ข่าวในหมวด ข่าว 7 สี

ตีตรงจุด : โควิด-19 ขยายความรุนแรงในครอบครัว

เจาะประเด็นข่าว 7HD - ปิดท้ายตีตรงจุด กับปัญหาความเปราะบางในครอบครัว ที่มาพร้อมกับโรคระบาด อาละวาดหนักแค่ไหน แก้ไขได้อย่างไร ติดตามกับคุณฐิตาภัสร์ ศิริธัญญะวงศ์

จากรายงานสถิติการให้บริการศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ในรอบ 11 เดือนนับจากปีที่แล้ว ถึง 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้ช่วยเหลือประชาชนจากหลากหลายสาเหตุรวมกว่า 220,000 กรณี เฉลี่ยวันละ 658 กรณี ในจำนวนนี้มีกรณีเหยื่อถูกทำร้ายทั้งด้านร่างกาย จิตใจ เกือบ 3,000 กรณี เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนกว่า 500 กรณี ซ้ำร้ายความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาจากบุคคลภายในครอบครัวด้วยกันเอง มากกว่าเกิดจากบุคคลภายนอก โดยเป็นความสัมพันธ์สามีภรรยามากที่สุด และเพศหญิงมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ตกเป็นเหยื่อ ยิ่งในช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก ถูกล็อกดาวน์สกัดโรค แต่ความเปราะบางในครอบครัวกลับทวีความรุนแรงและซับซ้อนเพิ่มขึ้น

สอดคล้องกับองค์การสหประชาชาติ เผยช่วงล็อกดาวน์มีเด็กและผู้หญิงจำนวนมากอยู่ในสภาพแวดล้อมไม่ปลอดภัยจากคู่ของตนเองหรือคนใกล้ชิด โดย 1 ใน 3 ของผู้หญิงทั่วโลกต้องเผชิญกับความรุนแรงทางร่างกายและทางเพศ จากคู่ของตนเอง และในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา 18 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงต้องเผชิญกับความรุนแรงเป็นอันตรายถึงชีวิต หรือเฉลี่ยทุกวันจะมีผู้หญิงราว 137 คน เสียชีวิตเพราะคู่ครองหรือคนในครอบครัวเป็นต้นเหตุ

เมื่อวิเคราะห์ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวจะพบจุดบอดสำคัญ คือส่วนใหญ่เกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่แจ้งความเอาผิดต่อผู้กระทำ วัฒนธรรมไม่ยุ่งเรื่องในครอบครัว ทำให้เกิดการเพิกเฉยจากคนรอบข้าง ไม่เว้นแม้แต่หน่วยงานที่เข้าช่วยเหลือ ระงับเหตุไม่ให้ลุกลามบานปลาย ทำให้หลายกรณีเกิดโศกนาฏกรรมสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก แม้กว่า 10 ปี ที่ผ่านมาไทยจะมีกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวบังคับใช้แล้วก็ตาม

เมื่อวิเคราะห์แนวทางแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว นอกจากต้องบังคับใช้กฎหมายจริงจัง ปรับทัศนคติของผู้เกี่ยวข้อง ว่าความรุนแรงต้องไม่ใช่เรื่องปกติ และส่งเสริมการเคารพต่อความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมแล้ว การซ้อมรับมือกับเหตุความรุนแรงที่ต้องมีกระบวนการเรียนรู้ได้ทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ ยังเป็นตัวแปรสำคัญช่วยบรรเทาปัญหาให้เบาบางลงได้

แนวทางการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ไม่ว่าจะเกิดกับสมาชิกคนใด ปัญหานี้แท้จริงแล้วทุกคนร่วมเฝ้าระวังและแก้ไขให้ลดลงได้ เพียงเริ่มต้นจากปรับทัศนคติ เรียนรู้เคารพความเป็นมนุษย์ต่อกัน ไม่เห็นความรุนแรงทุกรูปแบบเป็นเรื่องปกติ และส่วนบุคคล ฝึกซ้อมฝึกคิดรับมือกับความรุนแรงตั้งแต่เป็นเยาวชน ระบบกฎหมายต้องเอาจริงกับผู้กระทำผิดและนำเข้าสู่การปรับแก้ทัศนคติ กู้นิสัยด้านลบ เพื่อปิดช่องเหตุแห่งความรุนแรงไม่ให้เกิดเพิ่มขึ้น

ดูเพิ่มเติมแสดงน้อยลง Bookmark