ข่าวอื่นๆ

เส้นทางที่ สุนิสา ลี ต้องเผชิญก่อนคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ และความเกี่ยวข้องกับประเทศไทย

สุนิสา ลี กลายเป็นคนดังในช่วงข้ามคืนหลังจากเธอสามารถคว้าเหรียญทองยิมนาสติก ประเภทรวมอุปกรณ์ หญิงเดี่ยว ของการแข่งขัน โอลิมปิกเกมส์ 2020 ได้สำเร็จ หลังจากได้โอกาสก้าวขึ้นมาแทนที่ ซิโมน ไบล์ส นักกีฬารุ่นพี่ในทีมชาติสหรัฐอเมริกา

โดยถึงแม้ ไบล์ส จะขอถอนตัวออกจากการแข่งขันเนื่องจากปัญหาสภาพทางจิตใจ แต่เธอก็ยังมาเชียร์ สุนิสา ลี ในการลงชิงเหรียญทอง จนสามารถสร้างประวัติศาสตร์เป็น นักกีฬา ม้ง-อเมริกัน คนแรกที่ได้ติดทีมชาติสหรัฐอเมริกา และยังสามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้ หลังเอาชนะ เรเบ็คก้า อันดราเด้ นักกีฬาจากบราซิลไปได้อีกด้วย

สำหรับเรื่องราวชีวิตของ สุนิสา ลี สามารถเอาไปสร้างภาพยนตร์ฮอลลีวูดได้เลย เมื่อต้องย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยที่ สุนิสา ยังไม่เกิด ตอนนี้ ซีไอเอ ได้คัดเลือกชาวม้งเพื่อมาป้องกันประเทศลาว จากการโจมตีของเวียดนามเหนือ แต่ในปี 1975 ประเทศลาวต้องพบกับความพ่ายแพ้

ผู้ปกครองของ สุนิสา อย่าง จอห์น ลี และ หยาง เธา เป็นหนึ่งในผู้ลี้ภัยชาวม้งหลายพันคนที่ต้องเดินทางอย่างยากลำบากมาประเทศไทย เพื่อจะย้ายต่อมายังประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีชาวม้งถึง 60 เปอร์เซ็นต์ที่ลี้ภัยไม่สำเร็จ ซึ่งตอนนี้ชาวม้ง-อเมริกัน มีรายได้ต่ำและหนึ่งในสี่ของพวกเขาต้องอยู่อย่างยากลำบาก

ซึ่งในวันที่ สุนิสา ลงแข่งขันเพื่อชิงเหรียญทอง ชาวม้ง-อเมริกัน หลายคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนชาวม้ง ที่มินเนโซต้า ได้มารวมตัวกันที่ศูนย์กลางชุมชนเพื่อดูการถ่ายทอดสดการแข่งขัน ที่ลูกหลานของพวกเขากำลังลุ้นเหรียญรางวัลด้วยกัน "พวกเขานั่งดูอยู่ด้วยกัน ทุกคนต้องการเห็นฉันคว้าเหรียญทอง และฉันหวังว่าทุกคนจะมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน ความจริงแล้วคงมีคนมากเกินกว่าที่จะนั่งดูที่บ้านของฉันได้ พวกเขาเลยไปที่ศูนย์กลางชุมชน เพื่อจะได้ดูด้วยกัน" สุนิสา กล่าวหลังคว้าเหรียญทอง

ชีวิตของ สุนิสา ลี ต้องเจอกับเรื่องราวเลวร้ายมาแล้วมากมายกว่าจะมาประสบความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้ อย่างในปี 2019 พ่อของเธอต้องเป็นอัมพาตช่วงล่างเนื่องจากอุบัติเหตุตกบันได และเมื่อปีที่แล้วเธอก็ต้องสูญเสีย คุณลุงและคุณป้าไปเพราะไวรัสโควิด-19

ซึ่ง สุนิสา ได้เปิดเผยว่า ความเจ็บปวดในวันนั้นทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น ขณะที่เธอยังต้องต่อสู้กับความคิดในแง่ลบ แต่จิตใจของเธอก็ปลอดโปร่งขึ้นเมื่อได้ยินคำสอนจากคุณพ่อ ที่บอกกับเธอก่อนลงแข่งในรอบชิงชนะเลิศ "เขาบอกฉันว่าให้ฉันทำตามปกติที่ฉันเคยทำ ออกไปและทำให้ดีที่สุด ในใจของฉันตอนนั้นฉันกลายเป็นผู้ชนะไปแล้ว" คุณพ่อ จอห์น ลี คือคนที่นำทางให้ สุนิสา สามารถก้าวมาถึงเหรียญทอง โอลิมปิกเกมส์ ได้สำเร็จ นับตั้งแต่ที่เห็นแววของเธอที่ตีลังกาเล่นบนที่นอน ตอนอายุ 6 ขวบ ก่อนที่คุณแม่จะพา สุนิสา ไปเข้าร่วมชมรมยิมนาสติก

อย่างไรก็ตาม เมื่อปีที่แล้ว สุนิสา ลี เคยเกือบจะถอดใจเลิกเล่นไปแล้ว หลังได้รับบาดเจ็บกระดูกเท้าแตก "มันไม่ดีขึ้นเลย และเหมือนว่าฉันจะไม่ได้ไปโอลิมปิกแล้ว" แต่สุดท้ายอาการบาดเจ็บของเธอก็ดีวันดีคืน จนทำให้ สุนิสา ได้มีโอกาสร่วมแข่งขันในมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อย่าง โอลิมปิกเกมส์ ที่โตเกียว

และถึงแม้ว่า ซิโมน ไบล์ส จะถอนตัวออกจากการแข่งขันไปแล้ว คงไม่มีใครคาดคิดว่าเธอจะเข้ามาชมการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศครั้งนี้ด้วย แต่ ไบล์ส เลือกจะนั่งแถวหน้าสุดเพื่อจะได้เชียร์ สุนิสา ลี รุ่นน้องของเธอให้คว้าเหรียญทอง ซึ่ง ลี ได้กล่าวในภายหลังว่า “การที่ ซีโมน มาให้กำลังใจฉัน มันมีความหมายมากสำหรับฉัน แค่มีเธออยู่ในเวทีก็มีประโยชน์มากเพราะเธอเป็นแรงบันดาลใจให้ฉันและเป็นคนที่ฉันเฝ้ามอง”

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม แม้หลายคนซึ่งรวมไปถึง สุนิสา ด้วยจะเฝ้ารอการกลับมาของ ซิโมน มากขนาดไหน แต่นี่คือช่วงเวลาของ สุนิสา ลี ในฐานะดาวเด่นที่คว้าเหรียญทองให้กับทีมชาติสหรัฐอเมริกา ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ใครหลายคนคิดว่ามันจะเกิดขึ้นก่อนที่การแข่งขัน โอลิมปิกเกมส์ 2020 จะเริ่มต้นขึ้น

ดูเพิ่มเติมแสดงน้อยลง Bookmark