คลิปที่เกี่ยวข้อง

อีกหนึ่งแมตช์สำคัญ! เชฟราเยวัช ในวันที่นักเตะไทยสภาพไม่เต็มร้อย

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม


อีกหนึ่งแมตช์สำคัญ! เชฟราเยวัช ในวันที่นักเตะไทยสภาพไม่เต็มร้อย

คอลัมน์ friday ESPRESSO (ศุกร์ 9 มิถุนายน 2560)


หลังจบการอุ่นเครื่องด้วยการบุกแพ้ อุซเบกิสถาน 2-0 ในโปรแกรมฟีฟ่าเดย์ เมื่อวันที่ 6  มิถุนายน 2560  เชื่อว่าแฟนบอลไทยส่วนใหญ่น่าจะพอใจผลงาน ทีมชาติไทย ยุคใหม่ภายใต้การคุมทัพของ มิโลวาน ราเยวัช กันไม่มากก็น้อยน่ะครับ

แต่สำหรับผมถือว่าสอบผ่านครับ เพราะอย่างที่ทราบกันก่อนเกมไทย หมุดหมายของ ราเยวัช คือการเน้นแท็กติกเกมรับเป็นอันดับแรก ซึ่งภาพรวมของเกมการแข่งขันตลอด 90 นาที เกมรับถือว่าทำได้ดี และมีความแน่นอนขึ้น เหนือสิ่งอื่นใดที่น่ายินดี และมีความหวังคือทีมชาติไทย จะมีนักเตะหน้าใหม่ในแผงหลังให้เลือกใช้งานเป็นตัวเลือกเพิ่มเป็นเงาตามตัว

ซึ่งเป็นเรื่องน่าชื่นชม !!

อย่างไรก็ดีจากที่คุยกับรุ่นพี่ผู้สื่อข่าวสายบอลไทยที่เคารพนับถือท่านหนึ่งพูดถึงในมุมที่ผมเห็นด้วยและยอมรับว่า ราเยวัช เป็นเฮดโค้ชที่เปิดกว้างและกล้าได้ กล้าเสีย มากๆ ในความกล้าที่จะให้นักเตะใหม่ได้ลงสนาม ซึ่งตรงจุดนี้ผมมองว่าเป็นเรื่องดี ในแง่ๆที่นักเตะใหม่ๆ จะได้รับประสบการณ์จากการลงสนามในเกมใหญ่ๆ

แม้จะเป็นเพียงอุ่นเครื่องแต่การเล่นกับทีมที่อันดับโลกเหนือไทยมากกว่าครึ่ง (อุซเบกิสถาน 62 โลก / ไทย  127 โลก ) ย่อมมีแต่ได้กับได้ ถึงผลสกอร์จะไม่เป็นใจก็ตาม อีกทั้งการที่เปิดโอกาสให้นักเตะใหม่มากขึ้น

อีกทั้งในความเห็นผมมองว่าจากการเปิดโอกาสดังกล่าว ยังช่วยในเรื่องของกำลังใจให้นักเตะไทยคนอื่นๆ ที่ค้าแข้งในสโมสรไทย ไม่ว่าจะสโมสรไหน ก็มีโอกาสก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทยแทบทุกคน หากมองตามแนวทางการสรรหาตัวผู้เล่นของ ราเยวัช ที่คงจะคัดสรรเลือกนักเตะเข้าสู่สารบบทีมชาติในยุคของเค้าที่ต้องผ่านสายตาทีมสเก้าท์ ที่ไปชมเกมติดขอบสนาม

ซึ่งเชื่อแน่ว่าน่าจะทำให้ได้นักเตะหน้าใหม่ๆ เข้าสู่ทีมชาติไทย เพียบในอนาคต อย่างไรก็ดี แม้จะโดดเด่นขึ้นมาในเรื่องเกมรับ แต่ราเยวัช ก็ยังมีการบ้านกองใหญ่ กองไว้ตรงหน้าให้เร่งแก้ไข เห็นชัดเลยคือเรื่องของแนวรุกที่ยังขาดซึ่งความเด็ดขาด ในแง่นึงอาจจะเป็นเพราะนักเตะเพิ่งมารวมฝึกซ้อมกันไม่นาน

รวมถึงการขาดนักเตะเมืองทอง ที่ส่วนใหญ่เป็นแกนหลักติดทีมชาติไทย ไปร่วมทีมด้วย ก็อาจจะทำให้เกมยังไม่ปะติดปะต่อเท่าที่ควร และยิ่งช่วงตัดตัว 24 คน สุดท้ายก่อนจะตัดเหลือ 23 คน สุดท้าย เพื่อลงเตะฟุตบอลโลก 2018 รอบ 12 ทีม โซนเอเชีย กลุ่มบี นัดที่ 8 พบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)  นักเตะไทย ตัวหลักหลายรายก็ต่างถอนตัวอย่างที่ทราบกัน เช่น ธีราทร บุญมาทัน , ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ ทริสตอง โด

อีกทั้งยังต้องลุ้นอีกว่า กองหน้าหมายเลข1 ของไทย แต่ใส่เบอร์ 10 อย่าง ธีรศิลป์ แดงดา จะฟิตสมบูรณ์ลงสนามได้ทันหรือไม่อีกด้วย แต่ก็ยังดีที่ไทย ยังมีแผนสำรองเรียก อดิศักดิ์ ไกรษร กองหน้าดาวยิงเจ้าของฉายา  AK9 มาร่วมฝึกซ้อมคอยสแตนด์บาย หากกรณี รศิลป์ ลงไม่ไหว เพราะเอาจริงๆ กองหน้าไทย ชั่วโมง จากรายชื่อที่เรียกมาประเภทโป้งปิดบัญชี ก็มี ธีรศิลป์ , อดิศักดิ์

ไม่ใช่ ปีโป้ สิโรจน์ ฉัตรทอง เพราะจากเกม ปีโป้ ในแมตช์เจออุซเบฯ ดูแล้วยังไม่เวิร์ก ส่วนตัวผมเห็นด้วยกับคอมเมนท์แฟนบอลบางท่าน หากจับ ปีโป้ ลากเลื้อยริมเส้น น่าจะเข้าทีกว่า เข้าทำนองใช้คนให้เหมาะกับงานมากกว่า เพราะหลายๆจังหวะปีโป้ ลากเลื้อยริมเส้นได้สะเด่า ดุดัน เร้าใจสุดๆ เรียกเสียงฮือฮาได้ตลอด

จากนี้ก็เหลือไม่กี่วันครับ ต้องดูว่าโค้ชโพรไฟล์หรูระดับโลก ราเยวัช จะสวมบทบาทเชฟและสามารถปรุงแต่งช้างศึก สภาพทีมที่ไม่เต็มร้อยในแง่ของขุมกำลัง ในอีกหนึ่งแมตช์สำคัญที่จะพิสูจน์ฝีมือของตนกับทีมชาติไทย ได้กลมกล่อมมากน้อยแค่ไหน 

ร่วมเป็นกำลังใจ ส่งใจเชียร์ทีมชาติไทยไปพร้อมกันๆ ก่อนเกม พบ ยูเออี โม่แข้งในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก  รอบ 12 ทีม โซนเอเชีย ในวันที่ 13 มิถุนายน 2560 เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 สี และเว็บไซต์ Bugaboo.TV เริ่มเข้ารายการเวลา 18.20 น. 

"ยอดี้" 

เครดิตภาพเจ ฟุตบอลทีมชาติไทย

TAG : ทีมชาติไทย ฟุตบอลโลก2018 ราเยวัช มิโลวาน ราเยวัช