เที่ยวลำปาง+ลำพูนแบบลำพัง

ดู ครั้ง

แสดงเพิ่มเติม

เที่ยวลำปาง+ลำพูน แบบลำพัง


 
             พอเข้าช่วงหน้าหนาว อากาศดี ๆ หลายคนก็เตรียมตัววางแผนทริปท้าลมหนาวที่ภาคเหนือ เพื่อไปสัมผัสบรรยากาศเย็น ๆ ชมหมอกควันบนยอดเขา ชาร์จแบตกับธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์กันอย่างเต็มที่ ส่วนจังหวัดที่ทุกคนนึกถึงเป็นที่แรก ๆ คงหนีไม่พ้น เชียงใหม่ เพราะเป็นจังหวัดที่มีความสวยงาม ธรรมชาติสุด ๆ ถือว่าเป็นจังหวัดยอดฮิตก็ว่าได้ แต่ครั้งนี้เราจะมาแนะนำจังหวัดที่น่าเที่ยวไม่แพ้กัน เป็นเมืองรองที่มีเสน่ห์ทั้งผู้คน วัฒนธรรมและธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์แบบ นั่นก็คือจังหวัดลำปางและลำพูน ที่สำคัญการเที่ยวครั้งนี้เป็นการเที่ยวคนเดียวครั้งแรกของเราด้วยล่ะค่ะ มาดูกันดีกว่าว่าทริปนี้จะรอดไหม

            เปิดมาก็ได้สัมผัสการเดินทางแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อนเลย เราเดินทางด้วยสายการบินนกแอร์ และเครื่องที่ได้วันนั้นก็คือ เป็นเครื่องบินใบพัดลำเล็ก บอกเลยว่าตื่นเต้นสุด ๆ เป็นการนั่งเครื่องแบบนั้นครั้งแรก มีหวาดเสียวบ้าง แต่บอกเลยว่ากัปตันขับได้ดีมาก ๆ โชคดีได้นั่งริมหน้าต่างด้วย ถือว่าเริ่มต้นการเดินทางได้อย่างน่าประทับใจ หลังจากเครื่องลงจอดก็ทำการเช็คอินที่สนามบินลำปางสักนิดหนึ่ง สนามบินที่นี่ค่อนข้างเงียบ คนน้อยมาก ๆ พอถึงก็ต้องขอข้อมูลการท่องเที่ยวสักหน่อย แนะนำว่าให้ติดต่อ ททท.สำนักงานลำปางได้เลยจะได้เที่ยวแบบไม่งงกัน เพราะเราก็ทำแบบนั้นค่ะ พอเรียบร้อยแล้วก็พร้อมลุยแบบคนเดียว บอกเลยเหงามาก เขินสุด ๆ แอบเกร็งเบา ๆ ต้องบอกก่อนว่าการเที่ยวลำปาง-ลำพูนครั้งนี้ เราจะเน้นการเที่ยวแบบดูวิถีชุมชน สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ ห้ามพลาดนะคะ อ่านให้จบ รับรองว่าจะได้สัมผัสกับความเป็นลำปางลำพูนที่แท้จริงจนอยากจะเก็บกระเป๋าและออกเดินทางไปเที่ยวกันเลยล่ะค่ะ

 
 
