สาวติดคุกฟรี! คนร้ายนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชี เตรียมฟ้องธนาคาร 7 แห่ง

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

ผู้เสียหายจากกรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขโมยบัตรประจำตัวประชาชนไปเปิดบัญชีหลอกลวงเหยื่อ ได้รับการประกันตัวแล้ว โดยยืนยันจะต่อสู้คดีถึงที่สุด พร้อมเตรียมดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากธนาคารพาณิชย์ ที่ละเลยการตรวจสอบข้อมูลจนนำมาซึ่งความเสียหาย

จากกรณีที่ นางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทเอกชน ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง หลังจากวันที่ 6 ตุลาคม ปีที่แล้ว นางสาวณิชา ถูกขโมยกระเป๋าสตางค์ขณะนั่งรถโดยสาร ซึ่งหลังจากนั้นคนร้ายได้นำบัตรประจำตัวประชาชนของ นางสาวณิชา ไปเปิดบัญชีที่ธนาคารพาณิชย์ 7 แห่ง รวม 9 บัญชี ก่อนจะนำบัญชีดังกล่าวไปใช้ในการรับโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงเหยื่อผ่านทางเฟซบุ๊ก กระทั่งต่อมามีผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เข้าแจ้งความว่าได้โอนเงินผ่านบัญชี (ปลอม) ของนางสาวณิชา เป็นเหตุให้ นางสาวณิชา ถูกจับกุม และศาลจังหวัดตากไม่ให้ประกันตัว เนื่องจากกลัวผู้ต้องหาหลบหนี

โดยเมื่อวานนี้ ญาติของนางสาวณิชา ได้นำหลักฐานใหม่ยื่นขออุทธรณ์ประกันตัวในชั้นศาล ซึ่งประกอบด้วย หลักฐานการขอทำบัตรประชาชนใหม่ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2560 แทนบัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่หายไปเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2560 และหลักฐานการแจ้งยกเลิกบัญชีธนาคารทั้ง 7 แห่ง 9 บัญชี ที่ถูกมิจฉาชีพนำบัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่หาย และปลอมแปลงลายมือชื่อไปเปิดบัญชีหลอกลวงเหยื่อ รวมถึงเอกสารที่ได้ไปแจ้งความใน สน.ต่างๆ พื้นที่กรุงเทพมหานคร นำมาเป็นหลักฐานประกอบคำร้อง ทำให้ศาลพิจารณาให้ประกันตัวในที่สุด

นายจิรศักดิ์ สุดสังข์ ทนายความ เปิดเผยว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ได้พิจารณาให้ประกันตัว นางสาวณิชา ในวงเงิน 80,000 บาท โดยพิจารณาหลักฐานตามที่ได้นำเสนอประกอบการพิจารณา เนื่องจากผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และไม่ได้มีพฤติกรรมหลบหนี เพราะข้อเท็จจริง นางสาวณิชา ได้เดินทางไปรายงานตัวกับตำรวจที่กองปราบปราม ซึ่งต่างกับที่พนักงานสอบสวนระบุว่ามีการจับกุมตัว อีกทั้งยังมีการนำหลักฐานที่ได้แจ้งความเรื่องการถูกปลอมแปลงเอกสารไปเปิดบัญชีธนาคารไปยื่นด้วย แต่กลับถูกพนักงานสอบสวนเพิกเฉยต่อหลักฐานดังกล่าว อ้างว่าไม่ใช่หน้าที่ และทำบันทึกจับกุม ส่งฟ้อง ฝากขังทันที

ซึ่งทันทีที่ นางสาวณิชา ได้พบพี่สาวและญาติที่มารอรับอยู่ที่หน้าประตูเรือนจำกลางจังหวัดตาก ถึงกับโผกอดร่ำไห้ไปด้วยกัน โดย นางสาวณิชา ยืนยันว่าตนเองเป็นผู้เสียหายจากการที่คนร้ายนำบัตรประจำตัวประชาชนไปเปิดบัญชี เพราะธนาคารไม่ได้ทำการตรวจสอบให้ดี ทำให้ตนเองได้รับความเสื่อมเสียทั้งชื่อเสียง หน้าที่การงาน ตกเป็นแพะคดีฉ้อโกง ถูกดำเนินคดีและถูกขังในเรือนจำถึง 2 คืน 3 วัน ซึ่งหลังจากนี้จะดำเนินการฟ้องร้องธนาคารทั้ง 7 แห่ง ที่ทำให้ตนได้รับผลกระทบ พร้อมฝากคดีนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์กับทุกคน

ขณะที่ญาติของ นางสาวณิชา กล่าวขอบคุณสื่อที่ช่วยให้คำแนะนำ และยังทำให้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเปิดเผยสู่สังคม พร้อมวอนขอให้แก๊งคนร้ายหยุดการกระทำเช่นนี้ เพราะผลกระทบไม่ได้เกิดกับผู้ที่ถูกปลอมแปลงเอกสารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงครอบครัวและคนรอบข้างอีกด้วย

พร้อมกันนี้ ยังฝากเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์ หากบัตรประจำตัวประชาชนหายอย่านิ่งนอนใจ เพราะแม้จะสามารถทำใบใหม่ได้โดยไม่ต้องแจ้งความ แต่เพื่อความปลอดภัย ก็ควรแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพราะวันหนึ่งอาจตกเป็นแพะแบบนี้ก็เป็นได้

TAG : แก๊งคอลเซ็นเตอร์ขโมยบัตร ปชชขโมยบัตรประชาชนบัตรประชาชนหายสนามข่าว 7 สี