ข่าวในหมวด ข่าว 7 สี

เตรียมรับสถานการณ์ ดีเปรสชัน ไลออนร็อก

เจาะประเด็นข่าว 7HD - ขณะที่ กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือน หลายพื้นที่ในประเทศไทย ในการเตรียมรับสถานการณ์ผลกระทบ ดีเปรสชัน "ไลออนร็อก" ซึ่งบางพื้นที่ก็ยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

เริ่มที่จังหวัดมหาสารคาม แม่น้ำชียังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเขตรอยต่อของอำเภอเมืองสารคาม กับอำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ พบว่าเป็นจุดที่มีวัชพืชขวางทางระบายน้ำ ทำให้เกิดการชะลอการไหลของน้ำ กรมชลประทานและจังหวัดมหาสารคาม จึงเร่งนำเครื่องจักรเข้าช่วยดำเนินการเก็บวัชพืชออกจากแม่น้ำให้เร็วที่สุด เพื่อเตรียมรับมือกับมวลน้ำลูกใหม่ที่จะเกิดจากฝนที่กำลังตกมาอีกรอบของวันนี้ นอกจากนี้ได้มีการสั่งอพยพประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งสัตว์เลี้ยง หรือผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ที่เสี่ยงภัย ไปยังศูนย์พักพิง นอกจากนี้ได้เร่งซ่อมแซมบานประตูระบายน้ำกุดเดือยไก่ ที่ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมพื่นที่เกษตรกรได้รับความเสียหายกว่า 5,000 ไร่

ส่วนที่จังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ สั่งเฝ้าระวังหลังจากชลประทานนครราชสีมา เร่งพร่องน้ำจากเขื่อนใหญ่ 4 แห่ง เพื่อเป็นการวางแผนรองรับมวลน้ำที่จะไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ลำตะคอง, ลำพระเพลิง, มูลบน และลำแชะ ที่มีน้ำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของความจุเขื่อน ซึ่งเป็นการเร่งระบายลงสู่ด้านล่างตามสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่ให้กระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด

ขณะที่ อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ตอนล่าง อำเภอโนนไทย มีการซ่อมแซมแนวคันดินที่ทรุดตัวจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ล่าสุดสามารถกักเก็บน้ำได้แล้วกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณ 13 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีน้ำไหลเข้าอ่างอย่างต่อเนื่อง จะทำให้มีน้ำเพียงพอไว้ใช้อุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง

ในขณะที่ทุกคนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ก็มีผู้ซ้ำเติมแบบไม่น่าให้อภัย เมื่อมีผู้ไปลักลอบทำลายพวงมาลัยประตูระบายน้ำ ในพื้นที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง ส่งผลให้น้ำท่วมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ ชาวบ้านได้ร้องขอให้องค์การบริหารส่วนตำบล และเจ้าหน้าที่กรมชลประทานเร่งแก้ไข ซึ่งก่อนหน้านี้ในพื้นที่นี้มีการกระทบกระทั่งกัน เรื่องของการปล่อยน้ำในพื้นที่มาแล้ว

ส่วนเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ระดับน้ำเริ่มมีระดับลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าน้ำที่ระบายผ่านเขื่อนจะยังคงส่งผลกระทบในพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อน จากปัญหาน้ำล้นตลิ่งเข้าที่พักของประชาชน แต่ระดับน้ำขังเริ่มลดลงแล้วประมาณ 30-50 เซนติเมตร ซึ่งชาวบ้านบางส่วนยังคงอพยพไปอาศัยบริเวณริมถนนสายคันคลองมหาราชเป็นการชั่วคราว

นอกจากนี้ กองพันซ่อมบำรุงเครื่องบินทหารบกจังหวัดลพบุรี ได้เข้าให้การช่วยเหลือชาวบ้าน พร้อมนำอาหารและน้ำดื่มออกแจกจ่ายชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่

ส่วนที่จังหวัดนนทบุรี ผลกระทบจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น ชาวบ้านตำบลบางขนุน อำเภอบางกรวย ชาวสวนสุดที่จะต้านทานน้ำได้ แม้ว่าทั้งชาวบ้านและจิตอาสา จะระดมช่วยกันนำกระสอบทรายนับพันลูกมากั้นเรียงเป็นแนวเขื่อน แต่ก็ไม่สามารถต้านทานมวลน้ำ สวนผลไม้เสียหาย ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน, ส้มโอ, กล้วย, ขนุน และผลไม้อื่น ๆ ได้รับผลกระทบเนื่องจากน้ำที่ท่วมมาเป็นเวลาเกือบ 1 สัปดาห์ และยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงในช่วงนี้ มิหนำซ้ำ น้ำที่ขังเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็น หากน้ำทะเลหนุนขึ้นมาอีก ก็คงจะต้องไดรับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นอีกแน่

ดูเพิ่มเติมแสดงน้อยลง Bookmark