ

วันนี้ธีร์มีแก็ดเจ็ตที่สนใจในงาน CES 2013 มาฝากครับ โดย Gadget แรกธีร์ขอเอาใจสาวๆที่ชอบไว้เล็บยาว  ต่อเล็บปลอม หรือชอบเพ้นเล็บ แล้วส่งผลให้การใช้งานสมาร์ทโฟนค่อนข้างลำบาก ไม่ว่าจะจิ้ม หรือสัมผัสก็ลำบากใช่ไหมล่ะครับ  แต่วันนี้ครับคุณผู้ชมสามารถสัมผัสหน้าจอสมาร์ทโฟนด้วยปลายเล็บแล้วละครับ เพราะวันนี้ธีร์มี Nano Nails แก็ดเจ็ตที่สามารถใช้ปลายเล็บ แทนสไตลัสได้มาฝากนั่นเองครับ




Nano Nails แก็ตเจ็ตที่ช่วยให้สามารถสัมผัสหน้าจอสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตได้ด้วยปลายเล็บแทนการใช้นิ้วสัมผัส  เพียงแค่คุณติด Nano Nails ที่ทำหน้าที่แทนสไตลัสจิ๋วไว้ใต้เล็บของคุณ  คุณก็สามารถใช้เล็บจิ้มหน้าจอได้อย่างสบายๆเลยครับ   ซึ่งบริษัทผู้ผลิตได้ออกแบบ Nano Nails ไว้สองเวอร์ชันด้วยกัน  โดยที่เวอร์ชั่นแรกดีไซน์เป็นแบบปลอกสวมนิ้ว  มีลักษณะเป็นปลอกสวมนี้วที่มาพร้อมกับปลายเล็บปลอมที่สามารถใช้สัมผัสหน้าจอแทนสไตลัสได้เลย  และเวอร์ชั่นที่สองแบบที่เป็นแค่ปลายเล็บปลอมนั่นเองครับ




ด้านการติดตั้งเพื่อใช้งานนั้น คุณผู้ใช้สามารถติดตั้ง Nano Nails แบบปลายเล็บ เข้ากับเล็บด้วยตัวเองได้เลยนะครับ หรือใครไม่ถนัดก็สามารถนำไปให้ทางร้านทำเล็บติดให้ก็ได้ครับ  ส่วนการใช้งานจะเจ๋งขนาดไหน  จะเหมือนกับเราใช้นิ้วสัมผัสหรือไม่นั้น  ก็ต้องรอให้คุณสาวๆได้ลองใช้แล้วมาเล่าสู่กันฟังนะครับ  และมาถึง Gadget สุดท้ายที่ธีร์นำมาฝากกันวันนี้  เอาใจคนขี้ลืมเป็นพิเศษครับ คุณผู้ชมคงเคยลืมปิดไฟที่บ้าน  ลืมปิดไฟที่ทำงาน  นึกได้อีกทีก็ออกมาไกลแล้ว  จะกลับไปปิดก็ไม่คุ้ม  เปิดไว้ก็เปลืองค่าไฟโดยใช่เหตุใช่ไหมล่ะครับ  แต่วันนี้ครับมีสวิตช์ไฟที่เชื่อมต่อไร้สายกับอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสั่งควบคุมการเปิดปิดไฟจากที่ใดก็ได้ เพียงแค่มีมือถือเท่านั้นเองครับ




Gadget ชิ้นต่อมาเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่น่าสนใจ จากพานาโซนิกครับคุณผู้ชม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชิ้นนี้ก็คือ ชุดหูฟัง หรือ headphone  ที่เค้าว่ากันว่าเป็นหูฟังที่ไม่ธรรมดาครับ  เพราะเวลาใช้งาน คุณไม่ต้องใส่หูฟังเข้าไปในช่องหูของคุณ  คุณก็ได้ยินแบบอัตโนมัตเลยละครับ        ไวร์เลสเฮดโฟน  หรือชุดหูฟังไร้สายจากพานาโซนิค ที่ออกแบบมาให้สามารถฟังเพลงได้โดยไม่ต้องเสียบหูฟังเข้าไปในช่องหู   หลักการทำงานพิเศษของหูฟังไร้สายชุดนี้ก็คือ แทนที่จะใช้หูฟังที่มีลักษณะเหมือนลำโพงขนาดเล็กที่สามารถส่งเสียงเข้าไปในหูของเราได้แบบเฮดโฟนทั่วไปแล้วนั้น  แต่การทำงานของหูฟังไร้สายนี้มันกลับใช้เทคโนโลยีการส่งเสียงผ่านกระโหลกศรีษะ ที่เรียกว่า Bone Connection 



ซึ่งจะมีหลักการทำงานคล้ายๆกับชุดช่วยรักษาอาการผิดปกติในการได้ยินเสียง  โดยเสียงจากแหล่งกำเนิด อย่างเช่นเสียงจาก Smart Viera TV จะถูกส่งไปยังหูฟัง โดยสัญญาณเสียงจะสั่นผ่านแกนหูฟังที่แนบชิดติดกับข้างบริเวณกระโหลกด้านหน้าของหูของเรานั่นเอง  ซึ่งการสั่นนี้จะทำให้คุณได้ยินเสียงที่ชัดเจนเกิดขึ้นภายในศรีษะ โดยที่หูซึ่งว่างอยู่จะยังคงได้ยินเสียงต่างๆ ตามปกติด้วย ทำได้อย่างไรเนี่ย  น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะครับคุณผู้ชม  แต่ Gadgets ชิ้นต่อไป  ธีร์ขอเอาใจผู้ที่กำลังลดน้้ำหนักอยู่ครับ  เป็นการลดน้ำหนักอย่างง่ายๆด้วยช้อนส้อม  คุณผู้ชมสงสัยใช่ไหมละครับ ช้อนส้อมอะไรช่วยลดน้ำหนักได้ อยากรู้แล้วมาชมรายละเอียดพร้อมๆกันครับ



