ข่าวในหมวด ประเด็นร้อนออนไลน์

วันวาเลนไทน์นี้! ชวนจดทะเบียนสมรสบนสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9

วาเลนไทน์ จดทะเบียนสมรส สะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9

วันวาเลนไทน์ 2567 จดทะเบียนสมรสลอยฟ้าครั้งประวัติศาสตร์ บนสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 วันที่ 14 ก.พ. นี้

วันวาเลนไทน์ 14  กุมภาพันธ์  2567 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ร่วมฉลองครบรอบ 111 ปี กระทรวงคมนาคม ชวนคนไทยร่วมงาน “Luck Lock Love รักล้นสะพาน” ในระหว่างวันที่ 14 – 18 และ 23 – 25 กุมภาพันธ์ 2567 ฉลองวาเลนไทน์ลอยฟ้าครั้งประวัติศาสตร์บนสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 โดยไฮไลท์พิเศษ คือ การจดทะเบียนสมรส 111 คู่รัก บนสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 พร้อมลุ้นรับของขวัญสุดพิเศษ

สำหรับงาน “Luck Lock Love รักล้นสะพาน” ฉลองวันแห่งความรักลอยฟ้าบนสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 - 18 และ 23 – 25  กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 16:00 – 22:00 น. ถือเป็นครั้งแรกที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ขึ้นไปสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่และสง่างามของสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9  ซึ่งถือว่าเป็นสะพานขึงข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาคู่แรกของประเทศไทย ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีการก่อสร้างสะพานขั้นสูง และเป็นสะพานข้ามแม่น้ำที่กว้างที่สุดในประเทศไทย รองรับการสัญจร 8 ช่องทางจราจร

นอกจากนี้ ภายในงาน  “Luck Lock Love รักล้นสะพาน”  ทุกคนจะได้พบกับกิจกรรมที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขมากมาย  ทั้งการแสดงดนตรีที่จะมาสร้างความสุข อาหารจากร้านค้าชื่อดัง และกิจกรรม street show ที่เติมเต็มความสนุกสนานให้กับทุกคนที่เข้าร่วมงาน

โดยกิจกรรมจดทะเบียนสมรสบนสะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9 จะจัดขึ้นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ตั้งแต่เวลา 14:00 – 18:00 น. คู่รักที่สนใจร่วมจดทะเบียนสมรสครั้งประวัติศาสตร์  สามารถลงทะเบียนออนไลน์ด้วยการสแกน QR Code ได้ตั้งแต่วันนี้ - 12 ก.พ. 2567  โดยเปิดรับเพียง 111 คู่เท่านั้น!  เฉพาะกรณีจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติจะต้องเดินทางมายื่นเอกสารด้วยตนเองที่สำนักงานเขตยานนาวาล่วงหน้า ในวันและเวลาราชการ (วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 08:00-16:00 น.) เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารกับทางสถานทูต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนร่วมกิจกรรมจดทะเบียนสมรส สามารถสอบถามเพิ่มเติมและติดตามรายละเอียดของกิจกรรมได้ที่ LINE : @LUCKLOCKLOVE

วาเลนไทน์ จดทะเบียนสมรส สะพานคู่ขนานสะพานพระราม 9

BUGABOONEWS
ขอบคุณข้อมูลจาก   การทางพิเศษแห่งประเทศไทย

ดูเพิ่มเติมแสดงน้อยลง Bookmark