ข่าวในหมวด ประเด็นร้อนออนไลน์

เตือนมีความผิด! ตกแต่งเลียนแบบป้ายประมูล ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท


กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ชี้แจงการใช้ป้ายทะเบียนรถ ที่ตกแต่งลวดลายเลียนแบบป้ายทะเบียนรถแบบกราฟิก หรือการนำป้ายพลาสติกที่สกรีนลายกราฟิกไปใช้ครอบแผ่นป้ายทะเบียนรถทำให้มองเป็นป้ายประมูล เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

ตามที่มีการโพสต์และแชร์ข้อความในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง ใช้กรอบทะเบียนรถสกรีนลายกราฟิกเลียนแบบป้ายประมูล ไม่ผิดกฎหมาย ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดย กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม พบว่าข้อมูลที่ปรากฏดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ

กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความว่า สามารถใช้กรอบทะเบียนรถสกรีนลายกราฟิก เป็นลายเดียวกับป้ายประมูลได้ โดยไม่ผิดกฎหมาย เพราะขนส่งออกเองนั้น ทางกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ได้ชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง และขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อความดังกล่าว เนื่องจากการกระทำดังกล่าวมีความผิดตามกฎหมาย

โดยกรมการขนส่งทางบกนำหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย หมวดละ 301 หมายเลข ออกประมูลเพื่อนำรายได้จากการประมูลทะเบียนรถเลขสวยทั้งหมดเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) นำมาใช้ในแผนงาน โครงการ เพื่อลดอุบัติเหตุทางถนนของประเทศ โดยผู้ประมูลได้จะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถที่มีกราฟิกลวดลายพื้นหลังเป็นเอกลักษณ์สถานที่สำคัญของจังหวัด ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะสำหรับแผ่นป้ายทะเบียนประมูลเท่านั้น กรณีไม่ใช่ทะเบียนประมูล แผ่นป้ายจะเป็นสีพื้นไม่มีลวดลาย

ซึ่งการนำแผ่นป้ายทะเบียนรถไปตกแต่งลวดลายเลียนแบบป้ายทะเบียนรถแบบกราฟิกหรือการนำป้ายพลาสติกที่สกรีนลายกราฟิกไปใช้ครอบแผ่นป้ายทะเบียนรถจะทำให้มองเป็นป้ายประมูล การกระทำดังกล่าวเป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 11 ประกอบมาตรา 60 ฐานใช้แผ่นป้ายทะเบียนมีลักษณะไม่ถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวงหรือนำวัสดุหรือสิ่งอื่นใดมาปิดบัง หรือติดไว้ในบริเวณใกล้เคียงกับแผ่นป้ายทะเบียนรถ ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท และหากตรวจสอบพบว่าเป็นป้ายทะเบียนปลอม หมายเลขทะเบียนไม่ตรงกับป้ายวงกลม ไม่ตรงกับสำเนารถ และรายละเอียดของตัวรถ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 ฐานปลอมเอกสารราชการ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท และอาจถูกยึดรถเพื่อส่งตรวจพิสูจน์หลักฐานหาที่มาของตัวรถด้วย

BUGABOONEWS 
ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์รัฐบาลไทย ,กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม


ดูเพิ่มเติมแสดงน้อยลง Bookmark