เพื่อนสนิทเผย ผู้ตายมาเข้าฝัน ยังไม่ไปไหน พบภาพปริศนาแต่งกายเหมือนในวันที่เกิดเหตุ

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

เป็นเหตุการณ์สลดใจที่เกิดขึ้นสะพานกลับรถบนถนนบรมราชชนนี ภาพนาทีชีวิตของหนุ่มหล่อวัย 21 ปี ขับขี่จักรยานยนต์แล้วเสียหลักตกลงมาจากสะพานกลับรถ ร่างกระแทกพื้นด้านล่างถูกรถพ่วง 18 ล้อที่ขับทับร่างผู้ตายซ้ำจนเสียชีวิต ทางครอบครัวของน้องผู้เสียชีวิตได้ออกมาร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากภาพในวงจรปิดยังไม่เสียชีวิตในทันที มีสติดิ้นรนจะหนีหลบข้างทาง เหตุใดคนขับรถพ่วงจึงไม่เหยียบเบรค ทับซ้ำไม่พอยังไม่ลงมาช่วยเหลือ หวั่นเกรงว่าคดีนี้จะไม่คืบหน้า เจาะประเด็นสเปเชียล จะพาไปติดตามในเรื่องความคืบหน้าของคดี รวมถึงเปิดใจญาติผู้เสียชีวิตและผู้เห็นเหตุการณ์ด้วย

ภาพจากกล้องวงจรปิดของกรมทางหลวง ที่ไว้ตรวจจับความเร็วปรากฎเห็นนาทีระทึก ที่นายณัฐพล มรกต หรือ น้องณัฐ หนุ่มหล่อวัย 21 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นสะพาน จู่ๆ พอถึงช่วงกลับรถบนถนนบรมราชชนนี ทางเข้าหน้าสถานีขนส่งสายใต้ กลับเสียหลัก แหกโค้งพลัดตกจากสะพาน นาทีนั้น น้องณัฐยังมีลมหายใจพยายามดิ้นรนกระเสือกกระสน จะพาร่างกายที่บาดเจ็บเข้าข้างทางเพื่อหลบรถแต่ก็ไม่รอด

รถพ่วง 18 ล้อ ขับมาด้วยความเร็วมุ่งหน้าไปจังหวัดนครปฐม ทับร่างนายณัฐพลอย่างแรง แล้วยังลากไปตามถนนอีก 200 เมตร ไม่มีใครคาดคิดรถพ่วงอีกคันตามมา แต่คนขับ มองเห็นร่างนายณัฐพลอยู่กลางถนน จึงขับคร่อมร่างไปแต่สุดท้าย ก็ไม่อาจยื้อชีวิตนายณัฐพลให้พ้นเงื้อมมือของมัจจุราชได้

ญาติๆ นำร่างไร้วิญญาณกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่จังหวัดร้อยเอ็ดเสร็จสิ้น ที่ต้องนำเรื่องราวมาแชร์ในโลกออนไลน์ เพราะ จนถึงวันนี้แม้ร่างจะถูกเผาประกอบพิธีไปแล้ว แต่คนขับรถพ่วง 18 ล้อ ก็ไม่เคยมารับผิดชอบไปสอบถามจากตำรวจ สภ.สามพราน คดีก็ยังไม่คืบหน้า

น้าสาวเปิดใจ ชีวิตหลานชายน่าสงสาร กำพร้าพ่อแม่ทั้งแต่เล็กๆด้วยเคราะห์กรรมเดียวกัน แม่น้องณัฐประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกทับร่างเสียชีวิตตั้งแต่น้องณัฐอายุได้ 3 ขวบไม่คิดว่าหลานชายจะมาเจออุบัติเหตุจากไปเหมือนมารดาถึงแม้ตอนนี้จะเผาศพไปแล้ว แต่ก็ยังอดร้องไห้คิดถึงไม่ได้ แม้ไม่ได้เรียนจบสูงแต่ณัฐก็ดิ้นรนทำงานรับจ้างวันละ 300 บาท มาจุนเจือครอบครัว

เหตุที่เกิดขึ้น ครอบครัวอยากวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามคนขับรถพ่วงมาดำเนินคดีให้ได้ เพราะในคลิปปรากฎชัดว่า หลานชายพยายามดิ้นรนหนีจากการถูกรถทับ แต่ทำไมคนขับรถพ่วงไม่ชะลอความเร็ว หรือ หยุดลงมาช่วยหลานชาย ไม่งั้นอาจจะรอดชีวิต แต่กลับกลายเป็นว่า ครอบครัวต้องไปอัญเชิญร่างที่แหลกเหลวกลับไปทำพิธีแทน

เพื่อนสนิทน้องณัฐ เล่าย้อนว่า วันนั้นหลังกลับจากธุระ ผู้ตายแยกไปเติมน้ำมัน แล้วเกิดรถเสียหลักหลุดโค้งบนสะพานจนร่างตกลงไปด้านล่าง เพื่อนๆ ต่างตกใจร้องตะโกนบนสะพาน ให้ณัฐที่ยังมีสติอยู่ถอยลงข้างทาง แต่ณัฐขาหักจึงไม่สามารถขยับร่างตัวเองได้ เพียงไม่กี่วินาที รถบรรทุกก็ทับร่างเพื่อน กระเด็นลากไปต่อหน้าต่อตา พวกตนช็อคจนทำอะไรไม่ถูก รู้สึกโทษตัวเอง หากวันนั้นตนกระโดดลงไปช่วยได้ เพื่อนก็คงไม่ต้องเสียชีวิตน่าอนาถใจ เพราะร่างกายของเพื่อนชิ้นส่วนอวัยวะฉีกขาด เกลื่อนถนน

