คลิปที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์สัญญา เมสซี่ กับ เปแอสเช เพราะอะไรไม่ผิดกฎการเงิน | บ้าบอคอร์บอล EP.76

Podcast EP.76 : วิเคราะห์สัญญา เมสซี่ กับ เปแอสเช เพราะอะไรไม่ผิดกฎการเงิน

ลิโอเนล เมสซี ย้ายไปร่วมทีม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยสัญญา 2 ปี หรือจนถึงปี 2023 พร้อมรับค่าเหนื่อยปีละ 25 ล้านยูโร และเมื่อรวมโบนัสต่างๆ ตามผลงานแล้วอาจได้เงินสูงสุดุถึง 35 ล้านยูโรต่อปีเลยทีเดียว และมีออปชั่นขยายสัญญาได้อีก 1 ปีหากต้องการ นอกจากนั้นยังได้รับโบนัสค่าเซ็นสัญญาเป็นเงิน 21 ล้านยูโร

โดยค่าเหนื่อยของ เมสซี่ ต่อปีคนเดียว มากกว่านักเตะของ ลีลล์ แชมป์ลีกเอิง เมื่อฤดูกาลที่แล้วทุกคนรวมกันซะอีก เมื่อเฉลี่ยแล้ว เมสซี่ ได้ค่าเหนื่อยสัปดาห์ละประมาณ 650,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ขณะที่ เรนาโต้ ซานเชซ นักเตะค่าเหนื่อยสูงสุดของ ลีลล์ ได้รับแค่ 51,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เท่านั้น

ตอนนี้ เมสซี่ ที่ย้ายไปอยู่ปารีส เข้าพักที่โรงแรม เลอ รัวยาล มงโซ่ ใกล้กับประตูชัย สถานที่สำคัญของปารีส เป็นห้องลักซูรี่สูท ราคาคืนละหลายแสนบาท ซึ่งเป็นสถานที่เซ็นสัญญาระหว่าง เมสซี่ กับ เปแอสเช ด้วย โดยเป็นโรงแรมในเครือของสปอนเซอร์ใหญ่บนหน้าอกเสื้อของ เปแอสเช เช่นเดียวกับ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, อาชราฟ  ฮาคิมี่ และ จิอันลุยจิ ดอนนารุมมา ด้วย

โดย เปแอสเช ได้เข้าเจรจาโดยตรงกับ ฮอร์เก เมสซี่ คุณพ่อของ ลิโอเนล เมสซี่ แบบไม่ผ่านคนกลาง ซึ่งทาง นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี ประธานสโมสรเปแอสเช ยืนยันว่าการทำสัญญาทุกอย่างถูกต้องตามกฎ Financial Fair Play ทุกประการ “เราปฏิบัติตามกฎการเงินมาตั้งแต่วันแรกแล้ว และจะปฏิบัติตามตลอดไป ก่อนที่เราจะคว้าตัว เมสซี่ ได้มีการหารือกับทางฝ่ายการเงิน ฝ่ายการขาย และฝ่ายกฎหมายของเราเรียบร้อยแล้ว ซึ่งการที่ได้เห็นเราเซ็นสัญญากับ เมสซี่ นั่นแปลว่าเราสามารถเซ็นสัญญากับเขาได้ ถ้าไม่อย่างนั้นเราก็คงไม่ทำ เราจะไม่ทำในสิ่งที่เราทำไม่ได้อย่างแน่นอน”

โดยทาง อัล-เคไลฟี มอบหมายให้ มาร์ค อาร์มสตรอง อดีตรองประธานฝ่ายการตลาดของ NBA และอดีตผู้อำนวยการฝ่ายขายของ NFL ซึ่งปัจจุบันรับตำแหน่งเป็น หัวหน้าแผนกสปอนเซอร์ชิปของ เปแอสเช เป็นผู้รับผิดชอบในการหาวิธีคว้าตัว เมสซี่ มาร่วมทีมให้ได้

ซึ่งทาง อาร์มสตรอง เชื่อมั่นว่าการได้ตัว เมสซี่ มาร่วมทีม จะสามารถสร้างรายได้ให้กับสโมสรมากมาย ด้วยการติดต่อกับผู้สนับสนุนรายต่างๆ เพื่อขอทำสัญญาใหม่ที่จะมีการเก็บเงินเพิ่มขึ้น ค่าบัตรเข้าชมเกมในสนาม การทัวร์สนามซึ่งมีการคำนวณว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังกรุงบาร์เซโลนา เพราะชื่นชอบในตัวของ เมสซี่ ไปจนถึงการยกระดับแบรนด์ของสโมสรให้ก้าวสู่ไปแบรนด์ทีมระดับโลก

โดยมีการเปิดเผยว่า คลิปวิดีโอแรกที่ เปแอสเช ยืนยันการคว้าตัว เมสซี่ ในทวิตเตอร์ มีคนไลก์เกิน 1 แสนคน ในเวลาไม่ถึง 10 นาที ขณะที่ในเฟซบุ๊ก มียอดกดไลก์เกิน 6 แสนไลก์ภายในเวลาแค่ 2 นาทีเท่านั้น ขณะที่ยอดขายเสื้อของ เมสซี่ ผ่านทางเว็บไซต์สโมสร มียอดจำหน่ายเกิน 1 แสนตัว ภายในเวลา 1 ชั่วโมงด้วย