            ลำปางเป็นเมืองเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อเรื่องศิลปะ ความสร้างสรรค์หรือเรียกว่าเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าหลงไหลมาก ๆ  เพราะฉะนั้นไม่แปลกใจเลยว่าระหว่างการเดินทางจะเห็นผนัง กำแพง ถูกวาดตกแต่งด้วยรูปต่าง ๆ และลงสีอย่างสวยงาม อย่างที่แรกที่เราไปก็เป็นตลาดชื่อดังของลำปางชื่อว่า กาดกองต้า ที่นี่จะเปิดเสาร์-อาทิตย์ แต่เราไปวันพฤหัสบดีก็เลยเจอตลาดที่ไม่เต็มรูปแบบเท่าไหร่ แต่ก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าที่บางส่วนที่เปิดบ้านชั้น 1 ขายของอยู่แล้ว แม่ค้ายิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาน่าฟัง เป็นกันเอง ถ้ามาถูกวันเราก็จะเจอขนม ข้าวของพื้นเมืองที่ชาวบ้านนำมาขาย ก็จะได้สัมผัสวิถีลำปางไปอีกขั้นหนึ่ง ส่วนอื่น ๆ ของที่นี่มีความ Art มาก ๆ ค่ะทุกคน บ้านแต่ละหลังจะเป็นบ้านไม้เก่าแต่ยังคงสวยงาม ด้านหน้าตลาดมีสะพานข้ามแม่น้ำที่สวยมาก ๆ และยังมีบ้านของบุคคลสำคัญอยู่มากมาย กลายเป็นพื้นที่ศิลปะให้ไปถ่ายรูปเล่นได้อย่างคูลสุด ๆ เสร็จจากกาดกองต้าก็ไปต่อกันที่ พิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทำให้เราได้เห็นความเป็นมาเป็นไปของถ้วยตราไก่ที่อยู่กับคนลำปางมาหลายยุคหลายสมัย สร้างงานและอาชีพให้กับคนที่นี่มาก ๆ เข้าไปเราก็จะได้เห็นประวัติคนสำคัญที่ก่อตั้งโรงงาน ขั้นตอนการผลิตต่าง ๆ จากสมัยก่อน น่าทึ่งมาก ๆ ค่ะ เป็นอะไรที่แปลกใหม่และได้เห็นความสามารถของคนสมัยก่อนที่ประยุกต์ใช้ของที่มีอยู่ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญมีถ้วยตราไก่ที่เล็กที่สุดในโลกมาโชว์ด้วย
 




 





 
 
           ไฮไลท์สำคัญของการไปเที่ยวครั้งนี้ที่เราตื่นเต้นมาก ๆ ก็คงจะเป็นการไปเที่ยวแม่เมาะเนี่ยล่ะค่ะ ตอนที่ไปถึงเป็นเวลาประมาณบ่ายโมงตรง ยอมรับเลยว่าร้อนสุด ๆ แต่กิจกรรมที่เราจะไปทำอยู่ในห้องแอร์เลยรอดค่ะ ที่นี่เขาจะมีการให้ความรู้ในเรื่องของการผลิตไฟฟ้า ถ่านหิน แร่ธาตุรวมไปถึงคววามเป็นมาเป็นไปต่าง ๆ ของโรงไฟฟ้า ที่สำคัญเป็นการให้ความรู้แบบเพลิดเพลินสุด ๆ ไม่น่าเบื่อ มีทั้งแบบภาพยนตร์สั้น การ์ตูน ทั้งแบบปกติและ 4มิติ ระหว่างการนั่งดูก็จะมาทั้ง ลม น้ำ การเคลื่อนไหวของเราไปพร้อมกับตัวละคร มันดีมาก ๆ เลย พอเสร็จจากการชมนิทรรศการก็ออกไปเล่นกระดานสไลด์กันด้านนอกตรงบริเวณเนินเขา เล่นกันหลายรอบเลย สนุกมากแต่เหนื่อยตอนเดินกลับขึ้นมาเนี่ยแหละค่ะ และสำหรับใครที่เป็นสายถ่ายรูปบอกเลยไม่ผิดหวัง เพราะที่นี่นอกจากอากาศดีแล้วมุมถ่ายรูปกับธรรมชาติเพียบ ถ่ายออกมาสวยแสงก็ดีอีกรับรองโซเชียลเดือดแน่ ๆ ค่า






 
            อีกหนึ่งสถานที่ห้ามพลาดของ จังหวัดลำปาง คือ วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นสถานที่ที่มาทั้งทีควรไปกราบไหว้บูชากันสักครั้ง ที่วัดสวยงามและใหญ่โตมาก ๆ ผนังของทางวัดลวดลายสวยงาม และผู้คนแต่งตัวน่ารักมีการนุ่งซิ่นของทางเหนือเห็นแล้วอยากลองใส่บ้างเพราะดูมีเสน่ห์สุด ๆ เลยค่า


