ย้อนรอยภารกิจประวัติศาสตร์ ฮีโร หน่วยซีล ช่วย 13 ชีวิต ทีมหมูป่าฯ

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

ภารกิจประวัติศาสตร์ในการค้นหาและช่วยเหลือน้องๆ ทีมหมูป่า อะคาเดมี สำเร็จได้ด้วยความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน รวมถึงสรรพกำลังจากชาวต่างชาติ ที่ระดมกำลังมาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งจากประเทศสหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, ออสเตรเลีย, เบลเยียม, ญี่ปุ่น, จีน รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศลาว และเมียนมา

ด่านหน้าของภารกิจที่ท้าทายครั้งนี้ คือ ทีมกู้ภัยและทีมนักดำน้ำสุดยอดฝีมือของโลก ซึ่งรู้แผนที่เส้นทางในถ้ำหลวงฯ มีส่วนร่วมวางแผนทุกขั้นตอน ตลอดจนลงมือปฏิบัติภารกิจที่สุดหิน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ไทย ภาพทั้งหมดถูกเผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊ก "Thai navy seal" คนทั่วโลกต่างยกย่องทีมเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติภารกิจครั้งนี้เป็นฮีโร    

ย้อนกลับไปวันแรกที่เหล่าวีรบุรุษจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ หรือหน่วยซีล ได้รับคำสั่งด่วนให้เตรียมกำลังพลไปช่วยทีมหมูป่าฯ 13 ชีวิต ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน พวกเขาไม่รอช้าออกเดินทางทันที

ภารกิจในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ครั้งนี้ เป็นอีกความเสี่ยงในทุกวินาที เพราะเจ้าหน้าที่ต้องดำน้ำ ว่ายน้ำ พร้อมกับถังออกซิเจนในสภาพถ้ำที่มืดสนิท น้ำขุ่นมองไม่เห็น มีหินงอกหินย้อยกีดขวางทางน้ำ รวมไปถึงอุณหภูมิในน้ำก็เย็นยะเยือก แต่เพราะหน้าที่และจิตวิญญาณที่พวกเขาถูกฝึกฝนให้อดทน พร้อมช่วยผู้ประสบภัยในทุกสถานการณ์เสี่ยง พวกเขาจึงเต็มใจปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จแม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม

แม้คนทั่วโลกจะยกย่องให้พวกเขาเป็นฮีโร วีรบุรุษผู้กล้า ในทางกลับกันผู้บัญชาการหน่วยซีล กล่าวว่ากำลังพลทุกคนไม่เคยคิดว่าตนเองเป็นฮีโร เพราะภารกิจครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานในต่างประเทศ ไม่ใช่กำลังพลของไทยขีดความสามารถไม่เพียงพอ แต่อุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการช่วยเหลือ อย่างเช่น กรณีถังออกซิเจนหมด ก็โชคดีที่ได้หน่วยซีล จากต่างประเทศเข้าให้การช่วยเหลือทำให้ภารกิจราบรื่น

เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้หน่วยงานได้มีประสบการณ์นำไปปรับแผนการช่วยเหลือรับมือกับเรื่องไม่คาดคิด สิ่งหนึ่งคือ ทำให้เรารู้ว่ากำลังพลที่มีอยู่ซึ่งเคยฝึกฝนกันมา ทุกคนพร้อมที่จะออกภาคสนามทั้งหมด และจะนำบทเรียนครั้งนี้ไปถ่ายทอดให้กับกำลังพลที่ไม่ได้ไป เพื่อให้สามารถพร้อมเผชิญเหตุเสี่ยงภัยใต้น้ำในทุกรูปแบบทุกสถานที่ได้ตลอดเวลา ทุกคนต้องเตรียมพร้อมร่างกายให้แข็งแกร่งปฏิบัติงานแทนกันได้ทุกคน โดยหน่วยซีล พร้อมจะน้อมนำพระราชกระแสรับสั่งจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 มาปรับใช้ในการทำงานครั้งต่อๆ ไป

ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติภารกิจเข้าช่วยเหลือไม่ใช่มีแค่กำลังใจจากคนทั้งโลกที่ต่างยกย่องให้พวกเขาเป็นวีรบุรุษ ที่ช่วยชีวิต 13 หมูป่าฯ ออกมาได้เท่านั้น เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ต้องบอกว่าได้กำลังใจเต็มเปี่ยมจากคนในครอบครัวไปเต็มๆ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่พี่น้องหรือภรรยาและลูกๆ  

หญิงสาวคนนี้ คือ ภรรยาของกำลังพลหน่วยซีล คนหนึ่ง เธอเปิดใจกับทีมข่าวว่าตลอดระยะเวลากว่า 2 สัปดาห์ ที่สามีของตนไปปฏิบัติหน้าที่ที่ถ้ำหลวงฯ ไม่มีวันไหนที่เธอไม่กังวลใจ แต่ด้วยรับรู้มาตลอดชีวิตคู่ ว่างานที่สามีทำอยู่เป็นอีกอาชีพมีเกียรติ ต้องใช้ทักษะความชำนาญและต้องเสี่ยงภัยอยู่ตลอดเวลาในทุกครั้งที่มีปฏิบัติการพิเศษ ในฐานะภรรยาเธอจึงต้องทำใจ เพราะจะว่าไปแล้ว นี่ก็คือ อีกงานที่ต้องมีความเสียสละ เธอจึงคอยให้กำลังใจสามีผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ ว่าให้สู้สู้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเธอจะดูแลลูกและคนในครอบครัวแทนสามีเอง แต่วันนี้ดีใจมากๆ ที่สามีกลับมาได้ปลอดภัยพร้อมกับความสำเร็จ เป็นอีกความภาคภูมิใจของวงศ์ตระกูล             

เช่นเดียวกับคุณพ่อของหน่วยซีลท่านนี้ บอกกับทีมข่าวว่า ระหว่างที่ลูกชายไปปฏิบัติหน้าที่นี้ ไม่เคยห่วง หรือกังวลใจอะไรเลย เพราะเข้าใจถึงงานที่ลูกต้องทำและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ลูกชายของตนได้รับเลือกให้ไปช่วยทั้ง 13 ชีวิต ทีมหมูป่าฯ ครั้งนี้

และหลังจากนี้ กำลังพลหน่วยซีล ทุกๆคน จะต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคที่อาจจะติดมาจากน้ำ เนื่องจากได้ใช้ชีวิตอยู่ภายในถ้ำตลอดเวลา เช่น ตรวจโรคพิษสุนัขบ้า บาดทะยักและสุขภาพจิต เพื่อให้ทุกคนได้รับความปลอดภัยสูงสุด

ก่อนหน้านี้คนไทยอาจจะไม่รู้จักหน่วยซีล มากนัก แต่เหตุการณ์ที่ถ้ำหลวงฯ ช่วยสะท้อนให้คนไทยและทั่วโลก เห็นว่าเจ้าหน้าที่ทุกนายของหน่วยซีลไทย มีความแข็งแรง แข็งแกร่ง ทั้งในเรื่องยุทธวิธีพิเศษ และทางด้านจิตใจ ที่พร้อมช่วยเหลือสังคมยามเกิดภัยพิบัติ ไม่แพ้ชาติใดในโลก..

TAG : เที่ยงเจาะประเด็นหน่วยซีลถ้ำหลวงถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน

คลิปที่เกี่ยวข้อง