ข่าวอื่นๆ

พรีวิวฟุตบอล ยูโร 2020 กลุ่ม ดี นัดสอง อังกฤษ พบกับ สกอตแลนด์ วันนี้


ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี นัดที่สอง ทีมชาติอังกฤษ พบกับ ทีมชาติสกอตแลนด์ ที่สนามเวมบลี่ย์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ประจำวันที่ 18 มิถุนายน เวลา 02.00 น.

เรื่องราวก่อนจะมาถึงแมตช์นี้

- อังกฤษ มีสามแต้มมาจากนัดแรกด้วยประตูชัยของ ราฮีม สเตอร์ริ่ง ในเกมกับ โครเอเชีย เป็นครั้งแรกในรอบ 9 นัด ที่อังกฤษชนะนัดเปิดสนาม (เสมอ 5 แพ้ 3) ถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยูโร รอบสุดท้าย

- สกอตแลนด์ ที่เล่นฟุตบอล ระดับทัวร์นาเม้นท์ครั้งแรกในรอบ 23 ปี กลับแพ้คาบ้านที่เฮมเดน ปาร์ค ด้วยการโดน เช็ก ยิงไป 0-2

ผลงานการพบกันก่อนหน้านี้

- ทั้งสองทีมเจอกันครั้งสุดท้าย ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก อังกฤษ ชนะ สกอตแลนด์ 3-0 จากการยิงของ สเตอร์ลิ่ง, อดัม ลัลลาน่า และ แกรี่ เคฮิลล์

- อังกฤษ ชนะ 18 จากการเจอกัน 32 นัด ที่สนามเวมบลี่ย์ โดยที่ สกอตแลนด์ ชนะได้แค่ 9 นัด แต่ในการเจอกัน 15 นัดหลังสุด ไม่มีเสมอ อังกฤษชนะ 11 และ สกอตแลนด์ชนะ 4

- ทั้งสองทีมเคยเจอกันในฟุตบอลทัวร์นาเม้นท์รอบสุดท้าย เพียงแค่ครั้งเดียว ในฟุตบอลยูโร 1996 เล่นกันที่สนามเวมบลี่ย์ ครั้งสุดท้ายที่ สกอตแลนด์ ได้เล่นในยูโร รอบสุดท้าย นัดนั้น อังกฤษได้ประตูจาก อลัน เชียเรอร์ และ พอล แกสคอยน์ ที่ยิงได้หลังจาก เดวิด ซีแมน เซฟจุดโทษของ แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์

- ทั้งสองทีมเคยลงสนามพบกันมาทั้งหมด 114 นัด เป็นสองชาติที่เจอกันบ่อยที่สุดในโลก โดยอังกฤษ มีสถิติชนะ 48 สกอตแลนด์ ชนะ 41 นัด และเสมอกันไป 25 นัด ซึ่งนับสกอร์รวม อังกฤษ 203 - 174 สกอตแลนด์

ข้อมูลของทีมชาติอังกฤษ ในฟุตบอลยูโร

- ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ยิงประตูชัยให้ทีมชนะ โครเอเชีย ถือเป็นประตูแรกของเขาในฟุตบอลทัวร์นาเม้นท์รอบสุดท้าย หลังจากก่อนหน้านี้ 14 นัดยิงไม่ได้เลย ตอนนี้ สเตอร์ลิ่ง ยิงให้ทีมชาติไปแล้ว 15 ประตู จากการลงเล่น 62 นัด โดยเป็น 13 ประตูจาก 17 นัดหลังสุด และใน 11 เกมที่ สเตอร์ลิ่ง ยิงได้ ทีมชาติอังกฤษ ไม่เคยแพ้

- จู๊ด เบลลิ่งแฮม ได้ลงเป็นตัวสำรองในเกมกับ โครเอเชีย กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดในฟุตบอลยูโร รอบสุดท้าย ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปี 349 วัน ทำลายสถิติเดิมของ เจโทร วิลเลี่ยมส์ ที่ทำไว้เมื่อปี 2012 ด้วยวัย 18 ปี 71 วัน

- ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษชุดนี้แค่คนเดียว ที่เคยยิงประตูในฟุตบอลยูโร รอบสุดท้าย เขายังเป็น 1 ใน 6 ผู้เล่น ที่เคยมีส่วนร่วมในฟุตบอลยูโร 2016 ส่วนที่เหลือก็คือ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, มาร์คัส แรชฟอร์ด, จอห์น สโตนส์, ไคลน์ วอล์กเกอร์ และกัปตันทีม แฮร์รี่ เคน