 
            มาถึงฝั่งของทาง ลำพูน กันบ้างที่นี่ก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กับลำปางเลยค่ะ เป็นจังหวัดที่อากาศดีมาก ถนนหนทางก็ไม่วุ่นวายด้วยความที่เป็นจังหวัดเล็ก ๆ ผู้คนเลยดูไม่เยอะ แต่ที่น่าแปลกใจคือที่นี่วัดเยอะมาก เรียกว่าอยู่ห่างกันไม่ไกล แต่ก็มีผู้คนแวะเวียนมาตลอดหากใครต้องการ ไหว้พระ 9 วัด บอกเลยว่าที่นี่เหมาะมาก เพราะเราจะได้ไหว้พระครบ 9 วัดด้วยเวลาแค่ครึ่งวัน มีเวลาเหลือไปเที่ยวที่อื่นได้อีก และที่สำคัญมีบริการรถนำเที่ยวรอบเมืองลำพูนด้วย ซึ่งโปรแกรมก็คือพาเที่ยววัดและพิพิธภัณฑ์อีก 3 แห่ง คุ้มสุด ๆ เลยค่ะทุกคน แต่ละวัดก็มีความพิเศษและเสน่ห์แตกต่างกันไป ก่อนอื่นซื้อตั๋วรถรางลำพูนที่จุดจำหน่ายตั๋วที่ตั้งอยู่ใน “วัดพระธาตุหริภุญชัย” บัตรรอบเช้าเริ่มจำหน่ายเวลา 9.00 น.โดยรถรางจะมีให้บริการสองรอบคือ รอบเช้าและรอบบ่ายนะคะ รอบเช้าเวลาล้อหมุนคือ 9.30 น.








 
            พิพิธภัณฑ์ที่เราจะได้ไปเยี่ยมชมก็คือ พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมืองลำพูน จะเป็นบ้านไม้โบราณอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ภายในบ้านมีการแสดงข้าวของต่าง ๆ ที่บอกเล่าความเป็นมา และวิถีชีวิตของชาวลำพูนได้อย่างเข้าใจง่าย ไปต่อกันที่คุ้มเจ้ายอดเรือนที่ยังคงรักษาสภาพได้ดีและสมบูรณ์มาก โดยภายในคุ้มยังมีการจัดแสดงเครื่องใช้โบราณอีกด้วย และพาไปกราบไหว้ อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี ส่วนวัดที่รถรางจะพาเราไปกราบไหว้ก็จะเป็น วัดพระธาตุหริกุญชัย ก่อนเลยเป็นจุดขึ้นรถราง วัดจามเทวี วัดมหาวันวรมหาวิหาร ในปัจจุบันพระรอดหลวงได้อยู่ในวิหารวัดมหาวันให้ทุกคนได้มากราบไหว้ขอพรกันที่เที่ยวลำพูนแห่งนี้กันค่ะ ยังมี วัดสันป่ายางหลวง ภายในมีปูนปั้นสลักลวดลายไว้อย่างสวยงาม ด้านในวิหารมีพระโขงเขียว เป็นพระทำมาจากหยกสีขาวประดิษฐานอยู่ ไปต่อที่โบราณสถานกู่ช้าง-กู่ม้า เป็นโบราณสถานที่มีความเชื่อว่าเป็นสุสานช้างและม้าศึก “ปู่ก่ำงาเขียว” เป็นช้างศึกคู่บุญบารมีของพระนางจามเทวี  วัดพระยืน วัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่งของลำพูน โดยประติมากรรมของเจดีย์เป็นศิลปกรรมแบบพม่า  
 
          













