อสส.เผยพบผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั่วประเทศ 3-9 เม.ย. รวม 5,264 คน

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

เจาะประเด็นข่าวค่ำ - นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงภาพรวมการดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ระหว่างวันที่ 3-9 เมษายน 2563 อัยการได้ยื่นฟ้องผู้ฝ่าฝืนจำนวน 4,138 คดี ผู้ต้องหา 5,264 คน แบ่งเป็นชาย 4,054 คน หญิง 1,210 คน ส่วนใหญ่ถูกดำเนินคดีฝ่าฝืนคำสั่งออกนอกเคหสถาน 22.00-04.00 น. โดยผู้กระทำผิดส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 20-35 ปี จำนวน 2,537 คน รองลงมาเป็นช่วงอายุ 35-55 ปี จำนวน 1,764 คน สอดคล้องกับสถิติผู้ติดเชื้อในประเทศที่ส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าสูงมากในช่วงเวลาเพียง 7 วัน

การส่งฟ้องดำเนินคดี นอกจากขอให้ศาลลงโทษแล้ว อัยการจะขอให้กักตัวห้ามออกจากบ้านอีก 7 วันทุกคดี ซึ่งทุกคนต้องปฏิบัติตาม หากฝ่าฝืนจะมีความผิดอาญาฐานฝ่าฝืนคำสั่งศาล มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนผู้กระทำผิดที่เป็นผู้เยาว์ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้หารือร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ใช้มาตรการดูแลเด็กก่อนส่งฟ้อง หากเห็นว่าเด็กจะสามารถกลับตัวเป็นคนดีได้โดยไม่ต้องดำเนินคดี ก็จะใช้วิธีดูแลเด็ก โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ

รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เผยด้วยว่า กรณีศาลแขวงนนทบุรีสั่งจำคุกเจ้าของบ่อนการพนัน 6 เดือน และนักพนัน 100 คน ๆ ละ 15 วัน โดยไม่รอลงอาญา ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถือเป็นตัวอย่างของการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น หากเป็นสถานการณ์ปกติความผิดฐานเล่นการพนันมีโทษเพียงปรับเท่านั้น แต่สถานการณ์ที่ต้องการความร่วมมือจากทุกคน เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เพื่อบ้านเมืองกลับสู่สถานการณ์ปกติโดยเร็วที่สุด

TAG : เคอร์ฟิวไวรัสโควิด 19โควิด 19ข่าวโควิด19ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวฝ่าฝืน พรก ฉุกเฉินพรก ฉุกเฉิน

คลิปที่เกี่ยวข้อง