จดหมายเหตุสนามหลวง - ต้นไม้ทรงปลูก..ของขวัญจากพ่อ

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

ต้นไม้ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูกไว้ ณ สถานที่ต่าง ๆ ถือเป็นที่พักพิง และให้ร่มเงา เปรียบประดุจคนไทยที่อยู่ใต้ร่มพระบารมี และเมื่อเวลาผ่านไปต้นไม้ทรงปลูก ยังเปรียบเสมือน "อนุสรณ์แห่งการทรงงาน" เป็นหนึ่งในของขวัญล้ำค่าจากพ่อที่ฝากไว้ในแผ่นดิน ให้คนไทยได้ช่วยกันพิทักษ์รักษาปัจจุบันต้นไม้มงคลเหล่านี้อยู่ที่ไหน เป็นอย่างไรบ้าง ติดตามในจดหมายเหตุสนามหลวง

ตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูกต้นไม้ไว้ตามสถานที่ต่าง ๆ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรทั่วประเทศ ทรงปลูกพรรณไม้นานาชนิดที่เหมาะสมและมีความหมายกับพื้นที่ เช่น ต้นไม้ประจำถิ่น ต้นไม้ประจำจังหวัด ถือเป็นต้นไม้มงคล ซึ่งล้วนแล้วแต่สร้างคุณประโยชน์ และเป็นสัญลักษณ์ทางจิตใจให้ประชาชนได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้   

กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำรวจต้นไม้ทรงปลูกตามเส้นทางพระราชกรณียกิจทั่วประเทศ พบว่ามีมากกว่า 200 ต้น ได้จัดทำบัญชีต้นไม้ทรงปลูกที่สมบูรณ์ มีหลักฐานภาพถ่ายขณะทรงปลูก และปัจจุบันยังเติบโตสมบูรณ์ดี ไว้ทั้งหมด 89 ต้น ในสถาบันการศึกษา วัด ศูนย์ศึกษาการพัฒนา รวมถึงสถานที่เอกชน เช่น ต้นกัลปพฤกษ์ ทรงปลูกไว้เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2510 ขณะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดมหาวิทยาลัยขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2505 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูกต้นจามจุรี จำนวน 5 ต้นบริเวณด้านหน้าหอประชุม และมีพระราชดำรัสถึงความผูกพันระหว่างชาวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับต้นจามจุรี

วันที่ 16 กันยายน 2527 ทรงปลูกต้นพิกุล ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส

วันที่ 18 กันยายน 2514 ทรงปลูกต้นจันทน์ 1 คู่ กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร        

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2506 ทรงปลูกต้นนนทรี 9 ต้น ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต้นนนทรี กิ่งใบให้ร่มเงา ทนแล้งทนแดด ปลูกได้ทั่วทุกภูมิภาค

ในบรรดาต้นไม้ทรงปลูกที่เก็บหลักฐานรวบรวมมาได้นั้น พบว่าต้นไม้ที่เก่าแก่และยังสมบูรณ์ คือ ต้นสัก ในวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร ทรงปลูกเพื่อเป็นที่ระลึกในวันทรงลาผนวช

ผ่านมา 60 ปี นับจากวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูกต้นสัก หน้าพระตำหนักใหญ่ ในวันทรงลาผนวช เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2499 ปัจจุบันนี้ ต้นสักทรงปลูกต้นนี้ ยังสมบูรณ์ แข็งแรง แผ่กิ่งก้านสาขา โดยวัดบวรนิเวศวิหาร ได้ดูแลอย่างดี ใส่ปุ๋ย ตัดแต่งกิ่ง และให้น้ำโดยใช้ระบบหยดน้ำ

สำหรับต้นสัก เป็นไม้ยืนต้นอันมีค่า มีความสำคัญยิ่งต่อทรัพยากรธรรมชาติ ตามความเชื่อโบราณ ไม้สักเป็นไม้มงคล เชื่อว่าการปลูกต้นสักจะสร้างศักดิ์ศรี และเพื่อให้ต้นสักที่วัดบวรนิเวศวิหาร สืบทอดสายพันธุ์อยู่นั้น ทางวัดยังได้มอบเนื้อเยื่อ นำไปขยายพันธุ์เพื่อการอนุรักษ์ต่ออีกด้วย

ต้นไม้ทรงปลูกเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมุ่งหวังให้เป็นแบบอย่างแก่คนไทย ให้ทุกคนช่วยกันดูแลรักษาและเห็นคุณค่าของต้นไม้

การรวบรวมต้นไม้ทรงปลูกที่มีการสำรวจลักษณะอย่างละเอียดนั้น ก็เพื่อการดูแลที่ง่ายขึ้นด้วย โดยส่งทีมรุกขกรเข้าไปบำรุง ฟื้นฟูโรค ยืดอายุให้ยืนยาว และที่สำคัญเพื่อเป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ป่าและน้ำ ผ่านเรื่องราวความเป็นมาของต้นไม้ทรงปลูก ที่เปรียบเสมือน "อนุสรณ์แห่งการทรงงาน"

ทีมข่าวยังลงพื้นที่ไปที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ จังหวัดเชียงใหม่ ติดตามขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อขยายพันธุ์ในห้องปฏิบัติการ เช่น ต้นนนทรี ปีบ สัก พิกุล จำปา ที่มีพ่อแม่พันธุ์จากต้นไม้ทรงปลูกที่เก่าแก่ ซึ่งกรมป่าไม้มุ่งหวังเอาไว้แจกจ่ายแก่ประชาชน

แต่ละขั้นตอนเจ้าหน้าที่ใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อให้ "ต้นไม้ของพ่อ" เมื่อไปถึงมือประชาชนแล้ว งอกงามเติบโต สมดั่งตั้งใจ 

ป่าไม้นั้น มีความสำคัญกับธรรมชาติ และเชื่อมโยงไปถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรแหล่งน้ำ ให้คงความอุดมสมบูรณ์ใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน

ต้นไม้ของพ่อ จึงทรงคุณค่าและควรค่าที่คนไทยต้องช่วยกันรักษาไว้ให้เป็นต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านร่มเงา แทนดวงใจของคนไทย ที่คิดถึงพ่อของแผ่นดิน และร่วมสืบสานพระราชปณิธาน "ปลูกป่าในใจคน" ดังพระราชดำรัส ความหนึ่งที่ว่า "ควรจะปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดิน และรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง"

TAG : เจาะประเด็นสเปเชียลจดหมายเหตุสนามหลวงต้นไม้ทรงปลูกต้นไม้พระราชทานต้นไม้ของพ่อ