ศาลสั่งจำคุก เณรคำ 114 ปี ฉ้อโกง-ฟอกเงิน สั่งชดใช้เงินผู้เสียหาย 29 ราย

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

เจาะประเด็นข่าวค่ำ - ศาลอาญาพิพากษา อดีตหลวงปู่เณรคำ สั่งจำคุก 114 ปี คดีฉ้อโกง ฟอกเงิน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ แต่ตามกฎหมายรวมโทษทุกกระทงแล้ว จำคุกได้สูงสุด 20 ปี พร้อมสั่งชดใช้เงินผู้เสียหาย 29 ราย

เช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้เบิกตัว นายวิรพล สุขผล อายุ 39 ปี หรือ อดีตพระวิรพล ฉัตติโก หรือ อดีตหลวงปู่เณรคำ จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เดินทางไปยังศาลอาญา ถนนรัชดา เนื่องจากศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวิรพล ที่ทางการสหรัฐอเมริกา ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน เป็นจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยปาราชิก พ้นจากความเป็นภิกษุสงฆ์เพราะเสพเมถุน ถือว่าไม่ได้เป็นภิกษุที่ปฏิบัติดีในช่วงเวลาที่มีการเชิญชวนประชาชน ให้มาร่วมสร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก จึงเป็นการหลอกลวง อีกทั้งการก่อสร้างพระแก้วมรกตไม่ได้มีการนำหยกจากประเทศอิตาลีมาก่อสร้างตามที่กล่าวอ้าง แต่กลับใช้อิฐหินปูนมาก่อสร้างแทน

อีกทั้ง ยังมีพฤติการณ์ใช้เงินบริจาคฟุ่มเฟือย เช่น ซื้อรถยนต์หรูหลายคัน เช่าเครื่องบินส่วนตัวเดินทาง และใช้สินค้าราคาแพง จึงเป็นการนำเงินบริจาคของประชาชนที่มีความศรัทธาไปใช้ส่วนตัว ไม่ได้ทำตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค ถือว่ามีความผิดจริง จึงพิพากษาให้จำคุก 87 ปี ในฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน ให้จำคุก 24 ปี ความผิดฐานฟอกเงิน และให้จำคุก 3 ปี ฐานความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมแล้วให้จำคุก 114 ปี แต่ตามกฎหมายกำหนดให้ลงโทษได้ไม่เกิน 20 ปี คงเหลือให้จำคุก 20 ปี และชดใช้เงินตามจริงให้กับผู้เสียหาย 29 คน

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นระหว่างปี 2552-2556 จำเลยอาศัยความเป็นพระภิกษุ ในฐานะประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จังหวัดศรีสะเกษ และความศรัทธาของประชาชน หลอกลวงว่านิมิตพบองค์อินทร์ ขอให้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก และสร้างมหาวิหารครอบองค์พระ โดยใช้หยกเขียวแท้จากประเทศอิตาลี และสร้างเครื่องทรงพระแก้ว 3 ฤดู ด้วยทองคำแท้ และก่อสร้างเสาวิหารแก้ว 199 ต้น รูปหล่อพระทองคำ ซึ่งเป็นรูปเหมือนจำเลย ก่อสร้างวิหารสำหรับประชาชนที่วัดป่าขันติธรรม สาขา 1 จังหวัดอุบลราชธานี สร้างวัดที่จังหวัดสุพรรณบุรี รวมทั้งการจัดซื้อเรือจากประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 

โดยประกาศชักชวนให้ประชาชนนำเงิน ทองคำ และทรัพย์สินมาบริจาคกับจำเลย ที่วัดป่าขันติธรรม โดยจัดตู้บริจาค 8 ตู้ นอกจากนี้ ยังใช้เว็บไซต์ชื่อ หลวงปู่เณรคำ (www.Luangpunenkham.com) เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการจัดสร้างสิ่งต่าง ๆ จนมีผู้เสียหาย 29 ราย หลงเชื่อเข้าร่วมบริจาคเงิน และทรัพย์สินจำนวนกว่า 28 ล้านบาท ทั้งที่ความจริงแล้วจำเลยมิได้ก่อสร้างใด ๆ เลย 

ขณะที่ผู้เสียหายเบิกความยืนยันเหตุที่ร่วมทำบุญกับจำเลย เพราะมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา เชื่อว่าจำเลยเป็นผู้ปฏิบัติดี มีปาฏิหาริย์ เป็นพระอรหันต์ จึงมีจิตศรัทธาบริจาคให้โดยไม่คิดว่าจะถูกหลอก โดยการบริจาคมีทั้งมอบให้จำเลยโดยตรง โอนเงินผ่านบัญชี หรือหยอดตู้บริจาค

ต่อมา พบว่าจำเลยใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย ปราศจากเหตุผล ซื้อเครื่องบินส่วนตัว รถยนต์หรู และรถตู้รวมหลายสิบคัน โดยรถระบุชื่อจำเลยเป็นเจ้าของ มีพยานหลักฐานการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝาก พยานบุคคลเบิกความตามที่รู้เห็น พยานเอกสารสามารถตรวจสอบได้

ส่วนทรัพย์สินที่จำเลยนำไปใช้ส่วนตัวนั้น ภายหลังศาลแพ่งได้พิพากษาให้ยึดทรัพย์ จำนวนกว่า 43 ล้านบาท เป็นพยานหลักฐานสำคัญว่านำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งจำเลยก็มิอาจนำสืบให้เห็นได้ ว่าที่มาของทรัพย์สินนั้นมาจากไหน อย่างไร

นอกจากนี้ ยังมีคดีที่อัยการโจทก์ขอให้นับโทษต่อจากคดีที่ อดีตหลวงปู่เณรคำ ถูกฟ้องข้อหากระทำชำเราเด็กหญิงนั้น ศาลอาญายังไม่มีคำพิพากษาในขณะนี้ จึงให้ยกคำขอนับโทษต่อ โดยศาลอาญาจะนัดพิพากษาในเดือนตุลาคมนี้

TAG : อดีตหลวงปู่เณรคำหลวงปู่เณรคำเณรคำจับเณรดำเณรดำ ฉ้อโกงเณรดำ ฟอกเงินฉ้อโกงพระฟอกเงินจำคุก เณรคำวิรพล สุขผล

คลิปที่เกี่ยวข้อง