เปิด 5 ข้อกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม


วันนี้ 15 ต.ค. 2563 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดยระบุว่า

ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2563 นั้น

เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงนี้ยุติลงได้โดยเร็วและป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงมากขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 และมาตรา 11 วรรคสอง แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นายกรัฐมนตรีออกข้อกำหนดไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ห้ามมิให้มีการชุมนุมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใด ๆ ตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย

ข้อ 2  ห้ามเสนอข่าว จำหน่าย หรือทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด รวมตลอดทั้งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์บรรดาที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนในทั่วราชอาณาจักร

ข้อ 3 ห้ามใช้เส้นทางคมนาคม หรือยานพาหนะ หรือให้ใช้เส้นทางคมนาคม หรือยานพาหนะโดยมีเงื่อนไข ทั้งนี้ ตามที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด

ข้อ 4 ห้ามใช้ เข้าไป หรืออยู่ในอาคารหรือสถานที่ใด ๆ และให้ออกจากอาคาร หรือสถานที่ใด ๆ ทั้งนี้ ตามที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด

ข้อ 5 ในการดำเนินการตามข้อ 1 ถึงข้อ 4 หัวหน้าผู้รับผิดชอบจะกำหนดเงื่อนเวลาในการปฏิบัติตามข้อกำหนด หรือเงื่อนไขในการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่เห็นสมควร เพื่อมิให้มีการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควรแก่เหตุก็ได้

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2563
ลงชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ฉะนั้น กล่าวโดยสรุปได้ว่า จากข้อกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังกล่าว ทุกคนไม่สามารถชุมนุมในสถานที่ใดๆ เกิน 5 คน ขณะเดียวกันในส่วนของการนำเสนอข่าวทุกช่องทางต้องไม่นำเสนออันทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว พร้อมกันนี้ห้ามใช้เส้นทางคมนาคมหรือยานพาหนะให้ใช้เส้นทางที่กำหนด ห้ามเข้าไป อยู่ใน หรือให้ออกจากอาคารหรือสถานที่ใดๆ ที่รัฐกำหนด ซึ่งทั้งหมดจากข้อกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน บังคับใช้เฉพาะพื้นที่ กทม.เท่านั้น

สำหรับผู้มีอำนาจสั่งการและผู้ปฏิบัติงาน คือ

- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นผู้กำกับการปฏิบัติงานเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ที่มีความร้ายแรง
- ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และอำนาจในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
- ให้ข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ และข้าราชการพลเรือน ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่หรือได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในเขตท้องที่ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่

BUGABOO NEWS
ขอบคุณ ข้อมูลและภาพจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา

TAG : ข้อกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินราชกิจจานุเบกษาสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพรก.ฉุกเฉิน