- แฮร์รี่ เคน ดาวซัลโวของฟุตบอลโลก 2018 ที่ยิงไป 6 ประตู ยังไม่เคยยิงประตูในฟุตบอลยูโร รอบสุดท้าย ได้เลย หลังจากลงเล่นไป 5 นัด แต่ในรอบคัดเลือก เคน ยิงไปแล้ว 15 ประตู จากการเล่นรอบคัดเลือก 13 นัด ทำให้เขารั้งอันดับ 2 ดาวซัลโวในรอบคัดเลือกของทีมชาติอังกฤษ ตามหลัง เวย์น รูนี่ย์ ที่เคยยิงไว้ 20 ประตู

- อังกฤษ ต้องเรียกตัว อารอน แรมส์เดล เข้ามาแทนที่ ดีน เฮนเดอร์สัน ที่บาดเจ็บสะโพกแล้วถอนตัวไป

ข้อมูลของทีมชาติสกอตแลนด์ ในฟุตบอลยูโร

- สกอตแลนด์ เปิดสนามแพ้ให้กับ เช็ก 0-2 เป็นการแพ้นัดแรกในรอบ 6 นัด (ชนะ 2 เสมอ 3) และแพ้นัดที่ 3 จาก 17 นัดหลังสุด ซึ่งใน 17 นัดพวกเขาชนะถึง 8 เกมเลยทีเดียว ซึ่งความพ่ายแพ้อีกสองนัดที่เหลือเป็นการแพ้จุดโทษด้วย

- สกอตแลนด์ ชุดนี้เป็นทีมที่มีประสบการณ์น้อยที่สุดในฟุตบอลยูโร 2020 โดยนักเตะ 26 คน ติดทีมชาติรวมกันแค่ 498 นัด โดยที่นับเฉพาะ เคร็ก กอร์ดอน ผู้รักษาประตูวัย 38 ปี คนเดียวก็ติดทีมชาติไปมากกว่า 50 นัดแล้ว และยังเป็นทีมชาติที่ยิงประตูได้น้อยที่สุดด้วย โดยมี จอห์น แม็คกินน์ นำเป็นดาวซัลโวของทีมที่ 10 ประตู ซึ่งเป็นนักเตะคนเดียวในทีมชุดนี้ที่ยิงแตะเลขสองหลัก

- ขณะที่นักเตะไม่มีประสบการณ์ในเวทีนานาชาติเลย แต่นักเตะ 10 คนในทีมชุดนี้ ค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา รวมถึง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน กัปตันทีม ที่เล่นให้ ลิเวอร์พูลไปครบ 38 นัดในฤดูกาลนี้ ขณะที่ สกอต แม็คโทมิเนย์ ลงเล่นนัดชิงยูโรป้า ลีก ให้กับ แมนยูฯ และ บิลลี่ กิลมอร์ ก็อยู่ในทีมเชลซี ชุดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกด้วย

- 7 ประตูที่ จอห์น แม็คกินน์ ยิงได้ในรอบคัดเลือก ทำให้เขาขาดอีกประตูเดียวเพื่อเป็นดาวซัลโวร่วม ในฟุตบอลยูโร กับ อัลลี่ แม็คคอยสท์ ตำนานกองหน้าของเรนเจอร์ส ที่เป็น 1 ใน 4 นักเตะของสกอตแลนด์ ที่เคยยิงประตูได้ในฟุตบอลยูโร รอบสุดท้าย

- เกมแรก คีแรน เทียร์นี่ย์ แบ็คตัวเก่งของ อาร์เซน่อล ไม่ได้ลงสนามให้กับทีมเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามในนัดที่แล้วของทั้งสองทีม

อังกฤษ (4-2-3-1) : จอร์แดน พิคฟอร์ด, ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, ไทรอน มิงส์, คีแรน ทริปเปียร์, ดีแคลน ไรซ์, คาลวิน ฟิลลิปส์, ราฮีม สเตอร์ลิง (โดมินิค คัลเวิร์ต เลวิน น.90), เมสัน เมาน์ท, ฟิล โฟเด้น (มาร์คัส แรชฟอร์ด น.71), แฮร์รี่ เคน (จู้ด เบลลิงแฮม น.82)

สกอตแลนด์ (3-5-2) : เดวิด มาร์แชลล์, แจ็ค เฮนดรี้, แกรนท์ แฮนลี่ย์, เลียม คูเปอร์, สตีเฟ่น โอดอนเนลล์, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, จอห์น แม็คกินน์, สจ๊วจ อาร์มสตรอง, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, ลินดอน ไดค์ส, ไรอัน คริสตี้

โปรแกรมแข่งขัน ผลการแข่งขัน ตารางคะแนนแบบอัพเดทนัดต่อนัดของ ฟุตบอลยูโร 2020 ครบทุกคู่ : คลิกที่นี่

ดูเพิ่มเติมแสดงน้อยลง Bookmark