ข่าวในหมวด ประเด็นร้อนออนไลน์

"ไพศาล" จวกบิดเบือน "ครูกายแก้ว" ไม่ใช่เทพ แต่เป็นอสูรกาย ซัดแค่การตลาดหลอกนักลงทุนจีน


ไพศาล พืชมงคล ชี้ "ครูกายแก้ว" ไม่ใช่เทพอสูร แต่เป็นอสูรกาย จวกนักการตลาดวิปริต ต้องการหลอกคนจีนมาลงทุนในย่านนี้ และขายรูปบูชา ถามกทม. ถ้าประชาชนหวาดกลัว หรือเกรงอัปมงคล จะให้ทำอย่างไร? 

กระแสมูเตลู "ครูกายแก้ว" กลายเป็นที่พูดถึงเป็นวงกว้างในโลกสังคมออนไลน์ หลังจากรูปปั้นครูกายแก้ว ปรากฏต่อสายตาสาธารณชนครั้งแรก ในเหตุติดคานสะพาน กระทั่งมีการเชิญองค์ครูกายแก้วมาประดิษฐานอยู่ลานหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านรัชดาภิเษก และมีพิธีบวงสรวงใหญ่เบิกเนตรครูกายแก้ว เมื่อวันที่ 13 ส.ค.66 ที่ผ่านมา โดยมีเหล่าสายมูแห่มาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

ขณะอีกด้านก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาจากหลายฝ่าย ว่าครูกายแก้วนั้น ไม่ใช่เทพสายขาว แต่เป็นอาจารย์ด้านอวิชชาสายดำของเขมร จนเกิดการโต้เถียงสองมุม ซึ่งก็มีทั้งคนที่เชื่อและไม่เชื่อ

ล่าสุดวันที่ 14 ส.ค.66 ที่ผ่านมา  นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย อดีตสมาชิกวุฒิสภาและอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นักเขียนเจ้าของนามปากกา "เรืองวิทยาคม" ได้ออกมาโพสต์แสดงความคิดเห็นส่วนตัวต่อกระแสมูเตลูครูกายแก้ว

โดยระบุว่า สิ่งที่กำลังหลอกลวงให้ไขว้เขวกันอยู่ ครูกายแก้ว ไม่ใช่เทพอสูร เพราะเทพอสูร คือยักษ์ ที่ได้บำเพ็ญปฏิบัติธรรม จนบรรลุธรรมขั้นสูง คือชั้นพรหม จึงได้ชื่อว่า เป็นเทพอสูร เช่นท้าวลัสเตียน ซึ่งเป็นบิดาของทศกัณฐ์ เป็นต้น ภูมิธรรมชั้นพรหมนี้ คือภูมิธรรมชั้นเดียวกันกับท้าวกบิลพรหม ซึ่งเป็นบิดาของนางสงกรานต์ทั้งเจ็ด

“ครูกายแก้วไม่ใช่มนุษย์ และไม่ใช่คนธรรพ์ ซึ่งอยู่ในภพภูมิที่สูงกว่า ผีเปรตอสุรกาย และไม่ใช่บรมครูผู้ขมังเวทย์ แต่ท่านเป็น "อสูรกาย" ที่มีชาติภพภูมิเดิมเป็นนก ท่านไม่ใช่อาจารย์ของพระเจ้าสุริยะวรมัน ของขอมโบราณ บทสวดมนต์และคาถาที่ใช้ในวันนั้น (วันบวงสรวง) เป็นบทบิดเบือนบทสวดในศาสนาพุทธ จนวิปริตไปสิ้น”

นายไพศาล ระบุด้วยว่า บทที่สวดอัญเชิญ แท้จริงก็คือบทชุมนุมเทวดา ซึ่งชาวพุทธจะคุ้นเคย เวลาพระจะเริ่มสวดพระปริตร ก็จะมีพระที่นั่งลำดับที่ 3 สวดบทชุมนุมเทวดาที่ขึ้นต้นด้วยสัคเคกาเมจะรูเป...ซึ่งแปลว่าบัดนี้เป็นเวลาฟังธรรมแล้ว ขอเชิญเหล่าเทพทั้งหลาย (ไม่ได้เชิญพวกอสูรกาย เพราะพวกนี้ไม่ฟังธรรม) ฟังธรรมของพระบรมศาสดาเถิด นี่ไม่ใช่บทอัญเชิญครูกายแก้วที่ใช้สวดในวันนั้น เหตุที่ต้องสวดชุมนุมเทวดาก็เพราะ เทวดามาขอพรไว้ว่า อยากฟังธรรม ขอจงมีความเอื้อเฟื้อแก่เทวดาทั้งหลายให้ได้มีโอกาสฟังธรรมด้วย

ลักษณะของอสุรกายนี้ พวกกรีกได้สร้างเป็นภาพขึ้นมานานแล้ว ไม่ใช่คติภาพนิยมของพราหมณ์อินเดียใต้ หรือของขอมโบราณแต่ประการใด ต้องถามกรุงเทพมหานครว่า ถ้าประชาชน มีความหวาดกลัว หรือเกรงอัปมงคล หรือภัยพิบัติ แล้วจะให้ทำอย่างไร เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร ได้แต่นึกสังเวชพวกนักการตลาดวิปริต ที่คิดวิปริต ต่างๆ นานาได้มาก แท้จริงก็ต้องการหลอกคนจีน มาลงทุนในย่านนี้ และหลอกขายรูปบูชา ให้แก่ผู้ที่โง่เขลาเบาปัญญา แล้วคำนึงถึงอาเพศเหตุอัปมงคลที่จะบังเกิดในบ้านเมืองไหม ท่านใดมีใจหวาดกลัว ก็จงอาราธนาพระสงฆ์สวดพระปริตร และเพิ่มด้วยบทสวดถอนพัทธสีมาเถิด


BUGABOONEWS
ขอบคุณข้อมูลจาก FB : Paisal Puechmongkol

ดูเพิ่มเติมแสดงน้อยลง Bookmark