เทียบจุดเกิดเหตุคดี บอส อยู่วิทยา หลังผู้เชี่ยวชาญยันความเร็ว-การชนสำนวนใหม่ขัดกับหลักฐานแรก

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

เจาะประเด็นข่าวค่ำ - ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจจุดเกิดเหตุคดีรถเฟอร์รารี่หรูของ บอส อยู่วิทยา ชนรถจักรยานยนต์ ดาบตำรวจ วิเชียร เทียบให้เห็นภาพกับกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญออกมายืนยันอีกครั้งว่า ความเร็วของรถเฟอร์รารี่ที่พยานใหม่ทั้ง 2 คน ให้ข้อมูล ขัดแย้งกับหลักฐานและหลักการเกิดอุบัติเหตุที่สอบสวนได้ในตอนแรก ติดตามกับคุณธัญญารัตน์ ถาม่อย

ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ บริเวณซอยสุขุมวิท 47-49 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุที่ บอส อยู่วิทยา ทายาทตระกูลธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง ขับรถเฟอร์รารี่หรูชน ดาบตำรวจ วิเชียร เมื่อปี 2555 กระทั่งล่าสุดมีการเปิดเอกสารหนังสือคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ 

โดยเป็นสำนวนการสอบสวนที่สอบเพิ่มเติมเมื่อปี 2562 หลังทนายความยื่นขอความเป็นธรรม และปรากฏชื่อพยานใหม่ 2 ราย ที่กลายเป็นจุดพลิกผันของคดี พยาน 2 รายนี้ ให้ปากคำในเดือนธันวาคม ปี 2562 อ้างว่า ขับรถตามรถทั้ง 2 คัน ที่เกิดเหตุ และเห็นว่ารถเฟอร์รารี่ขับมาในช่องทางเดินรถที่ 3 ด้วยความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วน ดาบตำรวจ วิเชียร ขี่รถจักรยานยนต์มาในช่องทางเดินรถที่ 1 แล้วเปลี่ยนมาช่องทางเดินรถที่ 2 จากนั้นเข้าไปในช่องทางเดินรถที่ 3 ในระยะกระชั้นชิด จนทำให้รถเฟอร์รารี่เฉี่ยวชน

จากข้อมูลของพยานใหม่ ที่เพิ่งมาให้ปากคำหลังเกิดเหตุนานกว่า 7 ปี ก็ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยว่า ประจักษ์พยานทั้ง 2 คน ยังน่าเชื่อถืออยู่หรือไม่ รวมถึงประเด็นคำให้การต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปจากการสอบสวนในครั้งแรก

เทียบจากข้อมูลที่เราลงพื้นที่ ประเด็นคำให้การของพยานใหม่ เรื่องการเปลี่ยนช่องทางรถจักรยานยนต์ของ ดาบตำรวจ วิเชียร จุดที่เกิดการชนอยู่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 47 ในช่องทางเดินรถที่ 3 ติดกับเกาะกลางถนน อาจเป็นไปได้ว่า ดาบตำรวจ วิเชียร จะเปลี่ยนช่องทางจราจรจากซ้ายสุดเพื่อใช้จุดกลับรถ แต่ประเด็นนี้ก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่า หากกลับรถตรงนี้ก็จะเป็นคนละเส้นทางกับที่จะมุ่งหน้าไป สน.ทองหล่อ ซึ่งขี่รถจักรยานยนต์ชิดซ้ายไปอีกไม่ไกล

โดยหลังเกิดอุบัติเหตุ รถของ บอส อยู่วิทยา ยังได้ลากรถจักรยานยนต์ของ ดาบตำรวจ วิเชียร ไปไกลจนถึงปากซอยสุขุมวิท 49 ห่างจากจุดชนเป็นระยะทางราว 200 เมตร ขณะนั้นเจ้าหน้าที่พบศพ ดาบตำรวจ วิเชียร ติดกับเกาะกลางถนน ไม่มีร่องรอยการเบรก แต่มีร่องรอยคราบน้ำมันเครื่องรถไหลยาวเป็นทางไปจนถึงหน้าบ้านอยู่วิทยา

นอกจากนั้น ในเอกสารคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ มีการระบุถึงคำให้การของพยาน รวม 6 ปาก ทั้งเรื่องลักษณะการชนและความเร็ว ซึ่งหนึ่งในนั้นมีการเปลี่ยนคำให้การ

คนที่ 1 พันตำรวจตรี ธนสิทธิ แตงจั่น ผู้ตรวจสอบความเร็วรถขณะเกิดเหตุ ปี 2555 ให้การว่ารถเฟอร์รารี่มีความเร็วเฉลี่ย 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ต่อมาเปลี่ยนคำให้การอีกครั้งในปี 2559 ระบุว่าจากการคำนวณหาความเร็วด้วยวิธีใหม่ ได้ความเร็วของรถเฟอร์รารี่ ประมาณ 79 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คนที่ 2 พันตำรวจโท สมยศ แอบเนียม และคนที่ 3 พันตำรวจโท สุรพล เดชรัตนวิชัย รายงานผลการตรวจความเสียหายของรถ เปรียบเทียบกับคดีเฉี่ยวชนคดีอื่น ๆ ยืนยันว่าความเร็วของรถเฟอร์รารี่ไม่ใช่ 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คนที่ 4 รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนน ระบุว่า ความเร็วของรถเฟอร์รารี่ อยู่ที่ประมาณ 76 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ซึ่งคำให้การของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 4 คน สอดคล้องกับพยานใหม่ คนที่ 5 คือ ทหารยศพลอากาศโท และคนที่ 6 นาย จ. ที่มาให้การในปี 2562 อ้างว่าขับรถตามหลังรถจักรยานยนต์ของ ดาบตำรวจ วิเชียร และรถของ บอส อยู่วิทยา และทั้งหมดกลายเป็นจุดเปลี่ยนของคดี ที่ส่งผลให้ท้ายที่สุด มีการพิจารณาว่า ดาบตำรวจ วิเชียร คือ ผู้ที่ขี่รถจักรยานยนต์โดยประมาท จึงถูกรถเฟอร์รารี่ชนจนเสียชีวิต นำไปสู่คำสั่งไม่ฟ้อง บอส อยู่วิทยา

TAG : บอส อยู่วิทยาคดีบอส อยู่วิทยาข่าวบอส อยู่วิทยาบอส อยู่วิทยา ขับรถชนตำรวจขับรถชนตำรวจ

คลิปที่เกี่ยวข้อง