Hapifork ส้อมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ที่สามารถตามติดพฤติกรรมการรับประทานอาหารในแต่ละคำที่เข้าปากของคุณ  โดยลักษณะการทำงานของมันมีเซ็นเซอร์สามารถวัดได้ว่า คุณกำลังทานอาหารเร็วแค่ไหน และมากแค่ไหน  ซึ่งถ้าคุณป้อนอาหารใส่ปากเร็วไป  แก็ตเจ็ตส้อมอัจฉริยะนี้จะสั่นเตือนให้คุณรู้ว่า คุณควรจะป้อนอาหารใส่ปากตัวเองให้ช้าลง และเคี้ยวอาหารแต่ละคำอย่างละเอียด เพื่อสุขภาพการย่อยที่ดีกว่า   ซึ่งแก็ตเจ็ตส้อมอัจฉริยะชิ้นนี้มีให้เลือกสองระบบคือ บลูทูธ และยูเอสบี โดยเวอร์ชันบลูทูธจะซิงค์ข้อมูลระหว่างส้อมอัจฉริยะกับแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนเพื่อติดตามพฤติกรรมการทานอาหารของเรา  ส่วนเวอร์ชันยูเอสบีจะซิงค์ข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ไปยังเว็บไซต์นั่นเองครับ




เรียกว่าเป็นแก็จเจ็ตที่น่าสนใจมากเลยใช่ไหมล่ะครับ  เป็นแก็ดเจ็ตชิ้นนี้จะช่วยฝึกให้คุณมีนิสัยการรับประทานอาหารที่ดีขึ้น  ช่วยให้ผู้ใช้หลีกเลี่ยงการย่อยอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ และช่วยไม่ให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเนื่องจากการทานอาหารเร็วไป  แต่จุดอ่อนของแก็ตเจ็ตนี้อยู่ที่ไม่สามารถตรวจจับแคลอรี่ในอาหารที่เราทานได้ครับ  และมาถึง Gadget สุดท้ายที่ธีร์นำมาฝากกันวันนี้  เอาใจคนขี้ลืมเป็นพิเศษครับ คุณผู้ชมคงเคยลืมปิดไฟที่บ้าน  ลืมปิดไฟที่ทำงาน  นึกได้อีกทีก็ออกมาไกลแล้ว  จะกลับไปปิดก็ไม่คุ้ม  เปิดไว้ก็เปลืองค่าไฟโดยใช่เหตุใช่ไหมล่ะครับ  แต่วันนี้ครับมีสวิตช์ไฟที่เชื่อมต่อไร้สายกับอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสั่งควบคุมการเปิดปิดไฟจากที่ใดก็ได้ เพียงแค่มีมือถือเท่านั้นเองครับ




Belkin WeMo เป็นสวิตช์ไฟที่เชื่อมต่อไร้สายกับอินเทอร์เน็ต โดยการทำงานของ สวิตช์ไฟอัจฉริยะนี้ก็ง่ายๆเพียงแค่หยิบมือถือ หรือแท็บเล็ตแล้วสั่งรันผ่านแอพพลิเคชั่น แล้วเลือกหลอดไฟที่ต้องการเปิด หรือปิดบางดวงที่ต้องการ เพียงแค่นี้ก็เรียบร้อยแล้วละครับ  และนอกจากคุณสามารถเปิดปิดไฟจากที่ไหนก็ได้แล้ว  Gadget นี้ยังมีออปชันใหัคุณตั้งเวลาการเปิดปิดไฟได้อีกด้วย ก็เพียงแค่สั่งให้สวิตช์ไฟอัจฉริยะจัดการเปิดปิดไฟตามที่กำหนดไว้ เช่น เราออกเดินทางไปต่างจังหวัดหลายวันและไม่มีคนอยู่บ้าน แต่ต้องการเปิดไฟสำหรับตอนกลางคืนอย่างเดียว เพราะกลัวขโมยจะขึ้นบ้าน  เราก็สามารถตั้งได้ว่าเราจะเปิดไฟในช่วงเวลาไหนบ้าง เปิดกี่ชั่วโมง อย่างไรนั่นเองครับ




เมื่อก่อน  WeMo ของ Belkin จ ะสนับสนุนการทำงานร่วมกับ iOS เพียงเท่านั้น  แต่ล่าสุดทางในงาน CES 2013 บริษัทได้เพิ่มการสนับสนุนการทำงานร่วมกับ Android ด้วยแล้วด้วยแล้วละครับ  ถึงจะมีแก็ตเจ็ตที่ฉลาดแบบนี้ทั้งสามารถสั่งเปิดปิดประตูบ้านได้  สั่งเปิดปิดไฟได้ผ่านสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตแล้ว  แต่ทางที่ดีเราก็ควรตรวจสอบความรอบคอบ ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง  อย่าประมาณเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดนะครับ

TAG : ทีเทคธีร์ วณิชนันทธาดาNano Nailsheadphone PanasonicHapiforkBelkin WeMo GGG