 
           อีกที่หนึ่งที่น่าสนใจถ้าใครเป็น สายผ้าไหม ของทางเหนือนั่นคือ สถาบันผ้าทอมือหริกุญชัย เป็นสถานที่ฝึกกอาชีพและรวมนักทอผ้าที่มีฝีมือ ผ้าแต่ละผืนลวดลายสวยงามมาก ๆ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและแสดงถึงวัฒนธรรมของคนลำพูนได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังมีอาจารย์คอยพาชมและแนะนำขั้นตอนการทอผ้าที่กว่าจะได้แต่ละผืนไม่ง่ายเลยค่ะ ราคาก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่ลายและความยากของการผลิต ซึ่งก็มีตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนกันเลยทีเดียว




 
           สำหรับลำพูนใครที่เป็นสายถ่ายรูปชิค ๆ แนะนำ 2 ที่นี้เลยค่ะ สถานีรถไฟขุนตาล เป็นสถานีรถไฟที่มีอุโมงค์และบรรยากาศ 2 ฝั่งเป็นภูเขาล้อม ได้ชื่อว่าเป็น อุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง 2 จังหวัดระหว่างสถานีแม่ตานน้อยจังหวัดลำปางและสถานีขุนตานจังหวัดลำพูน ที่นี่เลยเป็นจุดถ่ายรูปที่ดีสุด ๆ แถมยังเป็นสถานที่ที่เคยอยู่ในภาพยนนตร์มาแล้วหลายเรื่อง และอีกหนึ่งที่เป็นสะพานขาวที่แม่ทา เป็นเส้นทางเดินรถไฟจากลำปางมายังเชียงใหม่ สะพานขาวบ้านทาชมภูก่อสร้างต่อจากอุโมงค์รถไฟขุนตาน ซึ่งเป็นเส้นทางสายกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ เพื่อให้รถไฟข้ามผ่านลำน้ำแม่ทามีลักษณะรูปทรงโค้งทาสีขาว เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ถ่ายรูปออกมาสวย ชิคมาก ๆ ค่า




 
            การเดินทางท่องเที่ยวทั้ง 2 จังหวัดนี้เราได้เรียนรู้อะไรมากมายเลยล่ะค่ะ ผู้คนที่น่ารัก สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละจังหวัดก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป อยากให้ทุกคนได้ลองสัมผัสการท่องเที่ยวในหลาย ๆ มุม และการเที่ยวคนเดียวครั้งนี้เป็นอะไรที่ต้องปรับตัวสูงมากเพราะเป็นครั้งแรกที่เราต้องเจอคนใหม่ ๆ เพื่อนใหม่ ผู้คนที่เราไม่คุ้นเคย วันแรกเหงามากวันต่อไปเริ่มชิน แต่สิ่งที่เราได้กลับมาคือความกล้าที่จะเข้าไปคุยกับคนอื่นเพิ่มมากขึ้น การตัดสินใจ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งนอกจากความเหงาก็คงไม่ได้ลำบากอะไรเท่าไหร่ ลองออกไปเที่ยวคนเดียวกันดูสักครั้งดีไหมคะ แต่!! ก็ต้องดูแลตัวเองดี ๆ โดยเฉพาะสาว ๆ ห้ามประมาทเด็ดขาด ถ้าพร้อมแล้ว ออกไปเที่ยวกันเถอะค่ะ

 


 

TAG : ลำปางลำพูนเที่ยวเที่ยวลำปางเที่ยวลำพูนออกเดินทางท่องเที่ยวการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไทยเท่ภูเขาเที่ยวภูเขาเที่ยวไทยเที่ยวเมืองไทยเที่ยวเหนือภาคเหนือหน้าหนาวเที่ยวไหนดีปาเตี้ยวเที่ยวลำปาง+ลำพูนเที่ยวทั่วไทยเราเที่ยวด้วยกันคนละครึ่งแอ่วลำปางพลัสลำพูนลำปางเที่ยวได้365วันวันธรรมดาน่าเที่ยวลำปางพลัสลำพูนทททสำนักงานลำปางอยากเที่ยวลำปางให้นกแอร์พาไปออกมาช่วยภาคเหนือออกมาเที่ยวลำปางออกมาเที่ยวภาคเหนือออกมาเที่ยวลำพูน