เราเที่ยวด้วยกัน ผลตอบรับดี แห่จองแล้วเกือบ 4 แสนห้อง กทม. -เชียงราย โรงแรมเข้าร่วมมากที่สุด

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม


ผ่านมา 19 วัน สำหรับการลงทะเบียนรับสิทธิ เราเที่ยวด้วยกัน ผ่าน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com  โดยผลการลงทะเบียนล่าสุดทะลุ 4.76 ล้านราย โรงแรมสนใจเข้าร่วมโครงการกว่า 6 พันแห่ง กทม. และ เชียงราย ครองแชมป์โรงแรมเข้าร่วมมากที่สุดในตัวแทนเมืองหลักและเมืองรอง

วันนี้ (6 ส.ค.63) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง รายงานผลการลงทะเบียนโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ผ่านทาง เว็บไซต์ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ณ วันที่ 6 ส.ค.63 เมื่อเวลา 13.00 น. โดยทางนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าจากที่ได้เริ่มโครงการเราเที่ยวด้วยกันตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นมา ในภาพรวมมีผลตอบรับในทางที่ดีมีประชาชนสนใจลงทะเบียน 4.76 ล้านราย ลงทะเบียนสำเร็จ 4.51 ล้านราย

ด้านโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการมี 6,815 แห่ง กระจายตัวอยู่ครบในทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยเมืองหลักที่มีโรงแรมสนใจเข้าร่วมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ กระบี่ ภูเก็ต และประจวบคีรีขันธ์ และเมืองรองที่มีโรงแรมสนใจเข้าร่วมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เชียงราย จันทบุรี น่าน นครศรีธรรมราช และตราด โดยมีการจองโรงแรมแล้ว 391,731 ห้อง จ่ายเงินจองเรียบร้อยแล้ว 388,461 ห้อง และโรงแรมที่มีการจองห้องพักแล้วมีจำนวน 3,465 แห่ง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งของจำนวนโรงแรมที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อคืนอยู่ที่ 2,950 บาท

เราเที่ยวด้วยกัน เปิดระบบแล้ว ลงทะเบียนรับสิทธิสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน เช็กเงื่อนไขเลย
เราเที่ยวด้วยกัน ยอดจองโรงแรมที่พักใกล้ 3 แสนสิทธิ เปิดวิธีจองโรงแรมที่พัก เช็กเลย

นอกจากนี้ หลังจากได้เปิดให้ร้านค้า OTOP เข้ามาลงทะเบียนร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 พบว่า มีร้านค้า OTOP สนใจเข้าร่วม 453 แห่ง ทั้งนี้ ร้านค้า OTOP ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนจะสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ทุกวันที่เว็บไซต์ www. เราเที่ยวด้วยกัน .com

โฆษกกระทรวงการคลังได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตรวจสอบพบผู้ประกอบการที่พักขนาดเล็ก 1 แห่งมีพฤติกรรมต้องสงสัยอาจเข้าข่ายทุจริตจากโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โดยที่พักดังกล่าวมียอดการจองห้องพักเต็มตลอดเวลาและเกินกว่าจำนวนห้องพักที่มีอยู่ รวมทั้งผู้เข้าพักมีประวัติการใช้ E-Voucher สำหรับการซื้ออาหารในที่พักโดยที่โรงแรมดังกล่าวไม่มีห้องอาหารไว้ให้บริการแก่ผู้เข้าพัก โดยขณะนี้ได้ระงับการจ่ายเงินสนับสนุนค่าที่พักในสัดส่วนร้อยละ 40 ของราคาที่พัก และ E-Voucher แล้ว และจะพิจารณาตัดสิทธิ

การเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันต่อไป โดยโฆษกกระทรวงการคลังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการเราเที่ยวด้วยกันมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นแหล่งรายได้และการจ้างงานหลักของประเทศ เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังนั้น จึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการที่พักปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เพื่อร่วมกันสร้างบรรยากาศที่ดีให้การท่องเที่ยวไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง

โครงการเราเที่ยวด้วยกัน จะได้รับส่วนลดการเข้าพักในโรงแรมที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมและโฮมสเตย์ที่ได้ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจะได้รับ E-Voucher คืนละ 600 บาท กรณีจองเที่ยววันธรรมดาจะได้รับ E-Voucher คืนละ 900 บาท ใช้จ่ายเป็นค่าอาหารและค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวในลักษณะร่วมจ่ายเช่นกัน ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนการใช้จ่ายในอัตราร้อยละ 40 ในส่วนของสายการบิน รวมถึงสนับสนุนค่าบัตรโดยสารเครื่องบินบางส่วนในลักษณะการจ่ายคืน (Redeem)

ในแพ็คเกจเราเที่ยวด้วยกัน สำหรับผู้จองที่พักที่เดินทางโดยสายการบิน ผู้จองที่พักจะต้องดำเนินการจองและชำระค่าบัตรโดยสารเครื่องบินเต็มจำนวนผ่านทางเว็บไซต์ของสายการบิน และรัฐบาลจะจ่ายเงินคืนในอัตราร้อยละ 40 ของค่าบัตรโดยสาร แต่ไม่เกิน 1,000 บาทต่อที่นั่ง โดยสิทธิสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินนั้นมีจำนวน 2 ล้านสิทธิ

โครงการเที่ยวปันสุข จัดทำขึ้น เพื่อฟื้นฟูภาคธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศหลังจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด – 19 โดยเที่ยวปันสุขนี้ประกอบไปด้วย 2 แพ็คเกจ คือ “เราเที่ยวด้วยกัน” ซึ่งเปลี่ยนชื่อใหม่จากการรวมโครงการ “เราไปเที่ยวกัน” และ “เที่ยวปันสุข” ให้อยู่ในโครงการเดียว และอีกแพ็คเกจ คือ “กำลังใจ” ซึ่งรัฐบาลจเข้ามาสนับสนุนในส่วนของที่พักโรงแรม ค่าตั๋วเครื่องบิน

BUGABOO NEWS
ขอบคุณ ข้อมูลและภาพจากเพจ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com



TAG : จองโรงแรมเราเที่ยวด้วยกันwww.เราเที่ยวด้วยกัน.comกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว