เด็กไทยคว้าที่ 3 แข่งขันเขียนโครงการพัฒนาเยาวชนระดับโลก

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม


เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา องค์กร UNIV LEADERS (ยูนีฟ ลีดเดอร์ส) ภายใต้สังกัดมูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ (International Youth Fellowship - IYF) ได้จัดงาน Online Global Leaders Conference หรือการประชุมเยาวชนนานาชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมในงาน “World Camp หรือค่ายวัฒนธรรมนานาชาติ” เป็นโปรแกรมการเขียนโครงการที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาของเยาวชนที่กำลังเผชิญอยู่ทั่วโลก อาทิ การศึกษา สิ่งแวดล้อม สุขภาพ อาหาร ความรุนแรง และปัญหาสังคมอื่นๆ เปิดโอกาสให้เยาวชนในระดับชั้นปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก แบ่งกลุ่มทีมละไม่เกิน 10 คน โดยจัดแข่งขันในรูปแบบออนไลน์ผ่านโปรแกรมซูม (Zoom) พร้อมกับอีก 12 ประเทศทั่วโลก คือ ฟิลิปปินส์ อินเดีย จีน กานา ไอวอรี่โคสต์ แอฟริกาใต้ เอธิโอเปีย เอสวาตินี ยูกันดา และคิริบาตี ผู้เข้าแข่งขันสามารถเลือกเขียนโครงการเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาของเยาวชนในประเทศไทย หรือของประเทศอื่นๆ ได้ สำหรับรางวัลที่ 1 จะได้รับเงิน 30,000 บาท รางวัลที่ 2  จะได้รับเงิน 15,000 บาท และรางวัลที่ 3 จะได้รับเงิน 9,000 บาท สำหรับการแข่งขันในประเทศไทยมีผู้สมัครเข้าร่วม 11 ทีม จำนวน 110 คน ซึ่งทีมเขียนโครงการจากประเทศไทยได้รับรางวัลที่ 3 จาก 113 ทีมทั่วโลก


ประเทศไทยได้จัดกิจกรรมผ่านโปรแกรมซูมในช่วง 19.00-22.00 น. แต่ละวันน้องๆ จะต้องแก้ไขไปตามโจทย์ที่เราจัดเตรียมให้ ซึ่งจะมีคณะกรรมการคนไทยคอยตัดสินและให้คะแนน แต่ในการนำเสนอผลงานเป็นวิดีโอชิ้นสุดท้าย จะส่งไปให้ศูนย์ใหญ่ที่เกาหลีใต้เป็นผู้ให้คะแนน พร้อมรวบรวมคะแนนจากฝั่งไทยเพื่อตัดสินในรอบสุดท้าย จากนั้นจะนำโครงการที่ได้รับรางวัลไปเสนอให้กับประเทศต่างๆ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับนโยบายของรัฐบาลในอนาคต

บรรยากาศการแข่งขันของประเทศไทย สมาชิกในแต่ละทีมส่วนใหญ่เป็นเยาวชนที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นหัวกะทิของสถาบันต่างๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เนื่องด้วยนักเรียนระดับชั้นมัธยมสมัครเข้ามาเป็นจำนวนมาก เราจึงอนุโลมให้น้องๆ ร่วมการแข่งขันได้ โดยทุกคนตั้งใจและทุ่มเทให้กิจกรรมมาก แม้ในบางวันจะต้องทำกิจกรรมร่วมกันจนดึกดื่นก็ไม่มีใครถอย บางกิจกรรม เช่นใน Mission 3 ที่ต้องเขียนโครงการให้เสร็จภายใน 3 ชั่วโมง บางทีมปรึกษาหารือกันจนถึงเช้าตรู่ของวันถัดไป น้องบางคนไม่สามารถเข้าร่วมในกิจกรรมตามเวลาที่กำหนดได้ในบางครั้ง ก็จะหาเวลาช่วยเพื่อนทำงานระหว่างวันที่มีเวลา

เมื่อผ่านการแข่งขันไปประมาณครึ่งทาง เราส่งต่อจิตใจของ IYF ไปให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคน โดย ดร.(กิตติมศักดิ์) ฮักเชิล คิม ผู้ก่อตั้ง IYF ประจำประเทศไทย ได้ให้บรรยายเรื่องโลกของจิตใจ หรือ Mind Lecture ซึ่งยกตัวอย่างเรื่องราวของนักไอซ์สเก็ตหญิงชาวเกาหลีใต้ที่ชื่อว่า คิมยูนา อาจารย์บอกน้องๆ ว่าศัตรูที่สำคัญที่สุดไม่ใช่คนอื่นหรือคู่แข่ง แต่เป็นตัวของพวกเราเอง กว่าที่คิมยูนา จะประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้เธอต้องหักห้ามใจในการใช้ชีวิต ทั้งการควบคุมอาหาร การซ้อมอย่างสม่ำเสมอ และไม่ได้ไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนคนอื่น โดยเธอได้ให้สัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่า คู่แข่งที่กลัวที่สุดของเธอคือตัวเธอเอง อาจารย์พยายามจะสื่อสารว่าคู่แข่งของน้องในครั้งนี้ไม่ใช่คนอื่น แต่คือตัวน้องเอง จิตใจที่เอาชนะตัวเองดีกว่าการที่จะไปแข่งขันกับคนอื่น โดยน้องๆ ก็ได้รับคำแนะนำของอาจารย์เข้ามา เพราะพวกเขาได้ตั้งเป้าหมายที่จะทำโครงการของเขาให้ออกมาดีที่สุดเพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาระบบการศึกษาแทน


กิจกรรมจะแบ่งย่อยเป็น 10 Missions ประกอบด้วย

MISSION 1:  เสนอไอเดีย
MISSION 2 :  ต่อยอดไอเดีย และนำเสนอแบบ
MISSION 3 :  คิดไอเดียเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์
MISSION 4, 5 : เตรียมนำเสนอโครงการ
MISSION 6 :  นำเสนอโครงการ
MISSION 7 :  แปลโครงการตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ
MISSION 8 :  แบ่งปันกับเยาวชนต่างประเทศ
MISSION 9 :  นำเสนอโครงการรอบสุดท้าย เป็นภาษาอังกฤษ
MISSION 10 :  ทำวิดีโอนำเสนอโครงการ เป็นภาษาอังกฤษ พร้อมกันกับ 12 ประเทศ

ทีมของไทยที่ได้รางวัลที่ 3 ประกอบด้วย 1.น.ส.จุฬาลักษณ์ สุขธนสมบัติ (เพลง) อายุ 17 ปี โรงเรียนสตรีระนอง 2.น.ส.นงค์ณภัทร แก้วขาว (ใบเตย) อายุ 17 ปี โรงเรียนสตรีระนอง 3.น.ส.กรพินทุ์ กันทะขัติ (หมิง) อายุ 17 ปี โรงเรียนสตรีระนอง 4.มูฮัมหมัดฟิตรีย์ สาเระ (ฟิตรี) อายุ 17 ปี โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ 5.น.ส.เบญญาภา พลายด้วง (แพรว) อายุ 17 ปี โรงเรียนสตรีระนอง 6.น.ส.ยลฤดี ปิยะทัติ (พลอย) อายุ 19 ปี โรงเรียนสตรีระนอง 7.นายอดุลย์สมาน สุขแก้ว (ไม) อายุ 35 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 8.น.ส.ณัชชา ตันเทวี (จีนี่) อายุ 17 โรงเรียนสตรีระนอง 9.นายกิตตินันท์  อัครนิธิยานนท์ (อู๋) อายุ 22 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ 10.นายรุสลัน บาหะ (ลัน) อายุ 16 ปี โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ

ทีมไทยเลือกประเด็นปัญหาด้านระบบการศึกษาของประเทศบราซิล ในหัวข้อ ‘การเพิ่มแรงจูงใจในการเรียนรู้ผ่านการทำงานให้กับเยาวชนในบราซิล’ เนื่องจากปัญหาของเยาวชนในประเทศบราซิลส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาเรื่องครอบครัวและการขาดงบประมาณเพื่อใช้ในการศึกษา

ลักษณะการดำเนินงานคือ หากลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นเยาวชนที่กำลังประสบปัญหา ทั้งกลุ่มที่อยู่ในโรงเรียนที่กำลังจะลาออกและกลุ่มที่ขาดโอกาสทางการศึกษามาจำนวนหนึ่ง เช่น ประมาณ 10 คน โดยในระยะ 6 เดือนแรก จะนำเยาวชนทั้ง 10 คนนี้มาอบรมกกับ IYF เพื่อได้รับ Mindset ที่ถูกต้อง นอกจากนี้จะสร้างแอพพลิเคชั่นเพื่อประเมินว่าเยาวชนกลุ่มนี้มีความถนัดหรือความสามารถทางด้านใด มีความอ่อนแอหรือมีปัญหาในด้านใด

จากนั้นจะส่งเด็กกลุ่มนี้ไปที่ศูนย์ หรือ Centre ของผู้จัดทำโครงการ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ 1.กลุ่มเสริมสร้างอาชีพ 2.กลุ่มให้แหล่งเงินกองทุน และ 3.กลุ่มธนาคารออมเงิน ขั้นแรกเราจะสร้างให้เด็กมีอาชีพเฉพาะด้านและสามารถมีเงินเก็บเข้าไปรับการศึกษาได้ โดยกองทุนเงินในกลุ่มที่สอง ก็สามารถนำเงินมาปล่อยกู้เงินให้กับเด็กที่ขาดโอกาสให้กู้ยืมได้ ส่วนกลุ่มที่สามที่ทำงานระหว่างเรียนก็สามารถนำเงินมาฝากเข้าธนาคารออมเงินเพื่อรับดอกเบี้ย ซึ่งดอกเบี้ยในส่วนนี้มาจากเงินออมที่นำเข้าไปสู่กองทุน ทั้ง 3 กลุ่มนี้จะทำงานเชื่อมโยงกันทั้งหมด

เมื่อเด็กทั้ง 10 คนมีงานทำแล้วจะออกมาเป็นพี่เลี้ยงหรือ Leader ที่เรียกว่า GEM พวกเขาจะเป็นโมเดลชุดแรกที่ออกไปทั่วประเทศเพื่อตามหาเยาวชนที่มีลักษณะหรือคุณสมบัติคล้ายกับพวกเขา โดยพี่เลี้ยงหนึ่งคนจะต้องหาเยาวชนมาดูแล 3 คน ดังนั้นพี่เลี้ยง 10 คน จะรวมกับน้องใหม่อีก 30 คน รวมเป็น 40 คน ในระยะหนึ่งปีเราจะได้สามารถพัฒนาเยาวชนได้ถึง 40 คน โดยจะขยายการทำงานและพัฒนาเยาวชนแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทั้งนี้จะกำหนดจำนวนเยาวชนที่เข้าโครงว่าภายในระยะเวลา 2 ปีจะมีเด็กได้รับการพัฒนาประมาณ 480 คน ซึ่งการพัฒนาเยาวชนในแนวทางนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างยังยืน


บทสัมภาษณ์

น้องๆ แต่ละคนได้แบ่งปันความรู้สึก และความประทับใจว่า ตอนที่รู้ว่าเราได้รางวัล ก็เซอร์ไพรส์มากค่ะ เพราะแข่งขันกันหลายประเทศ และเราก็ไม่ได้เป็นทีมที่เก่งที่สุด เราเป็นมือใหม่ ก่อนหน้านี้ไม่เคยเข้าร่วมโปรแกรมลักษณะแบบนี้เลย แต่เราก็คิดว่าก็แค่ทำเต็มที่ที่สุด และทุกคนในทีมเข้ามาด้วยความตั้งใจ โดยไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับรางวัลหรือเป็นผู้ชนะ เราทุ่มเททุกอย่างโดยเฉพาะเวลานอน เพราะนอนดึกทุกวันจนขอบตาคล้ำ แต่เรามีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ ต้องการพัฒนาระบบการศึกษาในประเทศต่างๆ ให้ดีขึ้น สิ่งนี้เป็นแรงขับเคลื่อน ให้เราไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่เข้ามา ทั้งเรื่องเวลาทำงานไม่พอ คิดหัวข้อไม่ได้ บางทีก็หลงทาง อีกอย่างคือ เรามีพี่ที่ดูแลทีมคอยจูงนำให้ไปต่อได้อย่างมีทิศทาง ช่วงแรกรู้สึกท้อและถอดใจ เพราะคะแนนกลุ่มเราไม่ดีเท่าที่หวังไว้ แต่เรารู้สึกว่าเกมยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร เราจึงฮึดสู้กันใหม่ การที่เริ่มต้นไม่ดีไม่ได้เป็นตัวตัดสินว่ามันจะไม่ดีตลอดทาง ทุกอย่างมันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เราก็เลยโอเคเอาใหม่ คิดใหม่ ทำใหม่ แล้วก็มาช่วยกันคิดหา วิธีการให้คนเข้าถึงง่ายไม่ต้องซับซ้อนเกินไป และมากกว่าการได้มานั่งรวมกันทำโครงการ คือการได้มาเรียนรู้จิตใจกันและกันว่า ในเวลาวิกฤต จิตใจแบบไหนคือจิตใจที่จะรอดได้

นอกจากนี้พวกเขายังกล่าวถึงสิ่งที่ได้รับจากการฟังบรรยายช่วง Mind Lecture ว่า ตอนที่ฟังบรรยาย เราได้เข้าใจอย่างชัดเจนว่า คนที่ประสบความสำเร็จต้องเคยผ่านอุปสรรค และต้องเอาชนะจิตใจตัวเองให้ได้ก่อน พี่ที่ดูแลทีมเราได้แบ่งปันเรื่องราวชีวิตของเต่าทะเลว่า ในทุกปีแม่เต่าทะเลต้องว่ายน้ำเป็นพันๆ กิโลเมตรเพื่อไปวางไข่บนชายหาด แม้จะวางไข่เป็นร้อยใบ แต่ลูกเต่าที่รอดมากลับมีเพียง 1-2 ตัวเท่านั้น เมื่อเราฟังแล้วก็ได้กลับมาคิดทบทวนว่า ถึงแม้ว่าการทำงานจะยากลำบาก แต่ก็มีโอกาสที่เป็นไปได้ และเหตุผลที่เราอยากเข้าร่วมโครงการครั้งนี้คือ พวกเราเป็นนักเรียนที่ได้เห็นระบบการศึกษาอย่างชัดเจน ว่าบางครั้งที่นักเรียนทำตัวมีปัญหา หรือสร้างความวุ่นวายให้แก่สังคม หลายครั้งไม่ได้เป็นความผิดที่ตัวนักเรียน

ยกตัวอย่างเคยเห็นรุ่นน้องคนหนึ่งที่ถูกหลายๆ คน ตัดสินว่าเขาเป็นเด็กเกเร แต่พอเราเข้าไปอยู่ใกล้เขาคลุกคลีกับเขา จริงๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นแบบนั้น แต่สังคมก็เคยตีตราไปแล้วว่าคนๆ นี้คือคนไม่ดี หรือเด็กบางคน ไม่ได้ทำอะไรผิดร้ายแรง แต่เขาก็ต้องออกมาจากโรงเรียนด้วยสภาพแวดล้อมครอบครัวไม่พร้อม พวกเราจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขระบบการศึกษา แม้ตอนทำโครงการจะเหนื่อยมาก แต่เมื่อทุกอย่างเป็นรูปเป็นร่างออกมา ตอนนี้ก็มีความสุขมากๆ แม้ว่าไม่ได้ที่ 1 ก็ไม่เสียใจเลย อย่างน้อยพวกเราก็พาประเทศไทยไปติดอันดับนานาชาติได้แล้ว และต่อให้ไม่ติดแม้สักอันดับ ก็ไม่เสียใจเหมือนกันเพราะพวกเราทำเต็มที่แล้ว ซึ่งก็เชื่อว่าโครงการนี้จะถูกนำไปใช้ในอนาคต ตอนนี้คือเราวางแผนกันคิดก่อนไว้ล่วงหน้า เมื่อพวกเราโตขึ้นขึ้นก็จะนำโครงการนี้นำไปปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ เพราะว่าการที่กรรมการตัดสิน 2-3 คนมันไม่สามารถที่จะทำให้หยุดความคิดของเราได้ เรารู้สึกขอบคุณมากๆ เลย.

TAG :