ซึ่งมีการคำนวนว่า ยอดขายเสื้อของ เมสซี่ ที่ตอนนี้ขายไปมากกว่า 200,000 ตัวแล้วผ่านทางออนไลน์ เมื่อลองคำนวณว่า เสื้อตัวละ 108 ยูโร ทำให้ เปแอสเช สามารถทำเงินจาก เมสซี่ ไปได้แล้วมากกว่า 21.6 ล้านยูโร เลยทีเดียว

นอกจากนั้นยังมีรายงานเปิดเผยออกมาด้วยว่า ไมเคิ่ล จอร์แดน อดีตนักบาสเก็ตบอลชื่อดัง ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ จอร์แดน ผู้ผลิตชุดแข่งให้กับสโมสร เปแอสเช อยู่ตอนนี้ ซึ่งเขาจะได้รับเงิน 5 เปอร์เซ็นของรายได้ที่ เปแอสเช หาได้จากการขายชุดของสโมสร ทำให้ตอนนี้ จอร์แดน ได้รับเงินจากการขายเสื้อของ เมสซี่ ไปแล้วถึง 6 ล้านยูโร หลังจาก เปแอสเช ทำเงินจากการขายเสื้อ เมสซี่ ได้แล้ว 120 ล้านยูโร

ลิโอเนล เมสซี่ เป็นคนที่มียอดกดไลก์ในอินสตาแกรมสูงที่สุดในโลก โดยภาพในอินสตาแกรมที่ยอดคนไลก์มากที่สุด 3 อันดับแรกของหมวดกีฬาเป็นของ เมสซี่ นำโดย รูปที่คว้าแชมป์โคปา อเมริกา ยอดกดไลก์ 21.8 ล้านไลก์ อันดับสอง รูปตอนชูเสื้อเปิดตัวกับ เปแอสเช มีคนกดไลก์ทั้งหมด 21.6 ไลก์ และอันดับ 3 รูปกับถ้วยแชมป์ ในวันที่ เมสซี่ อำลาบาร์เซโลน่า มีคนไลก์ 20.9 ไลก์

ขณะที่เงื่อนไขการคว้าตัวของ ลิโอเนล เมสซี่ นั้นทาง เปแอสเช ไม่ได้จ่ายเป็นเงินสดทั้งหมด แต่จ่ายด้วย PSG Fan Tokens ซึ่งเป็นหน่วยเงิน cryptocurrency แทน โดยสโมสรไม่ได้เปิดเผยจำนวน แต่รายงานว่าจ่ายด้วย แฟนโทเค็นเป็นค่าโบนัสในการเซ็นสัญญาให้กับ เมสซี่ เป็นจำนวนมาก รวมถึงยังมีการแบ่งค่าลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ในเปอร์เซ็นต์ที่สูงมาก เพื่อลดเพดานเงินโดยรวมของทีมอีกด้วย

สำหรับ PSG Fan Tokens มียอดเทรดกันไปกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ ในวันก่อนที่ เมสซี่ จะเปิดตัวกับทีม ซึ่งโครงการนี้ เริ่มมาตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งคนที่ครอบครองแฟนโทเค็นนี้ จะมีสิทธิพิเศษในสโมสรเปแอสเชมากมาย เช่นการโหวตเลือกนักเตะยอดเยี่ยม ลูกยิงยอดเยี่ยมแห่งปี หรือวิดีโอคอล คุยกับนักเตะด้วย

ขณะเดียวกันทาง เปแอสเช เองก็เตรียมลดค่าใช้จ่ายภายในทีมลง ด้วยการปล่อยนักเตะออกจากทีมถึง 10 คน นำโดย เมาโร อีการ์ดี้, อันเดร เอร์เรร่า, อิดริสซ่า กาน่า เกย์, อับดู ดิยัลโล่, ธีโล เคห์เรอร์, ราฟินญ่า อัลกันตาร่า และอีก 4 คน ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดค่าเหนื่อยของทีมลงได้ปีละประมาณ 25-30 ล้านปอนด์

รวมไปถึงการยกเลิกการคว้าตัว พอล ป็อกบา ในช่วงซัมเมอร์นี้ และอาจเปลี่ยนไปเป็นการคว้ามาร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัวแทน เนื่องจากสัญญาของ ป็อกบา กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะหมดลงในฤดูกาลหน้า ประกอบกับที่ทาง ยูฟ่า ได้ผ่อนปรนกฎ Financial Fair Play บางประการเพื่อช่วยเหลือสโมสรฟุตบอลที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ด้วย

ฟังรายการ บ้าบอคอร์บอล Podcast ได้ทั้ง 2 ช่องทาง
:: คลิกฟังทาง Soundcloud
:: คลิกฟังทาง Spotify

ติดตามรายการ บ้าบอคอร์บอล Podcast ทั้งหมดได้ทั้ง 3 ช่องทาง
:: ติดตามทาง >> Bugaboo.TV
:: ติดตามทาง >> Soundcloud
:: ติดตามทาง >> Spotify

ดูเพิ่มเติมแสดงน้อยลง Bookmark