เพื่อนสนิทอีกคนเปิดใจ ไม่นึกหลังจากเสียชีวิตรุ่งขึ้น น้องณัฐ ก็มาเข้าฝันเพื่อนหลายๆคน บอกว่าคิดถึง และเจ็บปวดมาก ยังไม่ไปไหน เคยมีมาเล่นหยอกล้อกับลูกของเพื่อนด้วย แต่เรื่องที่ช็อคสุดขีด คือ ภาพถ่ายที่กลุ่มเพื่อนๆถ่ายกันระหว่างเดินทางไปงานศพน้องณัฐ ที่จังหวัดร้อยเอ็ด พอดูภาพ กลับพบชายปริศนา ยืนหันข้างไม่มีใบหน้า แต่ที่ทุกคนตกใจ คือ ชายคนนั้นแต่งกายเหมือนกับน้องณัฐในวันที่เสียชีวิต

ทีมข่าวเจาะประเด็นสเปเชียล ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุจนไปพบตัวพยานที่เห็นเหตุการณ์ในวันนั้นหลังลงพื้นที่จุดเกิดเหตุอีกรอบ พบว่า รถที่สัญจรไปมาถนนเส้นนี้ต่างใช้ความเร็วเพราะเป็นเส้นทางตรง ยิ่งช่วงกลางคืนจะมืดมาก แม้บนสะพานกลับรถและสะพานลอยจะมีไฟ ซ้ำร้ายเงาของสะพานกลับรถกลับทำให้พื้นถนน จุดที่น้องณัฐถูกรถทับมืดสนิท

พลเมืองดีผู้ประสบเหตุเผย ทุกวันตนต้องขับรถไปซื้อผักที่ตลาด 4 มุมเมือง วันนั้นซื้อของเสร็จจะกลับ จ.นครปฐม เห็นมีจักรยานยนต์และผู้บาดเจ็บอยู่บนถนน ร่างพับเป็นสองท่อน จึงมั่นใจว่าเสียชีวิตแล้วจึงโทรแจ้งตำรวจ เพื่อไม่ให้รถบนถนนทับร่างซ้ำไปมา เผยเป็นภาพที่รู้สึกหดหู่และน่าเห็นใจครอบครัวผู้เสียชีวิตถ้าเป็นลูกหลานตัวเองคงรับไม่ได้

ปกติรถบรรทุกที่ขับบนถนนเส้นนี้ จะใช้ความเร็ว เพราะต้องทำเวลาในการขนส่งสินค้า ตนใช้เส้นทางนี้ก็ต้องระมัดระวังเช่นกัน เพราะรถพ่วงมักจะขับแซง บางครั้งก็สะบัดส่วนพ่วงท้ายเข้ามารถตน จนเกือบจะเกิดอุบัติเหตุ

ชาวบ้านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถนนสายนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งเพราะไม่มีสัญญาณไฟจราจร ยิ่งช่วงกลางดึกส่วนใหญ่รถบรรทุกจะขับใช้ความเร็วไม่ต่ำกว่า 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บางคืนขับแข่งกัน บีบแตรเสียงลั่นถนนสร้างความรำคาญและน่าหวาดเสียวว่า รถอาจเสียหลักเกิดอุบัติเหตุพุ่งเข้าชนบ้านเรือนของประชาชน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามพราน เผย ภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า นายณัฐพลขับรถมาด้วยความเร็ว จึงเสียหลักตกจากสะพาน จากภาพยืนยันได้ว่านาทีนั้น นายณัฐพลยังไม่เสียชีวิตในทันที แต่พยายามกระเสือกกระสนจะหนี หลบรถลงข้างถนน แต่กลับถูกรถพ่วง 18 ล้อ ที่วิ่งมาด้วยความเร็วทับร่างแล้วลากติดไปอีก 200 เมตร

เหตุนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน ที่ทางญาติร้องว่า คดีไม่คืบเพราะ ทางตำรวจเพิ่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดได้เพียงแค่ 3 ตัว เห็นว่า รถพ่วง 18 ล้อคันที่ก่อเหตุบรรทุกสิ่งของมาเต็มคันรถ ส่วนทะเบียนยังเห็นไม่ชัดเจน

ต้องขอแสดงความเสียใจอีกครั้งหนึ่งต่อครอบครัวของน้องณัฐด้วยค่ะ อีกด้านหนึ่งชาวบ้านเองอยากจะฝากให้หน่วยงานผู้เกี่ยวข้องกวดขัน ไม่ให้รถบรรทุกขับเกินความเร็วที่กำหนดเพราะพบว่าจุดนี้ คือ จุดเสี่ยงที่มักจะเกิดอุบัติเหตุและคร่าชีวิตผู้ใช้รถใช้ถนนอยู่เป็นประจำ ส่วนความคืบหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจชี้ภายในอาทิตย์นี้ น่าจะไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดได้ว่าผู้ขับรถพ่วงรายนี้ คือใคร และจะมีการนำตัวมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

TAG : เจาะประเด็น Specialล่ารถพ่วงทับซ้ำล่ารถพ่วงทับซ้ำกลางถนน